ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07032151058&srcday=2015-10-15&search=no
| วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383 |
รายงานพิเศษ
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง
สาวฟรีแลนซ์ทำแอพ ฟันธง คอนเน็กชั่นสำคัญสุด
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คำว่า “ฟรีแลนซ์” มีให้ได้ยินได้ฟังกันบ่อยขึ้นในบ้านเรา นั่นเพราะเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของสังคมที่คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาคนรุ่นใหม่ หันมายึดอาชีพฟรีแลนซ์กันมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งค่ายหนังดังนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ จนประสบความสำเร็จ และทำให้อาชีพนี้เป็นที่เข้าใจกันในวงกว้าง
อันที่จริงบ้านเรามีคนทำ “ฟรีแลนซ์” กันมานมนานแล้ว เพียงแต่มีเป็นบางอาชีพเท่านั้น ในขณะที่ปัจจุบันกระจายไปยังอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น และเป็นงานที่เด็กจบใหม่ที่รักอิสระทั้งหลายอยากจะยึดอาชีพนี้ เพราะมองว่าไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร ไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบข้อปฏิบัติใดๆ ของหน่วยงาน ซึ่งก็เป็นการมองที่ถูกต้อง แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าอาชีพ “ฟรีแลนซ์” นั้นไม่ได้สวยหรูอย่างที่มองกันแต่ภายนอก ยังมีอะไรที่คนนอกไม่รู้อีกเยอะ
เริ่มจากงานการตลาดออนไลน์
คุณเนาวรัตน์ ศุภมงคลรัตน์ วัย 30 ต้นๆ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ยึดอาชีพฟรีแลนซ์เกี่ยวกับการทำแอพพลิเคชั่น จะมาบอกเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การทำฟรีแลนซ์ในหลากหลายแง่มุม โดยตัวเธอเองแต่ละเดือนมีรายได้น้อยสุด-สูงสุดประมาณ 20,000-50,000 บาท
สาวฟรีแลนซ์คนนี้เล่าว่า เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยความที่บ้านเธอเป็นร้านขายข้าวสาร ช่วยที่บ้านค้าขายมาตั้งแต่เด็กๆ รู้ว่าเหนื่อยมาก ทำให้ไม่ชอบการขายของ ซึ่งต้องอาศัยดินฟ้าอากาศ วันไหนฝนตกหน่อยคนก็ไม่มาซื้อของกัน ดังนั้น พอเรียนจบจึงไปทำงานบริษัทเป็นเสมียนอยู่ประมาณปีหนึ่ง ผู้ร่วมงานต่างน่ารักมาก แต่ลึกๆ รู้สึกว่าไม่ใช่งานที่ตัวเองชอบ จากนั้นกลับไปช่วยงานที่บ้านต่อ ตอนนี้เลิกทำมาได้ปีกว่าแล้ว
คุณเนาวรัตน์ แจกแจงถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเข้าสู่อาชีพฟรีแลนซ์ว่า เมื่อ 5 ปีก่อน รู้ว่ามีงานอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “Internet Marketing” เป็นงานที่สามารถทำที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทำให้ตัวเองที่เคยรู้แค่ว่างานบนโลกนี้มีแค่งานประจำกับธุรกิจค้าขาย รู้สึกทึ่งมาก
วิธีทำการตลาดทางอินเตอร์เน็ตคือ สร้างเว็บไซต์ขึ้นมา และนำไปโปรโมตให้คนเข้ามาที่เว็บไซต์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น SEO, Paid Traffic ก่อนหน้านี้ก็เคยทำ E-commerce, Adsense มา รู้สึกชอบงานออนไลน์มากๆ หลังจากที่ทำมาได้สักพัก ได้มารู้จักกับกลุ่มเพื่อน Appxygen ที่มีการคุยถึงวิธีการหารายได้จากแอพพลิเคชั่นว่าทำยังไง อันที่จริงเทรนด์แอพมีมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วสมัย iPhone 3 วางจำหน่าย ซึ่งตัวเองมาเริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน ถือว่าไม่ช้าไม่เร็ว แต่ก็ไม่ใช่ยุคบุกเบิก
สาวทำแอพรายนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่เข้าใจว่าแอพคืออะไร ทำอย่างไร จะทำได้ไหม รู้สึกงงมากเลย ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ภาษาอังกฤษก็อ่านไม่ค่อยได้ แต่กว่าจะผ่านมาได้ใช้เวลาเกือบปีเหมือนกัน สิ่งที่สำคัญเพราะมีกลุ่มเพื่อนคอยช่วยเหลือมากกว่าถึงทำให้ทำงานนี้ได้
แอพสร้างชื่อ “เกมแมวอโศกจอมซน”
“ถ้ามีคนถามว่าทำอะไร ก็จะบอกว่าทำแอพขาย ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ดูชื่นชม สายงานนี้ไม่ใช่จะเข้าใจยากอะไรมากมาย ใครๆ ก็ต้องเคยโหลดแอพทั้งนั้น ปัจจุบันอาชีพที่ทำเรียกว่า APPreneur แปลเป็นไทยคือ ผู้ประกอบการธุรกิจแอพมือถือ วิธีการคือทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมา และทำให้คนทั่วโลกมาดาวน์โหลดแอพเรา นั่นแปลว่า ต่อให้เราหลับ ป่วย หรือไปเที่ยว งานเราก็ยังเดินต่อไป ต่างจากงานประจำตรงที่ ถ้าเราป่วยงานเราก็ไม่เดิน เงินเราก็จะไม่ได้ ซึ่งรู้สึกว่ามันโอเคมากๆ เป็นงานที่ตัวเองถูกชะตาและชอบมาก จึงทำจนถึงทุกวันนี้”
อย่างที่เกริ่นไปแต่แรก เธอเรียนจบสาขานิติศาสตร์ แต่ด้วยความที่เรื่องแอพพลิเคชั่นเป็นงานที่เจ้าตัวชอบ ประกอบกับเป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ ทำให้เธอมีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย อย่างเช่น แอพเกมแมวอโศกจอมซน และยังทำแอพเกี่ยวกับไดโนเสาร์ด้วย
ในการทำแอพพลิเคชั่นนั้น เธอว่า ทำในนามของบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเจ้าของแอพเอง ที่ผ่านมาจะทำในส่วนที่ตัวเองถนัด เช่น การวิเคราะห์ตลาด ส่วนที่ไม่ถนัด เช่น กราฟิก หรืองาน Coding งานทั่วไป จะจ้างคนอื่นมาช่วยทำ
ช่วงระยะเวลา 5 ปีในการเป็นฟรีแลนซ์นี้ คุณเนาวรัตน์อธิบายข้อดีข้อเสีย ของการเป็นฟรีแลนซ์ให้ฟังว่า ข้อดีคือมีเวลาเป็นของตัวเอง มีอิสระอยากไปไหนก็ได้ไป อยากทำอะไรก็ได้ทำ ถ้าเป็นคนเก่งและมีคอนเน็กชั่นที่ดี รายได้ก็ดีตามไปด้วย ซึ่งโอกาสก้าวหน้าเรื่องรายได้ จะมีมากกว่าคนทำงานประจำ
ส่วนข้อเสียของคนทำฟรีแลนซ์จากประสบการณ์ของตัวเอง คือรายได้ไม่มั่นคง น้อยบ้างเยอะบ้างตามความขยันและคอนเน็กชั่น อีกทั้งงานที่ทำมีอิสระมาก ไม่มีใครมาบังคับ จึงต้องมีความรับผิดชอบต่องานมากเป็นพิเศษ และมีคู่แข่งเป็นคนเก่งๆ อีกมากมาย อย่างการทำแอพพลิเคชั่นให้คนทั่วโลกดาวน์โหลด คู่แข่งก็คือคนทำแอพทั่วโลกเช่นกัน ซึ่งมีจำนวนมาก ดังนั้น ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่ไปเรียนปริญญาโท ปริญญาเอก เพื่อให้ดูมีคุณค่า นี่คือชีวิตจริงที่ไม่มีในตำรา
“สิ่งที่สำคัญมาก สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบงาน และเรื่องคอนเน็กชั่น ต้องรู้จักคนให้เยอะๆ หน่อย มีปัญหาเขาจะได้ช่วยเราได้ การเป็นฟรีแลนซ์ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ยิ่งถ้าเป็นงานออนไลน์นี่เทรนด์มันไปไวมากเลย สิ่งที่เคยทำแล้วเวิร์กวันนี้ อีกไม่กี่วันอาจจะใช้ไม่ได้ เราต้องอย่ายึดติดและปรับตัวให้ทันโลก”
กับคำถามที่ว่า อาชีพฟรีแลนซ์มีความมั่นคงหรือไม่อย่างไร เธอบอกว่า ในโลกใบนี้มีคนเก่งๆ มากมาย โอกาสที่วันหนึ่งจะไม่มีงานเลยก็มี พอไม่มีงาน รายได้ก็ไม่มี มองในแง่นี้ก็รู้สึกไม่ค่อยจะมั่นคง แต่ถ้าตอนที่ยังสามารถหางานทำได้ และรู้จักที่จะเก็บออมไว้ แล้วนำเงินนั้นไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ จะมั่นคงขึ้นได้ สรุปคือต้องจัดการเงินให้เป็น เพราะเงินไม่ได้มีสม่ำเสมอตลอดเวลา
“ถ้าเทียบกับมนุษย์เงินเดือนแล้ว แบบนั้นสบายหน่อยตรงที่รู้อยู่แล้วว่ามีเงินเข้ามาตลอด รู้รายได้ที่แน่นอน ว่าปีหนึ่งมีรายได้เท่าไหร่ คำนวณได้ว่าต้องซื้ออะไรบ้าง วางแผนการใช้เงินและเวลาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งฟรีแลนซ์ทำไม่ได้ เว้นแต่จะมีคนจองคิวงานทั้งปี ซึ่งมันก็ยาก”
ชี้เหตุเด็กรุ่นใหม่ชอบทำฟรีแลนซ์
อย่างไรก็ตาม แม้งานฟรีแลนซ์ดูแล้วอาจจะไม่มั่นคงนั้น แต่เธอว่า จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเบื่อ และคิดว่าถ้าย้อนเวลากลับไป เธอก็ยังคงจะเลือกเป็นฟรีแลนซ์แบบนี้
“ทุกวันนี้สังคมไทยเปิดกว้างกับอาชีพฟรีแลนซ์มากกว่าแต่ก่อน แต่อาจจะมีคนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยมักมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง สู้รับราชการหรือทำงานประจำไม่ได้ ซึ่งมันก็จริง แต่ถ้าเรารู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่ เราขอแค่คนในครอบครัวเข้าใจเราก็พอแล้ว อย่างตัวเองกว่าจะทำให้ครอบครัวยอมรับได้ก็หลายปี ตอนนี้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าเราทำได้และทำได้ดี”
ส่วนกรณีที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่าเด็กจบมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยมีค่านิยมจะยึดอาชีพฟรีแลนซ์ เธอให้เหตุผลว่า ใครๆ ก็อยากมีชีวิตสโลว์ไลฟ์ตามเทรนด์ เนื่องจากเห็นมีการอวดกันในเฟซบุ๊ก ทำให้ดูรู้สึกเท่ดี ชิลๆ แต่เวลานั่งปั่นงานไม่มีใครเห็น นั่งเครียดคนเดียวไม่มีใครพูด ทวงเงินลูกค้าแล้วทวงอีกจนเบื่อ
“อาชีพฟรีแลนซ์ภาพลักษณ์มันสวยหรู เหมือนเป็นนายตัวเองได้ตามใจ จริงๆ แล้วมีอะไรมากกว่านั้น ถ้าน้องๆ เขาชอบทำงานแบบฟรีแลนซ์ก็สนับสนุน คนพวกนี้ยังเด็กอยู่ ต่อให้ล้มก็ลุกได้เร็ว”
อย่างไรก็ตาม คุณเนาวรัตน์ ระบุว่า คนมาทำฟรีแลนซ์ต้องรู้ตัวเองด้วยว่าเป็นคนแบบไหน พร้อมกันนั้นต้องจัดการทำงานให้ได้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้ได้ เพราะทำงานฟรีแลนซ์ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำงานอย่างไรเวลาไหน ถ้าคนไม่มีระเบียบวินัยเลยจะมีปัญหาตรงที่งานต้องส่งตามกำหนด หากไม่ส่งงานผู้ว่าจ้างเสียหาย ฉะนั้น กรณีเป็นคนขี้เกียจและไม่มีระเบียบวินัยจะทำงานฟรีแลนซ์ลำบากแน่นอน
ในฐานะคนที่อยู่ในวงการฟรีแลนซ์ เธอมองว่า ในอนาคตข้างหน้า อาชีพฟรีแลนซ์คงเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่มักชอบที่จะเป็นนายตัวเองและรักอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่หลายประเภท 1. ประเภทเด็กจบใหม่แล้วมาทำฟรีแลนซ์เลย อันนี้อาจจะไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ขณะที่บางคนอาจจะทำมาตั้งแต่สมัยเรียน ซึ่งจะได้เปรียบกว่าคนที่ไม่เคยทำมาก่อน เมื่อเจอปัญหาใหม่ๆ อาจจะท้อ ขึ้นอยู่กับมีทักษะพอที่จะผ่านไปได้หรือเปล่า ถ้ารู้ว่าฟรีแลนซ์ไม่เหมาะกับตัวเอง ส่วนมากจะหันกลับไปทำงานประจำ หรือไม่ก็มาเปิดกิจการของตัวเอง
2. ประเภททำงานประจำมาก่อน แล้วค่อยมาทำฟรีแลนซ์ แบบนี้ถือว่ามีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว ประกอบกับอาจจะมีคอนเน็กชั่นในสายงานของตัวเอง จึงทำงานฟรีแลนซ์ได้ดีและรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้
คุณเนาวรัตน์ ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการยึดอาชีพฟรีแลนซ์ว่า ต้องเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และต้องมีความรับผิดชอบ รวมทั้งรู้จักจัดการกับรายได้ด้วย ส่วนคนที่สนใจการเป็น APPreneur ลองศึกษาดูก่อน ลองอ่านหนังสือ ถ้าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษชื่อ “APP EMPIRE” หนังสือแปลเป็นไทยชื่อ “สร้างเงินล้านอย่างรวดเร็วด้วยธุรกิจ APP” หรือถ้าของคนไทยก็มีกลุ่ม Appxygen ไว้พูดคุยศึกษาเรื่องนี้ได้เช่นกัน
สนใจอยากใช้บริการของคุณเนาวรัตน์ ติดต่อได้ที่ aey_girl@hotmail.com