เรียนรู้ด้วยตัวเอง สุดยอดติวเตอร์ 3 ภาษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07034151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

รายงานพิเศษ

วัชรี

เรียนรู้ด้วยตัวเอง สุดยอดติวเตอร์ 3 ภาษา

“เรียนภาษาจากการดูยูทูบที่เขามีคลิปสอนทั่วไปนั่นแหละ ก็ดูคลิปโน้นบ้าง นี่บ้าง รู้จักเลือกตัวอย่างคลิปที่เราพอทำได้ มาลองปรับวิธีการฟัง การพูด, ฟังและร้องเพลงภาษาอังกฤษ ดูหนัง ดูซีรีส์ต่างประเทศ ซึ่งการฟังสำคัญนะ ลองเลียนแบบทำตามดู ที่สำคัญ หาซื้อหนังสือภาษามาอ่านเสริมความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย” นี่คือคำพูดของติวเตอร์อ๊อฟ ที่ตอนนี้เปิดสอนถึง 3 ภาษา

เริ่มจากเรียนรู้ด้วยตัวเอง

สู่การเป็นติวเตอร์มืออาชีพ

อ๊อฟ-หฤษฎ์ อุปริสาร นิสิต ปี 2 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นเป็นติวเตอร์ตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี หลังจากกลับมาจากการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS หรือที่เรียกเต็มๆ ว่า องค์การเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์นานาชาติ ที่ประเทศคอสตาริกา ตอนนั้นได้เข้าไปแลกเปลี่ยนที่โรงเรียน Liceo de Cervantes

ที่มาของการเป็นติวเตอร์ ครูอ๊อฟ บอกว่า ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากการชักชวนของคุณครูท่านหนึ่งที่สอนอยู่ในสถาบันติวเตอร์ตอนนั้น วิชาภาษาอังกฤษ คือวิชาแรกที่ได้สอน เป็นวิชาที่ได้รับความนิยมมากจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เสื่อมความนิยม ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปถึงตอนนั้นเคยมีความฝันว่าอยากประกอบอาชีพครู จึงมักรับบทบาทเล่นเป็นครูสอนการบ้านน้องสาวและเพื่อนๆ ของน้องสาวเสมอ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สอนต่อเนื่องมาตลอด เพราะในขณะที่สอนก็สนุกและชอบ ทั้งยังได้เงินด้วย

แต่ก็ใช่ว่าจะทำการสอนได้อย่างราบรื่นเหมือนในปัจจุบัน เพราะกว่าครูอ๊อฟจะมาถึงจุดนี้ที่เป็นติวเตอร์รับสอนเองได้ ต้องผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย “ตอนนั้นเราก็เจอปัญหาคือ ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานมาเรียน ไม่เชื่อถือในการสอน มีคำถามแวะเวียนมาเสมอว่าจะสอนได้จริงหรือ ให้เด็กที่ไม่ใช่ครู หรือมืออาชีพมาสอน จะได้รับความรู้มากเท่ามืออาชีพหรือครูสอนได้ยังไง ซึ่งตอนนั้นเราต้องยอมรับว่า ยังเด็ก ยังเรียนมัธยมปลายอยู่เลย อายุยังน้อย รวมถึงทักษะทางภาษาที่เราก็ไม่ได้คิดว่าเก่งมาก ก็ยังคิดว่าตนเองอาจจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือ เรากดดันจากเรื่องนี้พอสมควร แต่ด้วยเพราะความกดดันจากสภาพแวดล้อมทำให้ต้องพยายามมากยิ่งขึ้น จนสามารถพิสูจน์ทุกข้อกังวลของผู้ปกครอง และเป็นติวเตอร์มาถึงทุกวันนี้”

พัฒนาตนเองสม่ำเสมอ

เปิดสอน 3 ภาษา

ด้านความรู้สึก ติวเตอร์คนนี้บอกว่า คนที่มาลงเรียนเรียก ครูอ๊อฟ ก็ชอบนะ…เพราะเคยฝันว่าอยากเป็นครู แต่ตอนนี้อยากเป็นสจ๊วตมากกว่านะ…(ฮา) ก่อนจะบอกถึงคติที่ยึดมั่นในการสอนว่า “หากเราจะไปสอนใคร เราต้องเตรียมพร้อมให้ดี หาความรู้ให้มาก และพยายามเตรียมการสอนให้ดีที่สุด”

จากจุดเริ่มต้นมาเป็นติวเตอร์ที่สอนภาษาอังกฤษ เพียงภาษาเดียว มาวันนี้เปิดสอนเพิ่มอีก 2 ภาษาคือ สเปน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน AFS และภาษาบาลี-สันสกฤต ซึ่งได้รับความนิยมมาก และที่สำคัญ ภาษาบาลี-สันสกฤต หาคนสอนยากมากพอควร จึงเป็นโอกาสและช่องทางสร้างรายได้ให้ตนเอง

“ส่วนตัวมีความสนใจและชอบศึกษาภาษาต่างประเทศมาก ใช้เวลาเรียนด้วยตัวเองเยอะมาก ด้วยความชอบและตั้งใจจริง จึงมีวิธีการเรียนที่ได้ผลคือ ทุ่มเท ให้เวลา และตั้งใจ”

ครูอ๊อฟยังบอกเคล็ดลับการเรียนภาษาให้เก่งขึ้นด้วยตนเองไว้ดังนี้ “เรียนภาษามาจากการดูยูทูบที่เขามีคลิปสอนทั่วไปนั่นแหละ ก็ดูคลิปโน้นบ้าง นี่บ้าง รู้จักเลือกตัวอย่างคลิปที่เราพอทำได้ มาลองปรับวิธีการฟัง การพูด, ฟังและร้องเพลงภาษาอังกฤษ, ดูหนัง ดูซีรีส์ต่างประเทศ ซึ่งการฟังสำคัญนะ ลองเลียนแบบตามดู ที่สำคัญเลยคือ หาซื้อหนังสือภาษามาอ่านเสริมความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย

ไม่ใช่ว่าไม่เคยพูดผิด เขียนผิด หรือเข้าใจเกี่ยวกับภาษาผิดๆ แต่เพราะยิ่งผิด จึงยิ่งเข้าใจ อย่าไปกลัวที่จะพูดหรือสื่อสารผิด ของแบบนี้ต้องลองผิดดูบ้าง และไม่ลืมที่จะเข้าไปสื่อสารกับชาวต่างชาติ ถ้ามีโอกาสก็พูดไปเลย ไม่ใช่ว่าเห็นฝรั่งแล้วกลัว เดินห่าง 500 เมตร ก่อนรีบเดินหนีอย่างไว แบบนี้ก็ไม่ช่วยให้เก่งขึ้นได้หรอก เพราะยิ่งใช้ ยิ่งเรียนรู้ เราจะยิ่งเก่งขึ้น เดี๋ยวก็จะเซียนไปเอง อย่าหยุดพัฒนาตัวเราเองก็พอ”

บรรยากาศสอนสนุก

เนื้อหาเข้มข้น

สำหรับการลงเรียน มีกฎเกณฑ์ที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันเสมอคือ สำหรับคนที่อยากลงเรียนเป็นกลุ่ม ลิมิตต้องไม่เกิน 2 คน เนื่องจากว่า ไม่ต้องการให้นักเรียนหรือคนที่มาเรียน รู้สึกตามใครไม่ทัน เพราะทักษะของคนเราไม่เท่ากัน บางคนมาก บางคนน้อย

สามารถเลือกลงคอร์สเรียนได้ 3 แบบตามความสะดวก ดังนี้ คอร์สเรียน 30 ชั่วโมง ราคา 8,500 บาท, คอร์สระยะยาว 70 ชั่วโมง ราคา 13,000 บาท และสอนรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท ลงเรียนต้องไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง/ครั้ง ใน 1 เดือน รูปแบบการสอนค่อนข้างตามใจผู้เรียน จึงให้มีจัดตารางเรียนและเวลามาตกลงกันกับเราว่าใครสะดวกวันไหน ไม่อยากเรียนวันไหน ซึ่งเรื่องนี้ให้อิสระเต็มที่ เอาความสมัครใจของผู้เรียน

ติวเตอร์รุ่นเยาว์ บอกว่า “คนที่มาเรียนต้องคุ้มค่า สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ย้ำกับนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองเสมอว่า ติวเตอร์ให้ได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การเรียนภาษาต้องใช้เวลาและทุ่มเทให้กับมัน ต้องใจเย็น ที่ต้องบอกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าต้องการเงินหรือยืดเวลาติวแต่อย่างใด แต่มันขึ้นอยู่กับทักษะ ความตั้งใจที่อยากจะเรียนของผู้เรียนด้วย”

สำคัญอีกอย่าง ต้องทำการโอนเงินจองเพื่อลงเรียนก่อนด้วย ถ้าจองเปล่าๆ ไม่มีการโอนเงิน ถือว่าไม่ได้จอง เหมือนเราทุกคนนั้นละ เวลาเสียเงินแล้วก็จะมาเรียนอย่างเต็มที่เต็มเวลา เพราะไม่อยากเสียเงินค่าลงเรียนฟรี…ครูอ๊อฟ กำชับ

ซัพพอร์ตรายจ่าย

2 หมื่นอัพ ต่อเดือน

“ติวเตอร์ฟรีแลนซ์” คือ อาชีพ ในความคิดของครูอ๊อฟ เป็นอาชีพที่ช่วยทำให้เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งสามารถใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ได้อย่างสบายๆ รายได้ที่มากกว่า 20,000 บาทอัพ ต่อเดือน ช่วยซัพพอร์ตรายจ่ายต่างๆ ได้อย่างดี โดยไม่ต้องเดือดร้อนครอบครัว จนเจ้าตัวออกปากพูดเลยว่า เขาได้การพัฒนาภาษาเป็นของแถมที่ดีมากๆ จากการเป็นติวเตอร์ ตอนนี้ไม่กลัวฝรั่งหน้าไหนอีกแล้ว เพราะสามารถฟัง พูด อ่าน เขียน คล่อง เข้าใจหมดทุกอย่างที่คนต่างชาติต้องการจะสื่อสาร มันเหมือนเป็นอัตโนมัติที่เราสามารถพูดได้เลย…เหมือนที่เราพูดภาษาไทยของเรา

ครูอ๊อฟ ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง เดินทางไปต่างประเทศมาบ้างพอสมควร ทำให้ได้ใช้ภาษา ได้เข้าใจธรรมชาติการสื่อสารของมนุษย์มากขึ้น และจากทั้ง 3 ภาษาที่เปิดสอนอยู่ในขณะนี้ ภาษาบาลีเป็นภาษาที่ได้ใช้ในการสื่อสารน้อยที่สุด เพราะไม่ค่อยมีคนเอามาใช้พูด ใช้สื่อสารมากนัก นอกจากจะเข้าวัด ฟังพระท่านเทศน์นั้นแหละถึงจะได้ใช้

“จากประสบการณ์ที่เคยได้สอนในสถาบันหลายแห่ง มีเวลาเข้า-ออกประจำ ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่ได้ชอบการทำงานตรงจุดนั้น ด้วยข้อกำหนดของเวลา รูปแบบการสอนต่างๆ ทำให้ไม่ได้รู้สึกสนุกกับการทำงานประจำที่ต้องไปในที่เดิม จุดเดิม เวลาเดิม ทั้งยังมีข้อกำหนดไว้แล้ว มันไม่ใช่ตัวตนของเรา”

ปัจจุบัน ครูอ๊อฟเป็นเพียงนิสิตที่มีอาชีพเสริมด้วยการเป็นติวเตอร์ แต่ในอนาคตอยากประกอบอาชีพเป็นสจ๊วต ถึงแม้ลักษณะการทำงานคืองานประจำ แต่ก็ไม่ได้จำเจอยู่กับที่ ได้มีโอกาสเดินทางตลอด ซึ่งชอบและใฝ่ฝันเอาไว้ ถ้าหากในอนาคตมีโอกาสก็จะพยายามทำให้สำร็จ ทั้งยังมีแผนว่าจะเปิดสถาบันสอนภาษาควบคู่ไปด้วย

เมื่อต้องเรียนและทำงาน แถมพ่วงท้ายด้วยการเป็นเชียร์ลีดเดอร์และทำกิจกรรมต่างๆ ของคณะ การแบ่งเวลา จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะฉะนั้น ครูอ๊อฟจึงมีเทคนิคการแบ่งเวลามาบอกต่อ “เวลาเรียนก็ลงเรียนตามปกติเหมือนนิสิต/นักศึกษาทั่วไป เรียนให้เต็มที่ และเอาเวลาว่างจากวันที่มีเรียนน้อย ช่วงเย็นและเสาร์-อาทิตย์ มาสอนพิเศษ กลายร่างเป็นครูอ๊อฟ จัดสรรเวลาให้ดีระหว่าง เรียน กิจกรรม และทำงาน เรายึดวิถี Enjoy Life จงใช้ชีวิตและทำงานให้เต็มที่” ครูอ๊อฟ ทิ้งท้ายเอาไว้

สำหรับใครที่สนใจอยากเพิ่มพูนทักษะภาษาเพิ่มเติม สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ Facebook : Harit Auparisan, Instagram : hariddh และ LINE ID : mraofcu

Leave a comment