ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07032011158&srcday=2015-11-01&search=no
| วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384 |
รายงานพิเศษ
พินทุ วิเศษภูมิ
ข้าวฮางภูเขาไฟ “บุรีรัมย์” ภูมิปัญญาโบราณ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
ท้องนากว่าพันไร่ในเขตพื้นที่บ้านหนองบัวราย ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ นั้นไม่ธรรมดา
ความที่เป็นแหล่งชุมชนโบราณ ตั้งอยู่ในเชิงภูเขาพนมรุ้ง การทำนาในที่ลุ่มแห่งนั้นจึงสั่งสมภูมิปัญญาโบราณมาเนิ่นนานหลายร้อยหลายพันปี
“วนัมรุง” ชื่อที่มีจารึกถึงโบราณสถานบนยอดเขา ที่วันนี้แม้ผิดเพี้ยนก็เพียงเล็กน้อยเป็น “พนมรุ้ง” นั่นหมายความถึงการสืบเนื่องดำรงอยู่ของผู้คน
ณ บ้านหนองบัวราย แห่งนี้เอง มีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับอาชีพสำคัญอย่างเกษตรกรรม “ทำนา” ที่ปัจจุบันกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์
เพราะข้าวของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้าวหอมมะลิ ข้าวฮางภูเขาไฟ” บ้านหนองบัวราย ภายใต้การนำของ ป้าอำนวย สลับเพชร นั้นไม่เหมือนใคร
แน่นอนว่ากรรมวิธีการผลิตแบบ “เกษตรอินทรีย์” เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนไว้เนื้อเชื่อใจในความปลอดภัย
แต่สำคัญกว่านั้นคือ ภูมิปัญญาโบราณที่เรียกว่าการทำ “ข้าวฮาง” ซึ่งทำให้การกินข้าวมากกว่าการกินแล้วอิ่ม ยิ่งทำให้การรวมกลุ่มของเกษตรกรกว่า 50 ครอบครัวซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่ม สามารถที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์จนเป็นเอกลักษณ์ให้กับจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ได้
ข้าวฮางภูเขาไฟ
วิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาโบราณ
“ข้าวฮาง” ได้ยินชื่อครั้งแรกแล้วหลายคนอาจขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย ด้วยไม่เข้าใจว่าที่กำลังเอ่ยถึงอยู่นี้คืออะไร แตกต่างจากข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวพันธุ์อื่นๆ อย่างไร? หรือไม่?
ป้าอำนวย ช่วยอธิบายขยายความให้ฟังว่า แท้จริงแล้ว “ฮาง” คือกรรมวิธีในการผลิต ไม่ใช่ชื่อของสายพันธุ์ข้าว แต่เป็นภูมิปัญญาโบราณที่ตนเองได้เรียนรู้มา
เพื่อช่วยทำให้ข้าวที่เรากินนั้นเป็นมากยิ่งกว่าข้าวที่ช่วยให้อิ่มท้องไปในแต่ละมื้อ
“ข้าวฮาง” เป็นข้าวสารแปรรูปที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธีภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยการนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำไว้เพื่อกระตุ้นให้สารอาหารต่างๆ จากเปลือกข้าวซึมเข้าไปในเมล็ด แล้วจึงนำมานึ่งเพื่อจัดเก็บสารอาหารให้คงไว้ ก่อนจะนำข้าวเปลือกไปตากให้แห้ง แล้วจึงนำไปสีโดยเครื่องสีข้าวกะเทาะเปลือกออกมาเป็นข้าวสาร
สุดท้ายจึงจะบรรจุลงผลิตภัณฑ์อัดสุญญากาศ เพื่อป้องกันมอดและแมลงอย่างดี
ป้าอำนวย บอกว่า การนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำนั้น จะช่วยกระตุ้นในเรื่องการงอกของข้าว ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ข้าวมีคุณประโยชน์ เพราะจะทำให้ข้าวผลิตสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กาบา” ซึ่งมีมากตรงจมูกข้าวขึ้นมา
ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อความรู้จักสารที่เรียกว่า “กาบา” ให้มากขึ้น พบว่า…
“กาบา” เป็นสารที่อุดมไปด้วยประโยชน์สารพัด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบประสาท ระบบเผาผลาญ และช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ใหม่ให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และมะเร็งบางชนิดได้ด้วย
แต่กว่าที่จะได้สารสำคัญชนิดนี้มา และรักษาไว้ กรรมวิธีการผลิตก็เป็นเรื่องสำคัญ
ป้าอำนวย บอกว่า เครื่องสีข้าวที่กลุ่มใช้ เป็นเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก ใช้เป็นลูกยางแบบกะเทาะ ซึ่งโดยปกติโรงสีทั่วไปจะเป็นลูกหินกะเทาะ หรือเหล็กกะเทาะ โดยในกระบวนการทำงานของเครื่องจักรระดับอุตสาหกรรมแบบโรงสีใหญ่นั้น เครื่องจะขัดเปลือกข้าวพร้อมกับสารอาหารสำคัญให้หลุดออกไปด้วย
“แต่สำหรับเครื่องสีของเราเป็นขนาดเล็ก และใช้ลูกยางกะเทาะ จึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ สารกาบา ซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในข้าวจากกรรมวิธีการฮางที่เราอยากเก็บไว้จึงยังอยู่ครบ คนกินข้าวจึงได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไปเต็มๆ” ป้าอำนวย กล่าว
สำหรับ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้าวหอมมะลิ ข้าวฮางภูเขาไฟ” เป็นการรวมตัวของชาวบ้าน สมาชิกกว่า 50 ครอบครัว ที่ทำนาโดยกรรมวิธีอินทรีย์ไร้สารพิษ เมื่อได้ข้าวเปลือกมาแล้ว สมาชิกก็จะนำมาขายให้กับกลุ่ม
เพื่อนำมาผลิตเป็น “ข้าวฮาง” เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
เพิ่มสารอาหารและคุณประโยชน์ให้กับข้าว ก่อนนำมาจำหน่ายและเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรในกลุ่มต่อไป
ดินที่ “บุรีรัมย์”
และข้าว 5 แบบขึ้นชื่อ
“เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม” นี่คือคำขวัญประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เผยให้เห็นถึงของดี และแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้มาเยือนหรือผู้สนใจห้ามพลาด
กล่าวเฉพาะคำว่า “ถิ่นภูเขาไฟ” ในจังหวัดบุรีรัมย์มีภูเขาไฟ (ที่ดับสนิทแล้ว) มากที่สุดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟพนมรุ้ง ภูเขาไฟอังคาร ภูเขาไฟกระโดง ฯลฯ
สารพัดแร่ธาตุที่ละลายออกมาจากการระเบิด ปะทุ กลายเป็นแมกมา ลาวา ที่ในขณะเริ่มเย็นตัวลงนั้นจะจับตรึงก๊าช แร่ธาตุ และปุ๋ยที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชเก็บไว้
นานวันเข้าหินเหล่านี้เริ่มแตก ละเอียด ทับถมนานเข้าก็กลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ในที่สุด
ข้าวที่เกษตรกรในบ้านหนองบัวราย เชิงภูเขาไฟพนมรุ้งปลูก จนนำมาผลิตเป็น “ข้าวหอมมะลิอินทรีย์” และ “ข้าวฮาง” จึงเป็นข้าวที่เติบโตดีให้ผลผลิตงามปราศจากเรื่องการใช้ปุ๋ยและสารเคมี
ในต่างประเทศที่มีภูเขาไฟมากมายอย่าง ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย แหล่งที่มีภูเขาไฟมอดดับสนิทนี้เอง ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศไปเยี่ยมชม สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากมาย
หากประเทศไทยจะเอาเยี่ยงอย่างบ้าง ก็น่าจะเป็นการดีไม่น้อย
ถามถึงผลิตภัณฑ์ของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้าวหอมมะลิ ข้าวฮางภูเขาไฟ” ที่มีในตอนนี้ ได้รับการเปิดเผยว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทางกลุ่มทำขึ้น หลักๆ แล้วจะมีอยู่ 5 ประเภท คือ
1. ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เป็นข้าวหอมมะลิ 105 ที่เลื่องชื่อของอำเภอประโคนชัย มีกลิ่นหอม ถูกใจผู้กินจนมีงานใหญ่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ นั่นคือ “ข้าวมะลิหอม ปลาจ่อมกุ้ง ชมทุ่งนกประโคนชัย”
2. ข้าวหอมแดง เป็นข้าวหอมมะลิแดง ที่ผ่านกรรมวิธีการฮางอันเป็นภูมิปัญญาโบราณ
3. ข้าวหอมทอง เป็นข้าวกล้องที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ยิ่งผ่านกระบวนการฮางอันเป็นภูมิปัญญาโบราณ ยิ่งทำให้ข้าวนั้นเพิ่มสารกาบาที่เป็นประโยชน์อีกสารพัด
4. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ข้าวที่เกิดจากการผสมกันระหว่าง ข้าวหอมมะลิ 105 กับข้าวเจ้าหอมนิล จนได้เป็นข้าวเจ้าสีม่วงเข้ม เมล็ดเรียวยาว ผิวมันวาว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ผ่านกรรมวิธีการฮางแบบภูมิปัญญาโบราณ
และ 5. ข้าวหอมจันทร์ เป็นการรวมเอาข้าวหอมแดง ข้าวหอมทอง และข้าวหอมมะลิมาไว้ด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญคือ ผ่านกรรมวิธีการฮางแบบภูมิปัญญาโบราณด้วยเช่นกัน
“นอกเหนือจากนี้ ยังมีข้าวที่ทางกลุ่มกำลังทำการศึกษา และเตรียมการผลิตให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่กินข้าวเป็นยาอีก นั่นก็คือ ข้าวสมุนไพร ซึ่งจะมีการใช้สมุนไพรหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอัญชัน ขิง ข่า ขมิ้น ใบเตย ฯลฯ ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มสีสันและคุณค่าให้กับข้าวอีกด้วย” ป้าอำนวย กล่าว
กระบวนการผลิตข้าวสมุนไพรของกลุ่มทำอย่างไร?
ป้าอำนวย กระซิบบอกเบาๆ อย่างให้ผู้สนใจโปรดติดตามภาคต่อ “ตอนนี้ขออุบเอาไว้ก่อน เดี๋ยวเสร็จเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบอีกที”
จะเป็นเมื่อไหร่นั้น คงต้องใช้สำนวนของนักเขียนบรมครูท่านหนึ่งฝากไว้ว่า “ไม่นานเกินรอ”