“SKYBOX” รับ-ฝาก-ส่งพัสดุ บน “บีทีเอส”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07044011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ช่องทางสร้างอาชีพ

ดวงกมล

“SKYBOX” รับ-ฝาก-ส่งพัสดุ บน “บีทีเอส”

วิธีการใช้บริการ ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์) นำสิ่งของที่ต้องการส่งมาเข้าระบบ ทางสกายบ็อกซ์จะมี SMS เด้งขึ้นในโทรศัพท์มือถือทั้งผู้ฝากและผู้รับ โดยผู้รับจะต้องนำ SMS มายืนยันตัวตน ผู้รับสามารถกำหนดเวลารับได้ ภายใน 1-7 วัน

ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และสิงคโปร์ บริการรับ-ส่งสินค้าตามสถานีรถไฟฟ้าได้รับความนิยมมาระยะหนึ่งแล้ว เวลานี้บริการดังกล่าวได้เกิดขึ้นในเมืองไทยแล้ว ภายใต้ไอเดียคนรุ่นใหม่ “เบนซ์-อภิพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล” ชายหนุ่มอายุ 25 ปี จบคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ให้บริการรับ-ฝาก-ส่งพัสดุ บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (SKYBOX) 6 แห่งคือ ช่องนนทรี สนามกีฬาแห่งชาติ ทองหล่อ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมอชิต และซอยอารีย์ ในเร็วๆ นี้จะเพิ่มถึง 20 สถานี อนาคตจะขยายไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และยังรับชำระค่าน้ำค่าไฟ บัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ

ผุดไอเดียเก๋

ตอบโจทย์คนเมือง

คุณเบนซ์ เผยที่มาว่า บริการรับ-ฝาก-ส่งพัสดุ บนบีทีเอส เกิดจากปัญหาส่วนตัว อยากส่งของให้เพื่อน แต่เวลาไม่ตรงกัน บางคนมีเวลาจำกัด ประกอบกับคนที่รู้จักก็เจอปัญหานี้เหมือนๆ กัน เลยมองเห็นช่องทางทำธุรกิจ โดยทำเลที่เลือกคือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะเป็นทำเลทอง แต่ละวันคนสัญจรมหาศาล แถมยังไม่มีบริการดังกล่าวด้วย

ก่อนจะลงทุน ชายหนุ่มใช้เวลาเก็บข้อมูลราว 1 ปี ด้วยการเข้าไปศึกษาระบบการขนส่งสิ่งของที่ไปรษณีย์ไทย สาขา จังหวัดสมุทรสาคร ไปขอสถิติจำนวนคนขึ้นรถไฟฟ้าในแต่ละวันจาก บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) พบว่าจำนวนคนขึ้นรถไฟฟ้าทุกสถานีแต่ละวันราว 2 ล้านคน ไปศึกษาโมเดลธุรกิจรับส่งสินค้าจากต่างประเทศ ก็พบข้อดี ข้อเสียหลายอย่าง จากนั้นนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง

ช่วงที่เบนซ์เก็บข้อมูลหลายๆ ด้าน เขาบอกว่า ยิ่งมั่นใจว่าบริการดังกล่าวจะดำเนินไปด้วยดี ในที่สุดตัดสินใจเปิดบริการ “SKYBOX” (สกายบ็อกซ์) เมื่อปี 2557 ด้วยงบลงทุนจากผู้ปกครองก้อนแรก 5 ล้านบาท นำร่อง 4 สถานี ได้แก่ ช่องนนทรี สนามกีฬาแห่งชาติ ทองหล่อ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ผมนำร่องสถานีช่องนนทรีเป็นที่แรก เพราะแถวนั้นมีสำนักงานเยอะ ปรากฏผิดคาด พนักงานออฟฟิศไม่ส่งพัสดุทุกวัน แถมลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจบริการดังกล่าว 6 เดือนแรกเงียบเหงามาก อาศัยใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กช่วยประชาสัมพันธ์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม รวมถึงปรับแผนธุรกิจหันมาเจาะตลาดกลุ่มผู้ขาย และกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์”

คุณเบนซ์ เสริมว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางต่างๆ เยอะขึ้น มีคนไทยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย ทางสกายบ๊อกซ์มองเห็นโอกาสของธุรกิจจากตรงนั้น จึงมุ่งเน้นไปที่การเป็นจุดรับสินค้าออนไลน์ เพื่อความสะดวกของกลุ่มเป้าหมาย

จับมือร้านโซเชียล

ระบบเสถียรเล็งขยาย

สำหรับวิธีการใช้บริการ ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์) นำสิ่งของที่ต้องการส่งมาเข้าระบบ ทางสกายบ็อกซ์จะมี SMS เด้งขึ้นในโทรศัพท์มือถือทั้งผู้ฝากและผู้รับ โดยผู้รับจะต้องนำ SMS มายืนยันตัวตน ผู้รับสามารถกำหนดเวลารับได้ ภายใน 1-7 วัน นอกจากส่งระหว่างสถานี ยังรับส่งทั่วประเทศไทย และส่งทั่วโลก คิดอัตราเริ่มต้น กิโลกรัมละ 35 บาท หากส่งปริมาณมากก็ติดต่อกับพนักงานได้โดยตรง หรือส่งไม่กี่ชิ้นก็เดินเข้ามาใช้บริการได้ทันที จะมีพนักงานช่วยแพ็กสินค้าลงกล่องของสกายบ็อกซ์ให้

ด้านความหลากหลายของพัสดุที่ส่ง ผู้ให้บริการ ระบุว่า มีทั้งพัสดุขนาดเล็ก พวกเครื่องสำอาง เสื้อผ้า อาหารก็มีแต่ผู้ส่งต้องแพ็กมาให้ดี พัสดุขนาดใหญ่ เช่น ราวตากผ้ายาวประมาณ 2 เมตรก็เคยมี ในกรณีต้องการให้จัดส่งในจุดที่ไม่มีศูนย์บริการของสกายบ็อกซ์ จะมีพนักงานไปส่งให้ แต่ลูกค้าต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มพิเศษ

“ผมเชื่อว่าบริการนี้เหมาะกับคนเมืองยุคใหม่ เหมาะกับคนที่อยู่บ้านไม่เป็นเวลา เวลาไม่ตรงกันระหว่างผู้ส่ง-ผู้รับ ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยผู้รับสามารถมาเลือกรับสินค้าเวลาไหนก็ได้ หากไม่มีผู้รับ พัสดุก็ตีกลับผู้ส่ง”

ปัจจุบัน สัดส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการ คุณเบนซ์ ระบุว่า 40 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าทั่วไป 60 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เช่น Alibaba, Amazon, Lazada, Luxora

สกายบ็อกซ์เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. และวันเสาร์เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ปิดทำการ ยกเว้น สถานีหมอชิต เปิดให้บริการทุกวัน ส่งสินค้าก่อน 12.00 น. รับสินค้าภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป

สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต ทางผู้ประกอบการตั้งเป้าหมายว่าในปี 2559 จะมีจุดให้บริการครบทุกจุดบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และขยายสาขาเป็นแฟรนไชส์ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ให้กระจายครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย 100 สาขา ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2560

Leave a comment