ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง มัดใจลูกค้าต่างชาติอยู่หมัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0724151258&srcday=2015-12-15&search=no

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 387

รายงานพิเศษ

ดวงกมล

ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง มัดใจลูกค้าต่างชาติอยู่หมัด

ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนร้าน “ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง” เจ๊บัวลอย เผยว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันดับ 1 คือ ฮ่องกง จีน ตามด้วยเวียดนามและกลุ่มประเทศตะวันตก

ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า “กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก

นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียนขายนาน 28 ปี

หลายคนถ้าอยากทานข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้ทานหนำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง”

“ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็น เปิดตั้งแต่ 18.00-03.00 น. อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้งคือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย โดยบรรทุกใส่รถปิ๊กอัพมาวางขาย ส่วนฉายานิ้วทองเป็นของคุณรุ่งโรจน์ คือ ปลอกสวมนิ้วไว้เคาะทุเรียน ซึ่งเป็นทองคำแท้หนัก 3 บาท

สำหรับความโดดเด่นของทุเรียนร้านนี้ ลูกค้าเรียกคุณอภิญญาติดปากกันว่า เจ๊บัวลอย เธอบอกว่า เป็นทุเรียนแก่ทุกลูก ไม่มีทุเรียนอ่อนปน รสชาติอร่อย กลิ่นหอม ไม่เหม็นเขียว เพราะถ้าเป็นทุเรียนอ่อน หากนำมาเก็บไว้นานจะไม่สุก แถมเนื้อเน่า ทางร้านจำหน่ายทุเรียน 2 พันธุ์คือ “หมอนทอง” ผลใหญ่ เนื้อหนาสีเหลืองอ่อนละเอียด ไม่เละไม่แฉะติดมือ รสชาติหวานมัน เม็ดน้อย กลิ่นไม่แรงนัก น้ำหนักเฉลี่ยต่อลูก 3-4 กิโลกรัม และพันธุ์ก้านยาว ผลขนาดปานกลาง ทรงผลกลม มีจุดเด่นตรงที่มีก้านผลใหญ่และยาวกว่าพันธุ์อื่นๆ มีเนื้อละเอียดสีเหลือง เนื้อหนาปานกลาง เม็ดค่อนข้างใหญ่ ให้รสชาติหวานมันเช่นกัน น้ำหนักเฉลี่ยต่อลูก 3 กิโลกรัม

ก้านยาว หมอนทองครองใจลูกค้าต่างชาติ

สำหรับทุเรียน “หมอนทอง” ถือเป็นทุเรียนยอดนิยมก็ว่าได้ เป็นสายพันธุ์นิยมปลูกกันมากที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นพันธุ์ที่ส่งออกมากที่สุดด้วยเช่นกัน เมื่อปีที่แล้ว (2557) ไทยส่งออกทุเรียนมูลค่า 14,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 8,600 ล้านบาท ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่งออกสู่ประเทศจีน แสดงให้เห็นว่าความต้องการทุเรียนในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นมาก

สาเหตุที่ร้านนี้มีทุเรียนขายตลอดปี เจ้าของร้านใช้วิธีรับทุเรียน 2 ภาคคือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ช่วงต้นปี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน รับจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ช่วงปลายปีระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม รับจากชุมพร ทำให้ลูกค้าสามารถบริโภคทุเรียนได้ตลอดทั้งปี รับประกันความอร่อยทุกลูก แต่อย่างไรก็ตาม เจ๊บัวลอย ย้ำว่า “ทุเรียนอร่อย ไม่ว่าจะมาจากนนทบุรี จันทบุรี หรือระยอง ยังไม่สำคัญเท่า ทุเรียนแก่ แน่นอนกว่า”

“ดิฉันรับทุเรียนคัดคุณภาพตั้งแต่ในสวนเลย รับจากสวนเดิมติดต่อกันมานาน 28 ปีแล้ว ซึ่งราคาทุเรียนต่อลูกทางร้านจะแพงกว่าตลาดทั่วไปประมาณ 10 บาท เพราะกล้ารับประกันเลยว่าเนื้อดี รสชาติอร่อย มีทั้งสุกจัด สุกพอดี ห่ามหน่อย กรณีเจอทุเรียนอ่อนจะทิ้งทันที ลูกค้าสามารถเปลี่ยนได้เลย”

ปัจจุบัน ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนร้าน “ทุเรียน-บัวลอย นิ้วทอง” เจ๊บัวลอย เผยว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันดับ 1 คือ ฮ่องกง จีน ตามด้วยเวียดนามและกลุ่มประเทศตะวันตก โดยคนฮ่องกงชอบทุเรียนก้านยาวสุกจัด ชอบรสชาติ และกลิ่น หลังจากซื้อเสร็จจะให้แกะเปลือก ฉีกทุเรียนทานหน้าร้านเลย ส่วนลูกค้าจีนชอบทุเรียนหมอนทอง ชอบที่เนื้อแน่น พูใหญ่ ปริมาณทุเรียนที่ขายภายใน 1 สัปดาห์เฉลี่ยประมาณ 1,000 กิโลกรัม แต่ถือว่าลดลงเพราะเมื่อก่อนทุเรียน 1,000 กิโลกรัมใช้เวลาขายเพียง 3 วันเท่านั้น

คู่แข่งเพิ่มขึ้นฝึกภาษาจีน

ด้านข้าวเหนียวมูนก็ไม่น้อยหน้า เจ๊บัวลอยมัดใจลูกค้าด้วยรสชาติหวาน มัน ไม่ใส่น้ำมันพืช ไม่ใส่สารกันบูด เป็นสูตรโบราณ ใส่หัวกะทิสดล้วนๆ อร่อย นุ่มนวลแบบธรรมชาติ ทานได้ไม่ต้องกังวล ทางร้านขายเมนูข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวมะม่วง

เจ๊บัวลอย ย้ำว่า ตนเป็นร้านแรกและร้านเดียวที่ขายเมนูข้าวเหนียวทุเรียน และข้าวเหนียวมะม่วง บนถนนเยาวราช แต่ทุกวันนี้มีร้านค้าหน้าใหม่เกิดขึ้นในละแวกเดียวกันถึง 6 ร้าน แสดงให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ไม่เฉพาะแต่คนไทยเท่านั้นที่ชอบผลไม้กลิ่นแรงอย่างทุเรียน เพราะต่างชาติ ตัวอย่างเช่น คนจีน คนฮ่องกง ต่างก็โปรดปรานผลไม้ชนิดนี้

ทุกวันนี้ เจ๊บัวลอยอายุ 64 ปีแล้ว เจ๊บัวลอย บอกว่า สุขภาพยังแข็งแรง รักในอาชีพค้าขาย และผูกพันกับเพื่อนร่วมอาชีพในย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้ แต่ด้วยยุคสมัยเปลี่ยนไปต้องพัฒนาทักษะอยู่สม่ำเสมอ และเพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้ารู้เรื่อง ต้องหันมาฝึกภาษาจีนกลาง ภาษาเวียดนามเพิ่มขึ้น

Leave a comment