ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07083011258&srcday=2015-12-01&search=no
| วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386 |
เศรษฐกิจชาวบ้าน
ภ.พชร อาจารย์พิเศษ ภาควิชาการตลาด คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา
วัฏจักรความยั่งยืน ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
หลังจากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งภายในประเทศไทย ตามคำชักชวนของหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ก็ได้ค้นพบปรากฏการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือแนวความคิดด้านความยั่งยืนของทั้งผู้กำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลาง และจากท้องถิ่น ผู้ลงมือปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ และแม้แต่ตัวสื่อมวลชนเอง ก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของกระบวนการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว ไปสู่สภาวะที่เรียกว่า ความยั่งยืนนั่น ยากที่จะเป็นไปได้ตามแผนงานในระยะเวลาที่กำหนด
ซ้ำด้วยหน่วยงานด้านวิชาการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญในภาคนโยบาย ยังมองว่าความไม่แน่นอน ความคลุมเครือ ของความยั่งยืนของแต่ละองค์กรด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการทำกำไรให้กับสถาบันวิชาการ และวิชาชีพของตน นี่ก็ยิ่งทำให้เส้นทางที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว นับวันจะยิ่งเลือนรางออกไป อีกทั้งความยั่งยืนในด้านหนึ่ง ก็อาจจะเป็นเหมือนความพอเพียง คือเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ส่วนตัว เฉพาะบุคคล เฉพาะชุมชน ซึ่งจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจอย่างถึงแก่น จึงจะสามารถนำความรู้ที่ได้ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับทั้งกาล และเทศะ
ในระหว่างนี้ ผู้เขียนก็ขออนุญาตเลือก ความหมายของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มากล่าวซ้ำไว้อีกครั้ง ดังนี้ “?การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน หมายถึง การท่องเที่ยว รวมถึงการจัดบริการอื่นๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดย (1) ต้องดำเนินการภายใต้ขีดความสามารถของธรรมชาติ ชุมชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่มีต่อขบวนการท่องเที่ยว (2) ต้องตระหนักดีต่อการมีส่วนร่วมของประชากร ชุมชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่มีต่อขบวนการท่องเที่ยว (3) ต้องยอมรับให้ประชาชนทุกส่วนได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการท่องเที่ยวอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน (4) ต้องชี้นำภายใต้ความปรารถนาของประชาชนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ท่องเที่ยวนั้นๆ…” (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ; จุลสารการท่องเที่ยว 2538 หน้า 14.)
และอีกหนึ่งคำจำกัดความ ที่ผู้เขียนได้เลือกมา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ขอให้ราชบัณฑิตยสถานช่วยบัญญัติคำจำกัดความของ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยราชบัณฑิตยสถานได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า หมายถึง “การพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสุนทรียภาพ โดยใช้ทรัพยากรอันทรงคุณค่าอย่างชาญฉลาด สามารถรักษาเอกลักษณ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ได้นานที่สุด เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และใช้ประโยชน์ได้ยาวนานที่สุด” (จากในอินเตอร์เน็ต)
เอาเป็นว่าเราได้ความหมายมาแล้ว ทีนี้ หลังจากนี้ไปเท่าที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าดู ก็จะเป็นเรื่องราวทางวิชาการต่างๆ นานาที่ดูแล้วท่าทางจะยากที่ ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา จะประยุกต์ใช้ หรืออาจจะต้องยุบรวมคำจำกัดความให้เหลือน้อยลงเสียก่อน แต่ที่เป็นประเด็นในขณะนี้ก็คือ กิจกรรมการท่องเที่ยวได้เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ว่าจะด้วยตนเอง โดยสภาพ หรือจะด้วยการส่งเสริมจากภาครัฐ หรือเอกชน และสิ่งที่ตามมาก็คือ ผู้เขียนไม่เคยเห็น 1. มาตรฐานความยั่งยืนของทรัพยากรการท่องเที่ยว 2. ตัวชี้วัดความยั่งยืนของทรัพยากรการท่องเที่ยว 3. วิธีการประเมินทรัพยากรการท่องเที่ยว และ 4. วิธีการควบคุม การดูแลรักษา การปฏิบัติเพื่อนำไปสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้ ทางผู้ที่เกี่ยวข้องเองจะต้องสร้างกลไก ทั้งทางสังคมศาสตร์ ทางรัฐศาสตร์ และทางนิติศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยไว
ในส่วนสำคัญก็คือ 3. การประเมินทรัพยากรการท่องเที่ยว มีหลักที่ผู้เขียนจะขอแนะนำให้ทดลองนำมาประยุกต์ใช้กันเอง แบบง่ายๆ แบบชาวบ้าน โดยสิ่งที่เรากำลังจะประเมินนั้น ถือว่าเป็นการประเมินประสิทธิภาพ (ปัจจัยภายในซึ่งควบคุมง่าย) ประกอบไปด้วย 4 เรื่อง คือ ก ข ค ง (ผู้เขียน) ก ก็คือ กระบวนการ ในที่นี้คือ การจัดการท่องเที่ยว ข ก็คือ ของ ในที่นี้คือ ผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว ค ก็คือ คน ในที่นี้คือ ผู้จัดการ และผู้ปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงชุมชนท้องถิ่น ง ก็คือ เงิน ในที่นี้คือ งบประมาณด้านการท่องเที่ยว เช่น งบประมาณด้านการดูแลรักษา การปรับปรุงพัฒนา เป็นต้น
ไม่ต้องรอนักวิชาการจากส่วนกลาง หรือจากสถาบันไหนๆ เพราะการท่องเที่ยวเกิดขึ้นแล้ว หน้าบ้านของเรา ในบ้านของเรา และเกิดขึ้นทุกวัน ช้าไม่ได้ เราควรทำการประเมินของของเราก่อน ก่อนที่ใครเขาจะมาประเมินให้เรา ออกจดหมาย ออกประกาศเรียกไป ในชุมชนใครมีหน้าที่ มานั่งคุยกัน ใน 4 ข้อนี้จะมีข้อย่อยอะไรบ้าง ฝึกทำกันเอง ถกเถียงกัน ให้ตกตะกอน “ให้ระเบิดจากข้างใน” ให้คะแนนเต็มข้อละ 100 คะแนน หัวข้อไหนได้คะแนนน้อยเกินไป ถือเป็นจุดอ่อน ปรับปรุงพัฒนาแล้ว แค่ไหน เอาแค่นั้น แต่ว่า ทั้งส่วนประกอบ ก ข ค ง นี้ มีหลักอยู่ว่า กระบวนการทั้งหมดจะเดินไปได้ก็ด้วยกำลังของส่วนที่น้อยที่สุดเท่านั้น เช่น ทุกอย่างเต็มร้อยหมด แต่มีงบประมาณแค่ 50 ปรับปรุงแก้ไขแล้วได้ 65 ดังนั้น กระบวนการกลไก การท่องเที่ยวภายในชุมชนของเราก็ควรจะเดินเครื่องแค่ร้อยละ 65 แบบนี้เป็นต้น
ทีนี้ก็มาถึงส่วนสำคัญที่สุดของการประเมิน นั่นคือการประเมินสถานภาพการท่องเที่ยว ในวัฏจักรการท่องเที่ยว (ปัจจัยภายนอกซึ่งควบคุมยาก ที่สะท้อนผลมาจากปัจจัยภายใน) ซึ่งในที่นี้หมายถึง วัฏจักรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ ลักษณะการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละลักษณะการท่องเที่ยวก็จะมีวัฏจักรการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันออกไป หรืออาจทับซ้อนกัน และแยกย่อยออกไปได้อีก ทั้งเรื่องคุณภาพ และเรื่องปริมาณ เรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนี้ ท่านผู้อ่านลองคิดดูว่าจะใช้แนวคุณภาพ หรือแนวปริมาณ หรือทั้ง 2 แนวดี?
ในวิชาเศรษฐศาสตร์ และวิชาการตลาด ในเรื่อง วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle : PLC) และในวิชาวิศวกรรมในเรื่อง การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment : LCA) ด้วยวิธีการประยุกต์ ถ้าเรานำความสัมพันธ์ 2 มิติมาเขียนเป็นกราฟ แนวตั้งก็จะเป็นเรื่องของคุณภาพนักท่องเที่ยว และหรือปริมาณนักท่องเที่ยว ส่วนแนวนอนก็เป็นเรื่องของระยะเวลา รูปของกราฟก็จะเป็นเหมือนภาพระฆังคว่ำ แยกเป็น 5 ช่วง คือ 1) ช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ด้านการท่องเที่ยว) ก่อนออกสู่ตลาด 2) ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ 3) ช่วงเจริญเติบโต 4) ช่วงเจริญเติบโตสูงสุด 5) ช่วงถดถอย
วัฏจักรการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนี้ ก็เหมือนกับกฎที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ เกี่ยวกับกฎของไตรลักษณ์ คือมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป การประเมินสถานภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยว ว่าในขณะนี้ เราเกิดขึ้น กำลังตั้งอยู่ หรือกำลังดับไป ก็เพื่อที่จะนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างความยั่งยืน ชะลอความเสื่อมออกไปให้นานที่สุด
เหมือนขับรถขึ้นภูเขา ต่างกันที่ว่า เรารู้ว่าเป็นภูเขามีที่ขึ้นที่ลงแน่นอน และเราก็รู้ตัวว่า เรากำลังจะขึ้น หรือกำลังจะลง จุดสูงสุดของภูเขาอยู่ตรงไหน วิวสวยอย่างไร แต่วัฏจักรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนี้ เมื่อเริ่มขึ้นแล้ว ก็ไม่มีใครอยากให้ลง เพราะมันหมายถึงความสูญเสีย ความล้มเหลว และการไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือในระดับมหภาค มันไม่ได้ประกอบด้วยเส้นทางสั้นๆ และไม่ได้มีแค่ภูเขาลูกเดียว ภูเขาแต่ละลูกก็สูงต่ำไม่เท่ากัน ทางก็คดเคี้ยวและสูงชัน บนภูเขาลูกใหญ่ก็ยังมีภูเขาลูกเล็กซ้อนกันเข้าไปอีก เราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงจุดไหน ง่ายนิดเดียว ก็แค่หยุดจอดรถสักพัก ก่อนจะมีใครมาสั่งให้หยุด ก่อนจะมีใครมาสั่งให้ปิด…