ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098010459&srcday=2016-04-01&search=no
| วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 394 |
ก่อนปิดร้าน
วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com
คู่แข่งที่ต้องพึงระวัง!!
นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะมีความก้าวหน้า ล้ำกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแล้ว รู้หรือไม่ว่า ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ก้าวเข้าสู่ “สังคมคนแก่” ก่อนใครเพื่อน
เมื่อหลายปีก่อน มีผลสำรวจที่ระบุว่า ประเทศญี่ปุ่นมีประชากรผู้สูงอายุในสัดส่วนที่สูงกว่าประชากรวัยอื่นๆ ด้วยเหตุที่เศรษฐกิจสังคมญี่ปุ่นได้รับการพัฒนาให้เจริญและขยายตัวอย่างรวดเร็ว คนญี่ปุ่นทำงานกันอย่างหนัก อัตราเด็กเกิดใหม่ลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย จนกระทั่งวันหนึ่งสังคมคนญี่ปุ่นมีคนแก่เต็มไปหมด ขณะที่วัยเด็กวัยรุ่นโตไม่ทัน ผนวกกับเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มเจอปัญหาเงินฝืด การค้าการขายในประเทศเริ่มตีบตัน ค่าครองชีพสูงลิ่ว คนเอาแต่ออมเงิน ไม่อยากลงทุน สุดท้ายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำเป็นต้องหนีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูง ค่าแรงแพง ไปลงทุนขยายฐานการผลิตในต่างประเทศแทน
เช่นเดียวกับคนแก่ในญี่ปุ่นเอง ก็หนีภาวะค่าครองชีพสูงในประเทศตัวเอง มองหาช่องทางการไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยเอง ก็สบช่อง มองเห็นโอกาสในการทำตลาดธุรกิจท่องเที่ยวแบบลองสเตย์ หรือการท่องเที่ยวแบบที่พักอาศัยแบบระยะยาว ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำตลาดด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว มีอยู่หลายปีก่อนหน้า ที่ ททท. เน้นกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มลองสเตย์ให้เข้ามาในเมืองไทย เพราะมีผลสำรวจที่ว่า คนญี่ปุ่นอายุ 55 ปีขึ้นไป เริ่มปลดเกษียณจากการทำงาน เลือกที่จะมาท่องเที่ยวเมืองไทย เป็นการมาเที่ยวแบบอยู่อาศัยยาวๆ แทบจะเหมือนการมาใช้ชีวิตในเมืองไทย ไม่ใช่มาเที่ยวแบบนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป
ไม่ใช่แต่ไทยเท่านั้นที่สนใจนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มนี้ หลายประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ก็สนใจ อย่างเช่น มาเลเซีย รัฐบาลถึงกับมีการออกมาตรการสนับสนุน ส่งเสริม ดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้มาเที่ยวแบบลองสเตย์ โดย 10 ปีก่อนรัฐบาลมาเลเซียมีการออกโปรแกรมที่เรียกว่า Malaysia My Second Home (MM2H) ส่งเสริมให้คนต่างชาติเข้าไปตั้งรกรากในมาเลเซีย มีการให้สิทธิประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ให้วีซ่าพักอาศัยยาวนานถึง 10 ปี สามารถเข้าออกประเทศได้หลายครั้ง ยกเว้นภาษีการโอนเงินกองทุนบำนาญนอกประเทศ ให้สิทธิทำธุรกิจได้ สามารถครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้ สามารถซื้อรถยนต์ที่มาเลเซียผลิตได้ คือยี่ห้อ โปรตอน โดยไม่ต้องเสียภาษี เป็นต้น
ถึงกระนั้น คนแก่ญี่ปุ่นกลับชอบเมืองไทย!!
แต่ล่าสุด ประเทศคู่แข่งที่น่าจะมาแรง และประเทศไทยน่าที่จะตื่นตัวรับมือเอาไว้ก่อน นั่นก็คือ กัมพูชา ซึ่งจากคำให้สัมภาษณ์ของ มร.นาโออากิ คาโมชิดะ ที่ปรึกษาสถานทูตญี่ปุ่น ประจำกัมพูชา ระบุว่า จากตัวเลขผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่มาลงทะเบียนพักอาศัยอยู่ในกัมพูชา ณ เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา มีถึง 300 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะเทียบไม่ได้เลยกับจำนวน 80,000 คนในไทย แต่หากพิจารณาจากจำนวนคอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดที่เมืองเสียมเรียบ เมืองที่ตั้งมรดกโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อย่างนครวัด นครธม ทำให้มีการคาดหมายกันว่า ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น น่าจะชื่นชอบ และอยากจะมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่กัมพูชาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่ากันว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนแก่ชาวญี่ปุ่นอยากมาพำนักพักอาศัยในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่กัมพูชาเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีค่าครองชีพที่ถูกกว่าไทยแล้ว ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เริ่มได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าอดีตมาก แม้ว่าจะยังมีปัญหาเรื่องระบบความปลอดภัย ระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่ต้องแก้ไขปรับปรุง แต่ถึงแม้จะมีอุปสรรค ข้อขัดข้องบ้าง ความได้เปรียบในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประชากรสูงอายุ ที่มีข้อจำกัดในเรื่องรายได้ มีเงินออมจำกัดจำเขี่ยที่ต้องจัดสรรให้สามารถใช้ดำรงชีพให้ได้อย่างไม่กระเบียดกระเสียรจนเกินไป
ต้องยอมรับกันว่า เดี๋ยวนี้บ้านเราอะไรๆ แพงขึ้นเยอะ!!