Wildlife Justice Commission เตรียมไต่สวนคดีค้าสัตว์ป่าเวียดนามในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่กรุงเฮก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเฮก, เนเธอร์แลนด์–15 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

หลังจากที่ได้ดำเนินการสืบสวนกรณีการค้าสัตว์ป่าในหมู่บ้าน Nhi Khe ของประเทศเวียดนามมาเป็นเวลานานนับปี ในที่สุด Wildlife Justice Commission ได้เตรียมเปิดการไต่สวนแบบเปิดเผยในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2559 ณ Peace Palace ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

 —

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406562LOGO )

7 Rhino Horns. While we have observed that Vietnamese authorities have taken some steps to address the illegal open trade in Nhi Khe, our investigators found that behind closed doors and on social media all the key traders are still active. Moreover, crime has displaced to other locations near Nhi Khe and north of Hanoi. For an expanded press release please see our website: https://wildlifejustice.org/news/. (PRNewsFoto/The Wildlife Justice Commission)
(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160912/406563 ) 

คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 51 รายที่ทำงานเป็นเครือข่ายอาชญากรรม โดยได้มีการลักลอบค้าชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากแรด ช้าง และเสือ คิดเป็นมูลค่ารวมกันถึง53.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนวนคดีที่เราจัดทำขึ้น อันประกอบด้วยเอกสารกว่า 5,000 หน้า พร้อมไฟล์ภาพและเสียง ได้รับการนำเสนอต่อทางการเวียดนามเมื่อเดือนมกราคม 2559และทางการจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทั้งนี้ หลังจากมีการลงพื้นที่หลายครั้ง คณะผู้สืบสวนของเราได้ข้อมูลมาว่า

มีการค้านอแรดเป็นมูลค่า 42.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งาช้าง 6.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และชิ้นส่วนของเสือ 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชิ้นส่วนเหล่านี้มาจากช้างประมาณ 907 ตัว แรด 579 ตัว และเสือ 225 ตัว

นอกจากนั้นยังมีการลักลอบค้าตัวนิ่ม หมี เต่ากระ และนกชนหิน

แรดจำนวน 579 ตัวนี้ เท่ากับครึ่งหนึ่งของแรดที่ถูกล่าในแอฟริกาใต้ในปี 2558

การค้าเสืออย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกกังวล

หมู่บ้าน Nhi Khe ขยายตัวจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าสัตว์ป่า ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง WeChat และ Facebook

พบบัญชีธนาคารจีน 17 บัญชี ซึ่งผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าใช้รับเงินจากกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน

Olivia Swaak-Goldman กรรมการบริหารของ Wildlife Justice Commission กล่าวว่า

เราได้ยื่นสำนวนคดีอย่างละเอียดต่อทางการเวียดนามแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมดที่จำเป็นต่อการดำเนินคดีอาชญากรกลุ่มนี้ และปิดฉากขบวนการดังกล่าวให้หมดสิ้นไป นอกจากนี้ เรายังเสนอให้ความช่วยเหลือและได้ร่วมงานกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้ทางการเวียดนามออกมาจัดการแก้ไขปัญหา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ การแผ่ขยายเป็นวงกว้างของอาชญากรรมนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเพิกเฉยได้

เราต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นผ่านการประสานงานของทุกฝ่าย แต่เมื่อไม่มีการดำเนินการใดๆ เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำเสนอหลักฐานนี้ต่อเวทีระดับโลก

แม้จะมีหลักฐานมากมายมหาศาลที่ทีมกฎหมายของเราได้เตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของเวียดนาม ตลอดจนได้มีการติดต่อผ่านช่องทางการทูต และมีการประสานงานกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลก ทว่ารัฐบาลเวียดนามกลับไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมนี้ให้หมดสิ้นไป

ในทางกลับกัน หน่วยงานของรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้ส่งสัญญาณอย่างจริงจังต่อคดีดังกล่าว และได้เริ่มดำเนินการสืบสวนเบื้องต้นแล้ว

หลักฐานที่รวบรวมมาจากการสืบสวน รวมทั้งจากคณะผู้เชี่ยวชาญและพยานทั้งหลาย จะได้รับการพิจารณาเป็นเวลา 2 วันโดยคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลาง อันประกอบด้วยสมาชิก 5 ท่านจากนานาประเทศ ซึ่งคัดเลือกมาจากคณะกรรมการ Accountability Panel ของ Wildlife Justice Commission

ทั้งนี้ Wildlife Justice Commission มีการดำเนินงานทั่วโลก ปัจจุบันมีคดีที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมอีก 5 คดี และยังมีคดีอื่นๆที่อยู่ระหว่างการทบทวนด้วย โดยคดีล่าสุดที่มาเลเซียได้นำไปสู่การจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า 12 ราย

สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wildlifejustice.org

ที่มา: Wildlife Justice Commission

Leave a comment