แรงบันดาลใจจากวัยเด็ก สู่ “รพีภัทร ฟาร์ม” ฟาร์มไก่ชนแห่งความภูมิใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0768150459&srcday=2016-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 395

อาชีพคนดัง

นันท์นิ ชาดา

แรงบันดาลใจจากวัยเด็ก สู่ “รพีภัทร ฟาร์ม” ฟาร์มไก่ชนแห่งความภูมิใจ

หลังจากแต่งงานมีครอบครัว และมีทายาทไว้เชยชม อดีตพระเอก น้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล พลิกบทบาทครั้งสำคัญทั้งงานในวงการบันเทิงและงานส่วนตัว เรียกว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะตอนนี้ทุ่มเทมุ่งมั่นกับการสร้างรากฐานของครอบครัว รวมไปถึงการทุ่มเทให้กับธุรกิจส่วนตัว ที่เริ่มมาจากแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ใช้ชีวิตอยู่กับไก่มาโดยตลอด และเป็นงานที่เขาสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวัน ประกอบกับ 4-5 ปีก่อน กำลังเคว้งคว้าง จึงเป็นจุดให้เริ่มต้นทำธุรกิจที่ตัวเองรัก นั่นคือ ฟาร์มไก่ชน “รพีภัทร ฟาร์ม” ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครนายก

แรงบันดาลใจในวัยเด็ก

ในวัยเยาว์ เจ้าของฟาร์มใช้ชีวิตอยู่กับคุณตา และใช้เวลาในการเลี้ยงไก่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้เขาไม่เบื่อ และอยู่กับมันได้ทั้งวัน จนกระทั่ง 5 ปีก่อน เกิดความรู้สึกเคว้งคว้าง ทำให้คิดถึงอดีตว่า น่าจะใช้เวลาอยู่กับไก่ และสร้างมันขึ้นมาเป็นธุรกิจ จึงก่อให้เกิด ฟาร์มไก่ชน “รพีภัทร ฟาร์ม”

“นอกจากอาชีพนักแสดง เล่นละคร หรือทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ผมอยากทำอย่างอื่นอีก อยากทำธุรกิจ แต่ไม่รู้จะทำธุรกิจอะไรที่ตัวเองรู้สึกรักและชอบ ย้อนหลังไปจากนี้เมื่อ 4-5 ปี ช่วงนั้นผมเคว้ง อกหัก ไม่รู้จะทำอะไร เอาไงดี ถ้าใน 1 วัน อยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไร ฟุ้งซ่านแน่ เลยเกิดแรงบันดาลใจให้กลับมาเลี้ยงไก่ เพราะนึกย้อนไปตอนเด็กว่าเราสามารถทำอะไรแล้วอยู่กับมันได้ทั้งวัน มันคือ การเลี้ยงไก่นี่แหละ ที่ทำให้ผมอยู่กับมันได้ เพราะเด็กๆ ผมเลี้ยงไก่ที่บ้านคุณตา มันเลยคิดว่างั้นเราเลี้ยงไก่ และเปิดเป็นฟาร์มเลยดีกว่า

และใช้ชื่อผม รพีภัทร เป็นชื่อฟาร์ม พอได้ยินก็รู้ว่าเป็นฟาร์มของผมนะ ซึ่งชื่อ รพีภัทร มันมีความหมาย รพี แปลว่า พระอาทิตย์ ภัทร ก็เป็นคำว่า ดีงาม เจริญ ซึ่งเป็นชื่อมีความหมายดีมากครับ”

สร้างด้วยสองมือ

ก่อนหน้าที่จะย้ายฟาร์มมาอยู่ที่จังหวัดนครนายก หนุ่มน้ำ บอกกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า เดิมอยู่ที่หลักสี่ กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยความที่เป็นชุมชนจึงไม่เหมาะที่จะเปิดเป็นฟาร์มเลยต้องย้าย โดยที่เจ้าของฟาร์มเริ่มลงมือทำเองทุกอย่างตั้งแต่ ขุดดิน ก่ออิฐ สร้างโรงเรือน รวมไปถึงการดูแลพันธุ์ของไก่ชน

“จริงๆ เพิ่งย้ายฟาร์มมาที่นี่ เพิ่งจะย้ายมาได้สัก 4-5 เดือน ก่อนหน้านี้เลี้ยงอยู่ที่หลักสี่ แต่ตรงนั้นเป็นเขตชุมชน พอไก่เริ่มมีจำนวนเยอะ เวลาไก่ขัน มันขันทั้งวัน เลยก่อความรบกวนให้กับเพื่อนบ้านแถวนั้น ประกอบกับพื้นที่จำกัด พอไก่มีเยอะมากขึ้นเลยดูแคบไป ต้องหาที่ใหม่ ผมคุยกับคุณแม่ ซึ่งเรามีที่ดินอยู่ที่นครนายก เป็นมรดกของปู่ย่าตายาย ที่ยกให้คุณแม่ พื้นที่ 4 ไร่ ผมซื้อของคุณน้าเพิ่มอีก 4 ไร่ รวมเป็น 8 ไร่ แต่ถ้าจะทำเป็นฟาร์มทั้งหมดก็ดูจะใหญ่ไปหน่อย ก็เริ่มค่อยๆ ทำ เริ่มจากถมที่ดิน 2 ไร่ ล้อมรั้ว ผมเริ่มทำประมาณเดือนกันยายนปีที่แล้ว ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของโครงสร้าง ทุกอย่างมันค่อนข้างเรียบร้อยสำหรับการทำที่เลี้ยงไก่ และเรามีที่พักให้กับน้องๆ ได้พักในช่วงที่เลี้ยงไก่ และผมกำลังจะปลูกบ้านไว้สำหรับครอบครัว เวลาลูก ภรรยา และคุณแม่ มาพักผ่อนกัน เพราะที่นี่เงียบสงบ ไม่ค่อยมีเสียงรถ เงียบจนได้ยินเสียงไก่ (หัวเราะ) ได้ยินเสียงธรรมชาติ แม่ผมก็อายุเยอะ ส่วนลูกวันหยุดแทนที่จะไปเที่ยวที่อื่นก็แวะมาเที่ยวฟาร์มไก่ครับ”

ได้มาตรฐานฟาร์มไก่

แม้จะเป็นธุรกิจแรกในชีวิต แต่เจ้าของฟาร์มก็ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเกินร้อย เพื่อสร้างมาตรฐานของการทำฟาร์มไก่ชน ทั้งเรื่องของโครงสร้างโรงเรือน การสร้างบรรยากาศ รวมไปถึงมาตรฐานของการผลิตไก่ชน ที่สำคัญคือ ความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้านั่นเอง

“ก่อนที่ผมจะลงมือทำ ผมก็ดูรูปแบบฟาร์มจากหลายๆ ฟาร์มที่ทำกัน ได้แรงบันดาลใจจากรูปแบบ โครงสร้าง และทุกๆ อย่าง ผมวางระบบให้เหมือนกับฟาร์มใหญ่ทั่วไปที่ได้มาตรฐาน เราทำมันให้ได้มาตรฐานทั้งเรื่องโครงสร้าง เรื่องความสวยงาม บรรยากาศของฟาร์ม สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำฟาร์มไก่ก็จากระบบโครงสร้างที่มันดี แล้วก็ความซื่อสัตย์กับลูกค้า ผมว่ามันคือจุดเด่นของฟาร์มไก่ชนที่ควรจะมี และก็เป็นข้อดีที่ทุกๆ ฟาร์มควรจะมีต่อลูกค้าครับ

ผมมองว่าตลาดของไก่ชนกว้าง และมีคนนิยมเลี้ยงมากขึ้น เป็นตลาดที่กว้างขึ้นจากเมื่อก่อน คนเลี้ยงมีทั้งทุนมาก ทุนน้อย มีหมด ซึ่งฟาร์มผมมีเกรดในราคาที่คนส่วนมากจับต้องได้ โดยราคาที่มันไม่แพงจนเกินไป แต่ในส่วนนี้จะต้องเป็นไก่ที่ไปทำกำลัง มีแววดี หรืออยากได้สายพันธุ์ก็ต้องเอาลูกไก่ไปเลี้ยง แต่ถ้าไก่คัดมาแล้วมันจะมีเกรดตามราคาของมัน มีตั้งแต่ VIP AA+ หรือจะเกรด A หรือ B

ตอนนี้ฟาร์มผมมีตัวผู้ที่เป็นไก่หนุ่มและไก่เลี้ยงชนอยู่ที่ประมาณ 20-30 ตัว และมีแม่พันธุ์อยู่ในล็อกทั้งหมด 20-30 แม่ ลูกไก่อีก ก็ดูรวมๆ แล้วประมาณเกือบจะร้อยตัวครับ เพราะที่นี่มันมีทั้งล็อกผสมและเป็นโรงเลี้ยงไก่หนุ่มรวมทั้งไก่เลี้ยงออกชนครับ คือถ้าเป็นไก่ตัวผู้ถ้าจะเลี้ยงชนเราก็จะมีเป็นโซนของเลี้ยงชน ไก่นักกีฬา แต่ว่าถ้าเป็นโซนที่เป็นล็อกผสมก็จะเป็นพ่อไก่ที่เราไม่ได้ใช้ชน เราก็จะใช้ให้เขาทำหน้าที่เป็นพ่อพันธุ์ต่อไป”

รางวัลคือความภูมิใจ

ความภูมิใจของคนเลี้ยงฟาร์มไก่ชนคือ การเป็นที่หนึ่งในการแข่งขัน โดยเจ้าของฟาร์มบอกเราว่า ไก่ที่ไปชนจะต้องไปชนสนามที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น และการเลี้ยงไก่ชน เป็นเรื่องธรรมชาติของไก่อยู่แล้ว ที่พอเป็นไก่หนุ่มถ้าอยู่ในฝูงจะมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงการเป็นจ่าฝูง และเป็นการออกกำลังกายเพื่อถ่ายพยาธิของไก่อยู่แล้ว

“เราดูไก่ที่ขน ถ้าเป็นไก่หนุ่ม ขนจะเต็มร่าง ก็เริ่มที่จะเอาเขามาฝึก เพราะว่าไก่รุ่นนี้พอเวลาเราปล่อยไว้ในฝูงด้วยธรรมชาติเขา เขาจะเริ่มมีการต่อสู้กันเพื่อที่จะแย่งกันเป็นจ่าฝูง และมันจะเริ่มเกิดการเสียหายกับเขาแล้ว เราก็ต้องเริ่มจับเขามาเพื่อที่จะขังออกกำลังกาย ถ่ายพยาธิเขา แล้วก็ให้เขาได้ออกกำลังกาย ได้ชินกับคน แล้วก็เริ่มจะซ้อมเขา คือดูฝีมือเขา ลองเตะ เช็กดูฝีมือเขาว่าเขาเป็นยังไง และเราต้องดูด้วยว่าการเอาไก่ไปชนจะไปชนเฉพาะสนามที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมาย ที่จะมีเปิดอยู่ในทุกจังหวัด ทุกอำเภออยู่แล้ว

สำหรับผมถ้าในฐานะคนที่ทำฟาร์มไก่ชน ผมมองว่าการไปแข่งแล้วชนะกลับมา มันเหมือนการแข่งขันกีฬา มีได้ถ้วย ได้รางวัล ได้ความภาคภูมิใจ เหมือนเราได้ปั้นมีนักกีฬาของเรา ที่เราคิดว่าเป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์ แล้ววันหนึ่งที่เราเลี้ยงเขามาเรื่อยๆ พัฒนาจนเป็นยอดนักกีฬาที่ร่างกายแข็งแรง พร้อมที่จะแข่งขันละ แล้ววันหนึ่งเขาไปแข่งขันชนะแล้วเราจะรู้สึกภาคภูมิใจ เพราะว่าเราเป็นคนที่เทรนเขามาตั้งแต่แรก”

และนี่คือความสุขของการได้เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองรักมาตั้งแต่เด็กๆ และตอนนี้ “รพีภัทร ฟาร์ม” ของหนุ่มน้ำ ก็มียอดจองเข้ามามากมายถึงขั้นผลิตลูกไก่กันไม่ทันเลยทีเดียว ใครที่หลงใหลในวิถีชีวิตของการเลี้ยงไก่ชนหรือไก่พันธุ์ ลองแวะเวียนไปดูฟาร์มไก่ชนได้ที่ “รพีภัทร ฟาร์ม” ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครนายก หรือเข้าไปดูได้ที่ FB @น้ำรพีภัทรฟาร์มไก่ชน

Leave a comment