ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098010559&srcday=2016-05-01&search=no
| วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 396 |
ก่อนปิดร้าน
วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com
ภัยธรรมชาติรุมเร้า!!
ช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับเหตุการณ์อุบัติภัยที่เกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง
โดยเฉพาะอุบัติภัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งดูเหมือนว่า ยิ่งนับวันยิ่งหนักหนาสาหัส ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตายเป็นจำนวนมาก
ที่น่าตกใจ และไม่น่าเชื่อว่า เฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ถึง 3-4 ครั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ภายในระยะเวลาห่างกันแค่ไม่กี่วัน แม้ว่าญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ตั้งบนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ทำให้เกิดเหตุแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง
แต่สงกรานต์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นโดนแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดเกินระดับแม็กนิจูด 6.0 ถึง 3 ครั้ง และเกิดขึ้นที่จังหวัดคุมาโมโตะแห่งเดียว โดยครั้งแรกเกิดเมื่อค่ำวันที่ 14 เมษายน จุดศูนย์กลางอยู่นอกเมืองอูเอกิไปไม่ถึง 7 กิโลเมตร มีความรุนแรงถึงระดับแม็กนิจูด 6.2
อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา หรือประมาณเที่ยงคืนเศษ วันที่ 15 เมษายน เกิดครั้งที่ 2 ระดับแม็กนิจูด 6.0 ห่างจากเมืองอูโตะไม่ถึง 6 กิโลเมตร ส่วนครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเช้ามืดวันที่ 16 เมษายน ความรุนแรงถึงระดับ 7.0 ห่างจากตัวเมืองคุมาโมโตะไม่ถึง 1 กิโลเมตร
เบ็ดเสร็จ 3 ครั้งสร้างความเสียหายรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ถนนหนทาง และที่น่าเศร้าใจก็คือ ปราสาทคุมาโมโตะ ปราสาทเก่าแก่หลายร้อยปี โบราณสถานที่ล้ำค่าและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดคุมาโมโตะ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ว่ากันว่า จะต้องใช้เวลาบูรณะซ่อมแซมเป็นสิบปี ขณะที่มียอดผู้เสียชีวิต 47 ราย บาดเจ็บอีกพันกว่าคน
ในวันเดียวกัน (16 เมษายน) ช่วงค่ำ เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้นที่ประเทศเอกวาดอร์ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ในแนว “วงแหวนแห่งไฟ” เช่นเดียวกัน ด้วยความรุนแรงระดับแม็กนิจูด 7.8 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลของเอกวาดอร์ ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึงเกือบ 500 คน ขณะที่มีผู้หายสาบสูญ หรือยังค้นหาไม่พบอีกเกือบ 2,000 คน
นอกจากเหตุแผ่นดินไหว ยังมีภัยพิบัติรุนแรงจากฝนตกหนัก จนถึงขั้นน้ำท่วมที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ดินแดนแห่งทะเลทรายที่เราเข้าใจกันว่า แห้งแล้ง แต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมากลับมีฝนตกอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน จนน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ มีคนเสียชีวิตถึง 18 ราย ส่วนที่ประเทศอุรุกวัย เมื่อวันที่ 16 เมษายน ก็เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มเมืองโดโลเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างเสียหายหลายร้อยแห่ง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ขณะบาดเจ็บอีกกว่า 200 คน
ของไทยก็ไม่น้อยหน้า ช่วงสงกรานต์ไม่มีภัยพิบัติ แต่เรามี “เมาแล้วขับ” หนักหนารุนแรงไม่แพ้ภัยจากธรรมชาติเลย เพราะสถิติปีนี้ฉลองสงกรานต์ เสียชีวิตถึง 442 ราย บาดเจ็บอีก 3,656 ราย น่าตกใจไหมละ!!
มีการประเมิน คาดการณ์กันต่างๆ นานาว่า สาเหตุของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหลายเหตุในหลายประเทศช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความผันผวน ปรวนแปรของภูมิอากาศ เอาแน่เอานอนแทบไม่ได้ ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ภาวะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้น ทั้งที่ประเทศไทย และในอีกหลายๆ ประเทศ หรือปรากฏการณ์ลานีญ่า ภาวะฝนตกผิดฤดู ผิดที่ผิดทาง จนเกิดเป็นน้ำท่วม ล้วนแต่เป็นสัญญาณบ่งบอกความผิดปกติของโลกใบนี้
ยิ่งได้เห็น ก็ยิ่งต้องตระหนัก และเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับเหตุที่ไม่คาดฝัน ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้เลย แม้กระทั่งประเทศไทยเรา เผชิญกับปัญหาแล้งอย่างหนัก น้ำในลำคลองแห้งขอด พืชผลทางการเกษตรเสียหายมาแล้ว 2-3 ปีติดต่อกัน ขณะนี้เริ่มมีผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญหลายราย คาดการณ์กันว่า เราอาจกำลังผ่านพ้นช่วงวิกฤตเอลนีโญ่แล้ว และมีแนวโน้มว่า ครึ่งหลังของปีนี้ อาจจะกำลังเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญ่า
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ขอให้ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์เมื่อปลายปี 2554 ที่เกิดเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ทบทวนความจำกันว่า ในขณะที่น้ำกำลังมา เราได้ลงมือแก้สถานการณ์ รับมือปัญหาน้ำท่วมกันอย่างไร มีขั้นตอนไหนที่ยังขาดตกบกพร่อง ผิดท่าผิดทาง
ยังมีเวลาวางแผน คิดใหม่ทำใหม่ ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!!