“ซีเอ”ชี้ 5 เทคโนโลยี นวัตกรรมเปลี่ยนโลกปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มกราคม 2559 เวลา 21:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/409799

"ซีเอ"ชี้ 5 เทคโนโลยี นวัตกรรมเปลี่ยนโลกปี 59

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เรื่องของเทคโนโลยีถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นตัวผลักดันวงการธุรกิจไอทีปี 2559 ให้มีโอกาสทางการแข่งขัน ซึ่งยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่ซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักขององค์กรธุรกิจที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาสู่ยุคของการใช้งานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและผลักดันนวัตกรรมการสร้างสรรค์เข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

นิค ลิม รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียเซาธ์ บริษัท ซีเอ เทคโนโลยี เปิดเผยว่า หากต้องการที่จะก้าวต่อและอยู่รอดได้ในอนาคต ภาคธุรกิจต้องรีบปรับตัวและรับมือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่ความต้องการด้านแอพพลิเคชั่นเพิ่มมากขึ้น เพราะเออีซีจะเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่ที่กว้างขึ้นของคนกว่า 630 ล้านคน นั่นหมายความว่าการแข่งขันก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

การรับมือเทรนด์ดิจิทัลขององค์กรขนาดใหญ่ในเอเชีย จะต้องถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อที่จะอยู่รอดในการแข่งขันของยุคเศรษฐกิจแอพพลิเคชั่นได้ ทั้งยังต้องปรับตัวแบบยืดหยุ่นเพื่อรักษาจังหวะให้รองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาผ่านเทรนด์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้ง 5 สิ่งนี้

เริ่มจาก 1.ภาคธุรกิจจะต้องรับมือกับความซับซ้อนของการใช้งานระบบไอที ทุกระดับด้วยซอฟต์แวร์คอนเทนเนอร์และไมโครเซอร์วิส เพื่อให้การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้งานสะดวกและง่ายมากขึ้น 2.ระบบรักษาความปลอดภัยในแอพพลิเคชั่นไม่ใช่ส่วนเสริมที่จะเข้ามาภายหลัง แต่ต้องรวมไปพร้อมกันตั้งแต่แรกของการติดตั้งใช้งานเพื่อให้ใช้งานได้แบบไม่มีผลข้างเคียง ทั้งปัญหาการเจาะระบบ หรือการขโมยข้อมูลส่วนตัว เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

นอกจากนี้ ไอเดียเรื่องการรักษาความปลอดภัยอย่างยืดหยุ่น จะนำการใช้แนวคิด DevOps และการบริหารจัดการอย่างยืดหยุ่นเพื่อรองรับการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างรวดเร็วทุกระดับและขนาดของโครงการเมื่อรวมเข้าไปกับโปรแกรมเครื่องมือตามการใช้งานแล้ว ระบบ Application Programming Interface หรือ APIs ซึ่งเป็นช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์ผู้ให้บริการจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

เทรนด์ที่ 3 การนำข้อมูลมาวิเคราะห์จะช่วยเพิ่มคุณภาพในการเก็บข้อมูลทางธุรกิจไปสู่การทำธุรกรรมและบิ๊กดาต้า ซึ่งการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและเชื่อมโยงเข้ากับการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้แบบเข้าถึงตัวบุคคล และยังแยกแยะลูกค้าจริงกับแฮ็กเกอร์ที่ปลอมตัวมาได้

เทรนด์ที่ 4 อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์จะเข้ามาเปลี่ยนแนวคิดทำให้ระบบไอทีมีความซับซ้อนหลายขั้นตอน ปัญหาที่ตามมาคือ “ไอดี” จะเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง ทุกอุปกรณ์จะเชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้ใช้งานต้องมีไอดีเพื่อพิสูจน์การใช้งานของระบบและยังเอาไว้ยืนยันและตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ

สำหรับเทรนด์ที่ 5 คือ การกลับมาอีกครั้งของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และพัฒนาไปใช้ในการทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดการด้านความปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์กับการจดบันทึก ทำให้บล็อกเชนกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญของการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ ลดขั้นตอนการทำงานและยืดหยุ่นสูงขึ้น

ธุรกิจต่างๆ ควรเน้นบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นและเปลี่ยนผ่านการทำงานของบริษัทไปสู่ยุคดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อสร้างองค์กรให้มีความโดดเด่นขึ้นได้

 

Leave a comment