พลิกโอกาสด้วยดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2559 เวลา 19:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410758

พลิกโอกาสด้วยดิจิทัล

โดย…ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

ในรอบปี 2015 ที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมไปอย่างคาดไม่ถึง ทั้งในระดับของเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Wearable Devices ที่สวมใส่พกพาได้ ไปจนถึงระดับนวัตกรรมแห่งอนาคต

รถยนต์บนท้องถนนกำลังจะก้าวไปสู่ยุคของ “ยานยนต์ไร้คนขับ” ที่มีบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการรถยนต์สู่อนาคต เช่น กูเกิล อิงค์ ส่วนที่สวีเดน กำลังก้าวไปสู่ “สังคมที่ไม่ใช้เงินสด” เป็นรายแรกของโลก ด้วยการทดลองใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่การเดินทางไป “ท่องอวกาศ” ก็ไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่อบริษัท สเปซเอ็กซ์ ทดลองส่งกระสวยอวกาศพร้อมดาวเทียม 11 ดวงขึ้นสู่วงโคจร และสามารถกลับมาลงจอดในแนวตั้งโดยไม่บุบสลาย

สำหรับในปี 2016 บรรดาผู้นำด้านการวิเคราะห์เทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น อินไซด์ บิ๊กดาต้า และการ์ทเนอร์ ต่างก็มีมุมมองถึงอนาคตไอทีที่ต่างกันออกไป แต่ที่แทบจะเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า เทคโนโลยีเหล่านี้คือเทรนด์แห่งอนาคตร่วมกันก็คือ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ (Artificial Intelligence and Robot) และอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

อินไซด์ บิ๊กดาต้า ระบุว่า “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” หรือไอโอที จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบิ๊กดาต้า และบริษัทต่างๆ ก็จำเป็นต้องเข้าใจว่าไอโอทีไม่ใช่เพียงการทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจว่าจะทำให้อุปกรณ์นั้นๆ ดึงข้อมูลมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น

เว็บไซต์แอดวานซ์ 365 ระบุว่า ไอโอทีจะเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ไปเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะมากขึ้น โดยจะมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์นั้นๆ จะสามารถรองรับข้อมูล ดำเนินการ และวิเคราะห์ออกมาใช้งานได้อย่างเพียงพอ

มหกรรมงานแสดงเทคโนโลยีประจำปี 2016 หรือ ซีอีเอส 2016 ที่ลาสเวกัสปีนี้ ยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านไอโอที จากเดิมที่มักเป็นเทคโนโลยียานยนต์ต้นแบบ หรือนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ยังจับต้องไม่ได้ ได้ถูกพัฒนาให้เข้ามาใกล้กับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น สมาร์ท โฮม ที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านไฮเทครับกับการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่มากขึ้น โดยมีค่ายซัมซุงงัดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาเชื่อมต่อให้เป็นไอโอทีภายใต้ธีม สมาร์ท ติงส์ ตั้งแต่ทีวีไปจนถึงตู้เย็น

สำหรับ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ จะเป็นเทรนด์หนึ่งที่มีบทบาทมากขึ้นหลังจากนี้ แต่จะถูกนำมาปรับใช้ให้ใกล้ตัวขึ้นผสมผสานกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือโรบอท ให้ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

กูรู พานาวาร์ รองประธานฝ่ายคอกนิทีฟคอมพิวติ้งของ ไอบีเอ็ม รีเสิร์ช กล่าวว่า เอไอจะถูกผสานเข้ากับหุ่นยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น เช่น ไอบีเอ็มกำลังใช้กลไกเรียนรู้อัลกอริทึม เพื่อเทรนหุ่นยนต์ให้สามารถตอบสนองต่อเสียงและท่าทางของคนได้มากขึ้น โดยบริษัทได้ผลิตเอไอเพื่อให้ติดตั้งในหุ่นยนต์ของบริษัทอื่นๆ เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันได้ อาทิ หุ่นยนต์เพื่อการต้อนรับลูกค้าของบริษัทซอฟต์แบงก์ ในญี่ปุ่น

สุดท้าย ในขณะที่ทั่วโลกมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทำให้สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น “อาชญากรรมไซเบอร์” ก็จะเป็นอีกเทรนด์หนึ่งของโลกไอทีปีหน้า ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน โดยเว็บไซต์บีบีซี รายงานอ้างบรรดาบริษัทเทคโนโลยี สำนักงานกฎหมาย สำนักงานบัญชี หน่วยงานดิจิทัล และบริษัทวิจัยต่างๆ ว่า ยิ่งโลกเชื่อมต่อกันและไอโอทีมีบทบาทมากขึ้นเท่าไร ความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น

ไม่เพียงแต่การแฮ็กข้อมูลผ่านทางไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ จะมุ่งเป้าไปยังผู้ใช้งานรายบุคคล แต่บริษัทต่างๆ ได้ตกเป็นเป้าการโจมตีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเครือโรงแรมระดับโลก 4 แห่ง ที่รวมถึงฮิลตัน และ สตาร์วูด ไปจนถึงบริษัทด้านความบันเทิงและผู้ให้บริการต่างๆ ในสหรัฐ แม้แต่การลงมือโจมตีเพื่อตอบโต้ทางการเมืองในหลายๆ ประเทศ ก็มีให้เห็นมากขึ้นเช่นกัน

ในปี 2016 นี้เป็นที่คาดว่าเหล่าแฮ็กเกอร์จะยิ่งพัฒนามัลแวร์ที่มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้นทั้งในแง่ของการทำลายเป้าหมาย และการเจาะเข้าไปล้วงข้อมูลโดยไม่ส่งสัญญาณให้ใครจับได้

“การปล่อยให้ข้อมูลลูกค้าถูกแฮ็กเกอร์ล้วงเอาไปได้ ไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจแน่นอน และบริษัทต่างๆ ก็เริ่มหันมาตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น เพราะทั้งส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัท และยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของผู้คนที่จะแชร์ข้อมูลระหว่างกันด้วย” รัศมี โนว์ลส์ จากบริษัทความมั่นคงทางไซเบอร์ อาร์เอสเอ กล่าว

สำหรับประเทศไทย หนีไม่พ้นเทรนด์เทคโนโลยีล้ำยุคของปี 2016 เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบิ๊กดาต้าและไอโอที หลังการประมูล 4จี ที่ได้เงินรวมกว่า 2.2 แสนล้านบาท จะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรคมนาคมไทยให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

ไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไอซีทีของไทยจะเป็นการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือการนำดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มกว่า 50% ขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย จะลงทุนใน 3 ด้าน ได้แก่ คลาวด์ บิ๊กดาต้า และโซเชียล ซึ่งจะเป็นแกนหลักสำคัญที่จะส่งต่อไปสู่นวัตกรรมใหม่ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) ค็อกนิทีฟ คอมพิวติ้ง (Cognitive Computing) เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot Technology)

ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญทางระบบคอมพิวเตอร์และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ กล่าวว่า อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์นั้นไม่ใช่แค่อุปกรณ์เชื่อมต่อที่เป็นโมบายเพียงอย่างเดียว แต่เหมารวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ แวร์เอเบิ้ล (Things) และการใช้งานนั้นอาจจะเกิดผลกระทบจากการใช้งานจึงต้องระวังภัยกระทบที่อาจเกิดขึ้น (Threats) และการเข้าใช้งานผ่านระบบต่างๆ นั้นต้องมีความน่าเชื่อถือของระบบ (Trust) ประกอบอยู่ด้วย

ขณะที่รัฐบาลไทย ยุคไทยแลนด์ 4.0 เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน จึงประกาศนโยบายพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์และ 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หวังดึงให้เกิดการลงทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 4.5 แสนล้านบาท และหนึ่งในนั้น คืออุตสาหกรรมหุ่นยนต์

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า อีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวเข้าสู่โรบอท อินดัสตรี ซึ่งขณะนี้ในหลายประเทศในโลกได้ใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมสูงมากทั้งประเทศสวีเดน เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐ

ขณะที่ สนช.กำลังทำแผนพัฒนาอินโนเวชั่น โรดแมปในประเทศไทยร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางพัฒนาหุ่นยนต์เป็นอุตสาหกรรมใหม่ในระยะยาว รวมทั้ง Internet of Things จะเข้ามามีส่วนช่วยในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทั้งเกษตรอัจฉริยะ และสมาร์ทเอสเอ็มอี

สิ่งเหล่านี้จะพลิกโฉมวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยให้มีความสะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันพึงต้องระมัดระวังกับภัยที่จะแฝงมากับเทคโนโลยี

 

Leave a comment