ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 มกราคม 2559 เวลา 21:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/410072

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ครบวาระการทำงานของ สมประสงค์ บุญยะชัย ที่อยู่ใต้ชายคากลุ่มอินทัชมานานถึง 24 ปี และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารมากว่าถึง 7 ปี จนล่าสุดหลังเสร็จสิ้นการประมูลคลื่น ทางคณะกรรมการบริหารจึงเลือก ฟิลิป เชียง ชอง แทน ที่มีประสบการณ์ทำงานในเอทีแอนด์ที เบลล์แล็ปส์ และจีอี แคปปิตอล มากว่า 27 ปี เข้ามานั่งตำแหน่งนี้
ฟิลิป เชียง ชอง แทน รักษาการในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอินทัช เปิดใจว่า การได้รับคัดเลือกเข้ามาในตำแหน่งนี้ เชื่อว่ามาจากประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยี การเงิน และกลยุทธ์ทางการตลาด ทำให้มีความเข้าใจด้านกลไกตลาดและพฤติกรรมของลูกค้า โดยจะเสนอแผนงานให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาในวันที่ 20 ม.ค.นี้ โดยจะเน้นการสานต่อแผนงาน 3-5 ปี ที่ สมประสงค์ วางไว้
“จากประสบการณ์ทำงานมายาวนานกว่า 20 ปี ทางด้านไอทีและการเงิน ทำให้ผมมองเห็นเทรนด์ด้านอี-คอมเมิร์ซ อี-เพย์เมนต์ และโลจิสติกส์ที่กำลังมาแรง”
ด้านแผนธุรกิจนั้น ในภาพรวมยังคงเน้นด้านโทรคมนาคม มีเดีย ไอที และคอนเทนต์เป็นหลัก และจะเพิ่มเติมในส่วนของภาคการเงิน ไฟแนนซ์ และลูกค้ารายย่อย เพื่อให้มาเชื่อมโยงกับ 4 ธุรกิจหลักที่ได้วางไว้ รวมทั้งการเริ่มเข้าสู่ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งที่เชื่อมโยงกับโมบายและเพย์เมนต์ ซึ่งเป็นโอกาสต่อยอดจากหนึ่งในธุรกิจในเครือ
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ไม่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz นั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มอินทัชในระยะสั้น และมั่นใจว่าเอไอเอสจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอินทัชพร้อมให้การสนับสุนน
ทางด้าน สมประสงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า แม้สภาพหลังการประมูลคลื่น 4จี ทำให้หุ้นของทุกค่ายลดลง ไม่ใช่แค่อินทัช แต่ยังเชื่อว่าเป็นไปตามสภาวะของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ผันผวนในระยะสั้น ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท
“ในอดีตเคยเกิดปัญหาหุ้นตกมาก่อน และผมเคยแก้ปัญหาด้วยการซื้อหุ้นคืน แต่ในครั้งนี้เชื่อว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเองได้ และไม่ต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อหุ้นอินทัชคืนแล้ว เพราะเป็นปัญหาของสภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งทั้งกลุ่มก็ไม่มีแผนที่จะทำแบบนั้นอีก ผมเชื่อว่าคุณฟิลิปจะมีวิธีแก้ไขปัญหาได้” สมประสงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ในเรื่องของแผนลงทุนของบริษัทในเครือ ทางด้านอินทัชไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งยังให้การสนับสนุนบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอสในเรื่องของค่าใบอนุญาตและงบตลาดตามเดิม ในส่วนของไทยคมและอินทัชเองก็จะดำเนินงานตามนโยบายเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
ขณะที่ลูกค้าของเอไอเอสที่ยังอยู่บนคลื่น 900 MHz อีกราว 12 ล้านเลขหมาย มั่นใจเอไอเอสรู้จักลูกค้าดี และสื่อสารกับลูกค้าโดยเสนอให้รับเครื่องมือถือฟรี ซึ่งทำได้เร็วกว่ารายอื่น เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการนำลูกค้าคลื่น 900 MHz กลับมาเป็นลูกค้าเอไอเอสเหมือนเดิมได้
“บริษัทยังไม่มีแผนลดต้นทุนโดยปรับเปลี่ยนทีมงานหรือคัดพนักงานออก แม้จะมีต้นทุนค่าใบอนุญาตจำนวนมาก เพราะทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาล้วนแล้วแต่มีความสามารถและประสบการณ์ทำงานที่ดี”สมประสงค์ กล่าว