ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา
http://www.tmd.go.th/agromet_crop_animal_forecast.php
| พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก | |
| ระหว่างวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ์ 2559 | |
| ผลกระทบต่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจ | |
| ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป โดยเฉพาะทางตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณอื่น เกษตรกรควรให้ความอบอุ่นแก่ตนเองอย่างเพียงพอสำหรับบริเวณเทือกเขายอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร ส่วนเกษตรกรที่จุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยง ควรดับให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย อนึ่งผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรทำแผงกำบังลมหนาวเพื่อป้องกันลมโกรกโรงเรือน และเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือนเพื่อป้องกันสัตว์หนาวเย็น และไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งตอนกลางคืน เพราะอาจทำให้สัตว์ที่ไม่แข็งแรงตายได้ ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรลดปริมาณอาหาร เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่ต่ำทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อย อาหารที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย รวมทั้งควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อให้น้ำผสมเป็นเนื้อเดียวกันและเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้แก่น้ำ และในช่วงวันที่ 10-14 ก.พ. บางพื้นที่จะมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง สำหรับภาคใต้ทางตอนบนของภาคอากาศเย็น เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงโดย ในช่วงวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ ทะเล จะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ส่วนชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว สำหรับผู้ที่ปลูกพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผักในระยะนี้ เนื่องจากปริมาณฝนมีน้อย ประกอบกับ ปริมาณน้ำระเหยมีมาก ทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต และผลิดอกออกผลอย่างเหมาะสม เพราะหากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง ถ้าขาดน้ำจะทำให้สูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ควรคลุมบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน ส่วนบริเวณที่มีอากาศหนาวถึงหนาวจัดโดยเฉพาะทางตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชด้วยวัสดุสีเข้ม เพื่อรักษาอุณหภูมิดิน สำหรับในช่วงวันที่ 10-14 ก.พ. บางพื้นที่จะมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราโดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง ในพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก ซึ่งอาจเข้าทำลาย ทำให้พืชเสียหาย ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ สำหรับผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้ว เกษตรกรไม่ควรตากไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นเสียหายเนื่องจากหมอกและน้ำค้างได้ นอกจากนี้ควรวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ และใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัดโดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง และควรให้น้ำพืชในช่วงเย็นและค่ำเพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยกา รระเหย เว้นแต่บริเวณเทือกเขาและยอดดอยที่มีโอกาสเกิดน้ำค้างแข็ง เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำพืชในช่วงเย็นและค่ำเนื่องจากขณะเกิดน้ำค้างแข็งจะทำให้ท่อลำเลียงน้ำของพืชเสียหายได้ เนื่องจากระยะต่อไปจะเป็นช่วงแล้ง ผู้ที่ต้องการปลูกพืชในระยะนี้ควรมีน้ำสำรองให้แก่พืชในระยะเจริญเติบโต โดยเฉพาะในช่วงออกดอกออกผลเป็นช่วงที่พืชมีความต้องการน้ำสูงกว่าระยะอื่นๆถ้าได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตลดลง หากขาดน้ำจะทำให้ไม่ได้รับผลผลิตเลย |
|
![]() |
|
| ออกประกาศ วันที่ 08 กุมภาพันธ์ 2559 |
