ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
08 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/414724
โดย…ณัฏฐ์ยาน์ สุทธิเจริญ
การเกิดขึ้นของ 3จี ต่อเนื่องถึง 4จี ส่งผลให้ความต้องการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในราคาที่ถูกลง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาในตลาดสมาร์ทโฟน
นอกจากนี้ ยังเห็นการใช้งานออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนที่มาแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ก ที่เผยรายได้รวมในไตรมาส 4 ของปี 2557 ที่เพิ่มขึ้น 51.7% จากการขายโฆษณาในโทรศัพท์มือถือ จากพฤติกรรมการดูวิดีโอมากขึ้นทำให้ผู้เข้าใช้งานที่มาจากอุปกรณ์มือถือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 21%
ขณะที่โอเปอเรเตอร์อย่าง เอไอเอส ที่เพิ่งสรุปผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2558 พบว่า สมาร์ทโฟนในแบรนด์ลาวา ซูเปอร์คอมโบ 4จี หากเจาะเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟน เอไอเอสมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 49% มาเป็น 53% โดยมีลูกค้าที่ใช้งานเครื่องที่รองรับ 3จี อยู่ที่ 1.2 ล้านเครื่อง จากแคมเปญที่บริษัทออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง
การเปิดตัวเอไอเอสลาวา 4จี ในรุ่นลาวา 4จี ในราคา 4,590 บาท ยังถือว่าเป็นการนำเครื่องระดับกลางเข้ามาในตลาดมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสินค้าในตลาดทำให้มีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 7% ณ ช่วงไตรมาส 3 ของปี 2558 และมีแผนจะนำเครื่องรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุด
นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ทางไอดีซีได้มีการคาดการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนของปี 2559 ไว้ว่าจะมีจำนวนเครื่องอยู่ที่ 1,540 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีแผนที่จะนำสมาร์ทโฟนระดับราคา 2 หมื่นบาทเข้ามาวางขายในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อเติมเต็มการใช้งานเครือข่ายที่ดีมากขึ้น
“สมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าในเครือแต่เราไม่ได้มองในกลุ่มระดับล่างมากนัก แต่จะดูที่ตลาดระดับกลางถึงสูงเพราะเราจะไม่แข่งราคาถูกมากจนคุณค่าหรือความสามารถของเครื่องหายไป โดยจะมีไฮไลต์ที่เครื่องรองรับ 3 ซิม อาจจะดูแปลกแต่ตอนนี้กำลังจะมี 4 โอเปอเรเตอร์ ผู้ใช้งานไม่อยากพลาดการติดต่อและพกพาหลายเครื่อง ซึ่งมีตัวอย่างประสบความสำเร็จสูงที่อินเดีย” นิธิพัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ จะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่อีกหลายรุ่น ในงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป วันที่ 11-14 ก.พ.นี้ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ออปโป้ เลอโนโว โซนี่ เป็นต้น
สิ่งที่เห็นได้ชัดในตลาดขณะนี้คือ การแข่งขันออกโปรโมชั่นจากค่ายโอเปอเรเตอร์เพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนเครื่องทั้งกลยุทธ์ราคาจนถึงให้เครื่องฟรี ทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายมือถือตกอยู่ในฐานะลำบากจากการแข่งขันดังกล่าว
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นับจากนี้กลุ่มสามารถจะทรานส์ฟอร์มธุรกิจหรือปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้และผลกำไรสูงขึ้น ขณะที่การแข่งขันยังน้อย เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจโทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันรุนแรง
“ถ้าเราทำมือถือขายเหมือนเดิมคงไปไม่รอด เพราะจากที่เคยขายปีละ 4 ล้านเครื่อง ปัจจุบันลดเหลือ 2-3 ล้านเครื่อง ดังนั้นจากเดิมที่มือถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสร้างรายได้หลัก ในอีก 2-3 ปีจะลดบทบาทลง จึงต้องหาธุรกิจใหม่ที่มีอนาคตและทำกำไรเข้ามาเสริม” วัฒน์ชัย กล่าว
ดังนั้น สามารถไอ-โมบาย จึงปรับตัวสู่ยุคออนไลน์มากขึ้น รวมทั้งปรับร้านสาขาเพื่อรองรับยุคอี-เพย์เมนต์มากขึ้น
ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงในตลาดสมาร์ทโฟนที่ต้องจับตาถึงกลยุทธ์ในการทำตลาดทั้งฝั่งเจ้าของแบรนด์ รายใหม่ที่จะเข้ามารวมถึงโอเปอเรเตอร์ ที่จะดุเดือดขึ้นแน่นอน