“เจ๊ติ๋ม”เปิดศึกกสทช.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417062

"เจ๊ติ๋ม"เปิดศึกกสทช.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

เปิดใจ’พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย’ ปรับตัวครั้งใหญ่หลังไร้ทีวีดิจิทัล

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในประเทศไทยยังมีหลายช่องที่น่าเป็นห่วง แม้จะออกอากาศมาแล้ว 2 ปี โดยเฉพาะช่องที่อยู่ในอันดับ 15 ลงมา เนื่องจากช่องดังกล่าวมีเม็ดเงินจากโฆษณาไหลเข้าน้อยมาก แม้ว่าผู้ประกอบการในแต่ละช่องจะพยายามหาคอนเทนต์ต่างๆ ที่คิดว่าผู้ชมจะให้ความสนใจหันมาเปิดทีวีในช่องของตัวเอง แต่ความพยายามดังกล่าวก็ยังไม่ได้ผล เนื่องจากคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่นำมาใส่ยังเหมือนกับช่องผู้นำตลาด ทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่เลือกรับชมทีวีช่องเดิมๆ ที่ตัวเองคุ้นเคย มีเพียงบางคอนเทนต์ของช่องน้องใหม่ในบางช่วงเวลาเท่านั้นที่สามารถดึงสายตาผู้ชมได้

นอกจากจะเจอปัจจัยลบในด้านของคอนเทนต์ที่ไม่โดนใจผู้ชมแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลประสบพบเจอตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คือ การไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับชมทีวีดิจิทัลในแต่ละแพลตฟอร์ม โครงข่ายที่มีการติดตั้งล่าช้า ตลอดจนการแจกคูปอง 690 บาท เพื่อซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ที่แจกจริงแต่ซื้อไม่จริง เนื่องจากผู้บริโภคไม่เห็นประโยชน์จากการซื้อกล่องรับสัญญาณดังกล่าว เพราะปัจจุบันสามารถรับชมได้ผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้อยู่แล้ว

จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่ออกมาประกาศตัวว่าไปต่อไม่ไหว จำนวน 2 ช่อง ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของ คือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือติ๋ม ทีวีพูล ที่ขอสละยานไปก่อนเวลาอันควร เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้พันธุ์ทิพาประกาศยุติการออกอากาศช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา พร้อมออกตัวฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองกลางสูงสุด เกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หลังจากประกาศยุติช่องทีวีดิจิทัล พันธุ์ทิพาก็ปรับรูปแบบการทำธุรกิจทีวีมาในรูปแบบของทีวีดาวเทียมช่อง 44 เพราะเป็นคนละนิติบุคคลกันระหว่างไทยทีวีและทีวีพูล ที่ลงทุนน้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนดีกว่า

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยทีวีได้รับหนังสือจาก กสทช. ลงวันที่ 12 ก.พ. 2559 ให้ชำระเงินจำนวนกว่า 1,700 ล้านบาท ภายใน 30 วัน ซึ่งไทยทีวีได้ยื่นขอคุ้มครองต่อศาลปกครองไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่ง กสทช.ขอเรียกเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ทำไว้กับธนาคารกรุงเทพกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าการอายัดเงินหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ทำไว้จะยังไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยศาลปกครองจะนัดไต่สวนนัดแรกวันที่ 23 ก.พ. 2559 เวลา 13.00 น.

“ผู้ประกอบการที่ทำทีวีดิจิทัลเจ็บตัวกันทั้งนั้น และมีอีกรายไม่ต่ำกว่า 5 ช่อง ที่อาจจะต้องปิดตัวลง เพราะแบกรับภาระไม่ไหว แต่ที่ยังอยู่ได้ ณ ตอนนี้ก็เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัท มหาชน และบางรายกำลังจะจดทะเบียนเป็นมหาชน การออกมาให้ข่าวในแง่ลบแก่ตัวเองคงไม่ดีแน่ จึงไม่ได้ออกมาร้องเรียนถึงปัญหา เพราะเกรงว่าพูดมากไปราคาหุ้นก็จะตกไปมากกว่าเดิม ยิ่งเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนปฏิญาณว่าจะไม่ทำกิจการใดๆ ร่วมกับภาครัฐอีก หากย้อนเวลากลับไปได้การประมูลทีวีดิจิทัลของไทยทีวีจะไม่เกิดขึ้น” พันธุ์ทิพา กล่าว

ที่ผ่านมา ไทยช่องไทยทีวีและช่องโลก้าได้มีการลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท และมีการจ้างพนักงาน 500 คน ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้มีการไล่พนักงานออก มีเพียงบางส่วนที่ขอลาออกเองเนื่องจากวิธีการทำงานต่อไปนั้นต้องเปลี่ยนไป เพราะนอกจากจะเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ได้ ต้องสามารถเขียนข่าวได้ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ควบคู่กันไป และให้ทายาทรุ่นลูกเข้ามาดูแลกิจการ ขณะเดียวกันได้ขยายธุรกิจรีสอร์ท เพื่อหวังสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว

ภาพที่เกิดขึ้นคือการปรับตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มทีวีพูล ที่วันนี้สื่อทีวีไม่ใช่ของหวานอีกต่อไป

 

Leave a comment