แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417299

แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

โดย…ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

จากกรณีที่ ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ปฏิเสธคำร้องของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ที่ต้องการให้แอปเปิลปลดล็อกโทรศัพท์ไอโฟนของ ซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสหรัฐ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

คำร้องดังกล่าวเสนอให้แอปเปิลแปลงข้อมูลในไอโฟนของฟารุค เพื่อให้เอฟบีไอใส่รหัสผ่านได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วไอโฟนจะจำกัดจำนวนการเข้ารหัสได้ไม่เกิน 10 ครั้ง และหากเกินกว่านั้นจะทำให้ระบบลบข้อมูลในตัวเครื่องทันทีโดยอัตโนมัติ หรืออีกทางเลือกคือ แอปเปิลต้องให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอในการสุ่มรหัสผ่านไอโฟนของฟารุค

ทั้งนี้ ทิม คุก ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวโดยระบุว่า บริษัทคัดค้านข้อเรียกร้องของเอฟบีไอ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ละเมิดระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และคำร้องเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมาย อีกทั้ง การปฏิบัติตามคำร้องครั้งนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้แอปเปิลต้องปฏิบัติคำร้องของรัฐบาลทั่วโลกในการเจาะข้อมูลความปลอดภัยของลูกค้า

“รัฐบาลต้องการให้แอปเปิลเจาะข้อมูลลูกค้าของตัวเอง และละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทที่คุ้มครองความปลอดภัยลูกค้า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว” ทิม คุก ระบุ

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า การแก้ไขระบบเข้ารหัสและเขียนระบบรักษาความปลอดภัยใหม่อาจส่งผลกระทบที่มากกว่าการปลดล็อกไอโฟน ซึ่งรัฐบาลอาจเรียกร้องให้แอปเปิลออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ที่เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาล และเป็นไปได้ว่า บรรดาแฮ็กเกอร์จะสามารถเจาะข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แอปเปิลได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทเทคโนโลยีที่ออกแบบระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิปข้อมูลเอง ซึ่งทำให้การเข้ารหัสของแอปเปิลมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างกูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ ไมโครซอฟท์ บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง และเฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีการเข้ารหัสเช่นกัน แต่ในระดับที่ซับซ้อนน้อยกว่า

คริส โซโกฮ์เอียน ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีของสหภาพสิทธิเสรีภาพพลเรือนสหรัฐ (เอซีแอลยู) ระบุว่า คำร้องของเอฟบีไอที่ต้องการให้แอปเปิลเจาะการเข้ารหัสไอโฟนของฟารุค ไม่เพียงแต่กระทบไอโฟนเท่านั้น แต่ยังกระทบสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงจากความกังวลว่า ผู้ให้บริการสามารถเจาะระบบได้แม้เจ้าของโทรศัทพ์จะไม่ยินยอม

ด้าน แจน โคอุม ซีอีโอของ วอทส์แอพ แอพพลิเคชั่นสนทนารายใหญ่ กล่าวว่า คำร้องของเอฟบีไอในครั้งนี้จำเป็นต้องขัดขวาง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและอิสรภาพของผู้ใช้บริการ

ทิม คุก

 

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของแอปเปิลที่ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาล โดยเฟซบุ๊กเตือนว่า คำร้องของเอฟบีไออาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในอนาคต พร้อมยืนยันว่า เฟซบุ๊กจะต่อต้านความพยายามของรัฐบาลที่อาจทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีอ่อนแอลง

“แม้เราจะได้รับคำร้องตามกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐบาล แต่เราก็ขอยืนยันว่าจะต่อต้านคำร้องที่ต้องการให้บริษัทเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท ซึ่งคำร้องเช่นนี้อาจนำไปสู่บรรทัดฐานใหม่และเป็นอุปสรรคต่อความพยายามของบริษัทในการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์” แถลงการณ์ของเฟซบุ๊กระบุ

จากกรณีดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จำนวนมากออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของแอปเปิล โดยเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน อดีตลูกจ้างหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ผู้เปิดโปงการล้วงข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า หากเอฟบีไอชนะคดีนี้อาจนำไปสู่การใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และสหรัฐจะเป็นเพียงประเทศเดียวที่ไม่สามารถให้ความคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ประเทศอื่นสามารถทำได้

อย่างไรก็ดี แม้จะมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุนแอปเปิล แต่สำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า เห็นด้วยกับคำสั่งศาล 100% เนื่องจากในกรณีนี้มีความจำเป็นที่ต้องเจาะข้อมูลไอโฟนของ
ฟารุค

สอดคล้องกับ ไอแอนเน เฟนสไตน์ วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อคำร้องเจาะการเข้ารหัสไอโฟน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีก่อการร้ายนี้ได้ และคาดหวังว่าแอปเปิลจะให้ความร่วมมือ

ด้าน ทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกรัฐอาคันซอจากพรรครีพับลิกัน กล่าวโจมตีแอปเปิลว่าต้องการคุ้มครองกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) มากกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนสหรัฐ ซึ่งทำให้แอปเปิลกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มผิดกฎหมายอื่นๆ

ประเด็นระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลก ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะสะเทือนถึงวงการเทคโนโลยีแล้ว ยังกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานด้วย

หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ ระบุว่า คำร้องของรัฐบาลสหรัฐในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความไม่ปลอดภัยทางข้อมูลในอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีติดเซ็นเซอร์ในเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่เสื้อผ้า ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ เหมือนเช่นโทรทัศน์อัจฉริยะที่รับรู้ได้ว่าผู้ใช้งานต้องการเปลี่ยนช่อง และรายการไหนที่ผู้ใช้งานชอบหรือไม่ชอบ

แม้จะดูเหมือนเป็นเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งาน แต่ในทางกลับกัน เทคโนโลยีเหล่านี้กลับบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นการง่ายสำหรับบริษัทผู้ผลิตในการกล่าวขอโทษและเรียกคือผลิตภัณฑ์ แทนที่จะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงให้กับสินค้า

การปฏิเสธคำร้องของแอปเปิลและกูเกิลจึงสะท้อนให้เห็นถึงการยืนหยัดต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวและการรักษาสิทธิของผู้บริโภค

“ทุกคนให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากรัฐบาลได้ทุกอย่างอย่างที่ต้องการ นั่นหมายความว่า รัฐบาลมีอำนาจที่จะสั่งการให้บริษัทเทคโนโลยีออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยแบบที่รัฐบาลต้องการ” โซโกฮ์เอียน ระบุ

 

Leave a comment