ขวัญแก้ว คงนิสัย ความสุขบนเวทีละคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/414937

ขวัญแก้ว คงนิสัย ความสุขบนเวทีละคร

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร-ศศิธร จำปาเทศ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

หากคุณเป็นแฟนตัวจริงของรายการ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ คงรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผ่านเข้าไปถึงรอบแบตเทิลในซีซั่นสาม แล้วก็ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย เธอผู้นี้มีอาชีพเป็นนักร้องและนักแสดงละครเวที จบด้านการแสดงละครเวทีมาโดยตรง โดยเฉพาะด้านมิวสิคัลทั้งในไทยและออสเตรเลีย ที่สำคัญที่สุดเธอได้รับบท แซลลี โบวลส์ จากละครบรอดเวย์ เรื่อง คาบาเรต์ ถึงสองครั้งด้วยกัน (จากการสร้างในไทยสองครั้ง และครั้งที่สองกำลังจะเปิดทำการแสดงในวันที่ 11 ก.พ.นี้) ถือว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญคุณผู้อ่านพบกับ ลูกแก้ว-ขวัญแก้ว คงนิสัย ได้เลย

“เส้นทางการแสดงละครเวทีของลูกแก้ว เริ่มต้นจากการที่ลูกแก้วเรียนด้านศิลปะการแสดงที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อเรียนจบก็ไปเรียนภาษาที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย หลังจากนั้นก็ไปเรียนด้านมิวสิคัลที่ Australian Institute of Music, Sydney ถามว่า ลูกแก้วได้อะไรเพิ่มเติมจากการเรียน ณ ที่แห่งนั้น ลูกแก้วได้อะไรหลายๆ อย่างจากการเรียนที่นี่นะคะ โดยเฉพาะการร้องเพลง จากที่คิดว่าเรามีพื้นฐานการร้องที่ดีอยู่แล้วจากเมืองไทย แต่พอไปอยู่ในห้องเรียนเราด้อยกว่าคนอื่นไปเลย เรียนเทอมแรกจึงเครียดมาก เกือบตัดสินใจลาออก แต่พอฮึดสู้ เปลี่ยนความคิดตัวเองเสียใหม่ ไม่กดดันตัวเอง คราวนี้แหละฉลุยเลย เวลาส่งงาน อาจารย์กับเพื่อนๆ ก็ชม เลยมีกำลังใจเรียนต่อจนจบ”

ก่อนบินกลับเมืองไทย ขวัญแก้วบอกเล่าว่า เธอได้มีโอกาสไปออดิชั่นบทนำในละครเวที เรื่อง มิสไซง่อน ที่มาเปิดการแสดงที่ซิดนีย์ในตอนนั้น แต่น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถฝ่าด่านรอบการเต้นได้ แม้จะผ่านรอบการร้องและการแสดงมาแล้วก็ตาม

 

“พอกลับมาเมืองไทย ลูกแก้วก็ทำงานร้องเพลงตามโรงแรมต่างๆ ในระหว่างนั้นมีรุ่นน้องคนหนึ่งกำลังจะทำละครเวทีสารนิพนธ์เรื่อง ชิคาโก เดอะ มิวสิคัล เขาชักชวนให้เรามารับบท เวลมา เคลลี ซึ่งพอเราได้มาเล่นบทนี้แล้วก็สนุกดี ท้าทายความสามารถดี ผลตอบรับก็ดีมากๆ ทำให้ละครเวทีเรื่องนี้ได้ยกระดับจากละครเวทีสารนิพนธ์ของนักศึกษา มาเป็นละครเวทีประจำปีของ บียู เธียเตอร์ คอมพานี กำกับการแสดงโดย ผศ.พรรณศักดิ์ สุขี”

ขวัญแก้วเล่าด้วยรอยยิ้มว่า เธอมีโอกาสได้แสดงละครเวทีสารนิพนธ์ของรุ่นน้อง ที่ถูกยกระดับเป็นละครเวทีประจำปีของ บียู เธียเตอร์ คอมพานี อีกมากมายหลายเรื่อง ซึ่งเป็นบทละครที่ดีและเป็นที่รู้จักกันดีแทบทั้งสิ้น ทำให้เธอมีโอกาสได้แสดงฝีไม้ลายมือในบทบาทที่ท้าทาย

“จาก ชิคาโก เดอะ มิวสิคัล ลูกแล้วก็ได้มาเล่นดรีมเกิร์ลส โดยรับบทเป็น ดีน่า โจนส์ จากนั้นก็ได้มารับบท เดือนไขแสง ในละครเวทีเรื่อง ข้าวนอกนา เดอะ มิวสิคัล ที่เขียนบทและกำกับการแสดงโดย ผศ.พรรณศักดิ์ สุขี โดยตอนแรกไม่มั่นใจว่าจะเล่นเป็นตัวละครตัวนี้ได้ไหม เพราะคาแรกเตอร์ของตัวละครค่อนข้างเรียบร้อย เก็บกด แต่พอผู้กำกับบอกเราว่าเราเล่นได้ เราก็เลยเบาใจ ซึ่งพอมาคิดๆ ดู ความเรียบร้อยเก็บกดมันอาจเป็นอีกด้านหนึ่งที่เรามีอยู่ เพียงแต่เราอาจมองไม่เห็น (ยิ้ม)”

คนที่มีความสามารถมักไม่หยุดนิ่งอยูกับที่ คำกล่าวนี้ใช้ได้ดีกับขวัญแก้วอยู่มิใช่น้อย โดยขวัญแก้วมุ่งหน้าสู่การเป็นนักแสดงละครเวทีของคณะละครต่างๆ แม้ว่ามันจะแตกต่างจากการได้ร่วมงานกับ บียู เธียเตอร์ คอมพานี ตรงที่ไม่ได้รับบทนำ แต่เป็นนักแสดงหมู่มวล (Ensemble) แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขกับการแสดงได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“ลูกแก้วได้ร่วมงานกับทางดรีมบ็อกซ์ในละครเวทีเรื่อง เฟรม เดอะ มิวสิคัล โดยเดินเข้าไปออดิชั่นเหมือนทุกๆ คน ตอนนั้นลูกแก้วคิดว่านี่คือโอกาสดีที่อย่างไรก็ต้องไปออดิชั่น เพื่อให้เขาได้เห็นความสามารถของเรา ให้เขารับรู้ว่าบนเส้นทางนี้ยังมีเราอยู่ ถึงแม้เราจะไม่ได้รับคัดเลือกเลยก็ตาม สุดท้ายเราได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงหมู่มวล ซึ่งก็เป็นการทำงานที่สนุกไปอีกแบบ แถมยังไม่ต้องแบกรับความเครียดเหมือนนักแสดงนำอีกด้วย”

จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ทำให้เธอเดินหน้าสู่การออดิชั่นในละครเวทีเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รักเธอเสมอ เดอะ มิวสิคัล ที่จัดทำโดย อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ, ปริศนา เดอะ มิวสิคัล และดรีมเกิร์ลส ที่จัดทำโดยดรีมบ็อกซ์ โดยการไปออดิชั่นในแต่ละครั้ง แม้เธอจะยังไม่ได้รับบทนำ แต่เธอก็ได้รับบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งถึงแม้จะยังเป็นบทเล็กๆ แต่เมื่อละครเวทีเรื่องนั้นๆ จบลงแล้วมีคนจำเธอได้ เธอเผยจากใจจริงว่า นี่คือความภูมิใจสำหรับชีวิตของเธออยู่มิใช่น้อย

“เคยมีคนถามลูกแก้วว่า พอได้กลับมาเล่นละครเวทีเรื่อง ดรีมบ็อกซ์ กับคณะละครใหม่ แถมขนาดของงานก็ใหญ่ขึ้น แทนที่เราจะได้รับคัดเลือกให้เล่นบทเดิม หรือบทอื่นๆ ที่เป็นบทนำ แต่บทบาทของเรากลับเล็กลง เรารู้สึกอย่างไรบ้าง ตอนแรกก็รู้สึกนอยด์เหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็เข้าใจว่า เราควบคุมอะไรไม่ได้ ผู้จัดละครเขาก็ต้องอยากให้มีคนมาดูละครเวทีของเขาเยอะๆ จึงต้องนำคนที่มีชื่อเสียงมารับบทนำ การที่ลูกแก้วได้รับบทมิเชล ก็ดีมากแล้ว ณ ขณะนั้น”

เส้นทางละครเวทีของขวัญแก้วยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เธอมีโอกาสได้กลับไปร่วมงานกับ บียู เธียเตอร์ คอมพานี อีกครั้งหนึ่ง กับละครเวทีเรื่อง ไกลกังวล เดอะ มิวสิคัล โดยขวัญแก้วรับบทบาทสำคัญในเรื่อง ซึ่งทำให้เธอกลับมามีชื่อเสียงและมีคนรู้จักเธอเพิ่มมากขึ้นจากละครเวทีเรื่องนี้

 

“พอมาถึงการเข้าร่วมประกวดรายการ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่นสาม ด้วยความที่รายการนี้คัดคนจากเสียงร้องและไม่จำกัดอายุ ทำให้ลูกแก้วอยากให้โอกาสตัวเองในการประกวดร้องเพลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยไปประกวดมาแล้วหลายเวที แต่พอได้มาประกวดจนเข้าถึงรอบแบตเทิล แล้วโค้ชก้องเลือกอีกคน แต่ไม่ได้เลือกเรา เราก็ไม่ได้เสียใจ แค่เสียดายโอกาส แต่ก็ช่างมันเถอะ การตกรอบเป็นอะไรที่เราคอนโทรลไม่ได้อยู่แล้ว”

ขวัญแก้ว กล่าวว่า การเข้าร่วมประกวดในรายการ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ ถือเป็นก้าวเดินที่สำคัญ ที่ทำให้เวลามีคนนำเธอไปเสนองานร้องเพลงที่ไหน แล้วมีนามสกุล เดอะ วอยซ์ พ่วงท้าย ประตูที่เปิดรับ ก็เปิดได้กว้างขึ้น รวดเร็วและง่ายดายขึ้นอีกด้วย

“ได้เล่นละครบรอดเวย์ เรื่อง คาบาเรต์ กับทาง บียู เธียเตอร์ คอมพานี ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ลูกแก้วได้รับบท แซลลี โบวลส์ โดยครั้งแรก รับบทนี้ตอนเรียนอยู่ปีสาม ที่ภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้กำกับก็เป็นคนเดิม นั่นคือ ผศ.พรรณศักดิ์ สุขี หรือที่ลูกศิษย์ลูกหาเรียกกันว่าครูตู่ พอรู้ว่าตัวเองจะได้กลับมาเล่นบทนี้อีกครั้ง ก็รู้สึกดีใจที่ครูตู่ยังเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของเรา แม้ว่าตอนแรกจะมีความกังวลว่าจะย่ำอยู่กับที่ เพราะเล่นบทเดิม อาจมีภาพจำที่เคยเล่นมาแล้วติดตัวมาด้วย แต่เราก็คิดว่าเมื่อได้รับโอกาสแล้ว ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้กลับมาแก้ไขในสิ่งที่ครั้งนั้นเราได้ทำผิดพลาดไป ในเมื่อเรามีโอกาสได้มาทำให้มันดีกว่าเดิมแล้ว จะกังวลไปทำไม พอคิดได้อย่างนี้ก็รู็สึกเบาใจ และพร้อมลุยอย่างเต็มที่กับการแสดงในครั้งนี้”

ด้วยวัยและประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วมากมาย ทำให้ขวัญแก้วในวันนี้ได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงระหว่างตัวเธอกับตัวละครที่ชื่อ แซลลี โบวลส์ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

 

“ครั้งแรกคิดว่าตัวเองเล่นได้ดีประมาณหนึ่ง เพียงแต่ยังเด็กไป ไม่เข้าถึงตัวละครได้ลึกซึ้ง จนมาครั้งนี้ได้มาอ่านบทใหม่ มีการตีความทั้งบทและเนื้อหาของเพลงใหม่อีกครั้ง ลูกแก้วค้นพบว่า ทำไมตอนนั้นฉันถึงไม่รู้สึกแบบนี้ ไม่ได้ตีความแบบนี้ อาจเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตที่เราผ่านมามากขึ้น ประสบการณ์การแสดงที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ (ยิ้ม)”

หากใครเคยดูละครบรอดเวย์ เรื่อง คาบาเรต์ คงรู้ดีว่า ละครเรื่องนี้ได้กล่าวถึงปี 1929 ที่คลิฟเฟิร์ด แบรดชอร์ นักเขียนหนุ่มอเมริกันเดินทางมาถึงกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อตามหาแรงบันดาลใจ เขาได้รู้จักไนต์คลับชื่อ คิต แคต คลับ และนักร้องสาวชื่อ แซลลี โบวลส์ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแซลลีเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความผันผวนวุ่นวายทางสังคมและการเมือง แต่ดูเหมือนว่าไม่มีผู้ใดตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ ต่างคนต่างตักตวงความสุขความบันเทิงให้แก่ตัว โดยไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ ที่มีผลต่อชีวิต สังคม ประเทศ และของโลกกำลังจะมาถึง นั่นคือสงครามโลกครั้งที่ 2

คลิฟเฟิร์ดขอร้องให้แซลลีกลับไปสหรัฐกับเขา แต่เธอปฏิเสธ เพราะกลัวที่จะสูญเสียความเป็นตัวเอง และไม่อยากละทิ้งอาชีพนักร้องในคาบาเรต์ที่เธอรัก นี่จึงเป็นจุดสำคัญของตัวละครที่ขวัญแก้วเผยว่า เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับการตัดสินใจเลือก ว่าจะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง หรือควรออกไปแสวงหาสิ่งใหม่บนเส้นทางเดินใหม่ ที่เราไม่รู้ว่าจะดีหรือร้ายกับชีวิต

“แซลลี โบวลส์ มีส่วนคล้ายลูกแก้วตรงที่ด้วยความที่เราทำงานร้อนเพลงและแสดงละครเวทีมาโดยตลอด ทำเพราะเรารัก เรารู้สึกดีที่ได้อยู่บนเวที ถึงแม้บางครั้งจะรับบทนำ บางครั้งจะเป็นนักแสดงหมู่มวล แต่เราก็มีความสุข เรามีตัวตน ผู้คนเห็นว่าเรามีความสามารถ”

 

ขวัญแก้ว กล่าวว่า หากใครได้ไปดูละครเวทีเรื่องนี้ คงได้เกิดคำถามกับตัวเองขึ้นมาว่า กับพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นพื้นที่ที่เราอาจได้ทำในสิ่งที่เรารัก แต่อยู่ไปแบบนั้น กับการเลือกเสี่ยงในเส้นทางเดินใหม่ ที่อาจมีอะไรดีกว่าหรืออาจแย่ลงไปกว่าเดิม เราควรจะเลือกอะไรดี ขวัญแก้วเชื่อว่าทุกคนต้องเดินทางมาถึงตรงจุดนี้ และต้องตัดสินใจเลือก แม้กระทั่งเธอก็ไม่มีข้อยกเว้น

“ถ้าถามว่า หลังจากจบละครเวทีเรื่องนี้ ลูกแก้วยังจะเดินทางต่อบนสายละครเวทีไหม แน่นอนค่ะยังเดินทางต่อไป มีละครเวทีเรื่องไหนให้ไปออดิชั่นก็จะไป หรือมีใครให้โอกาสก็จะรับมัน ส่วนแสดงละครโทรทัศน์หรือแสดงภาพยนตร์สนใจอยากทำไหม ต้องอยากทำอยู่แล้ว การที่เราเป็นนักแสดง เรียนการแสดงมา ก็ต้องอยากเล่นอยากแสดงให้ได้ในทุกๆ สื่อ นักแสดงมีความสุขเมื่อได้แสดง จะอยู่ที่ไหนก็เถอะ แค่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ให้ได้ แค่นั้นเอง”

ขวัญแก้วทิ้งท้ายถึงหลักในการดำเนินชีวิตของเธอไว้ว่า สิ่งไหนที่เราทำแล้วสบายใจก็ทำ ไม่สบายใจก็หยุด “แค่นั้นจริงๆ ค่ะ ยิ่งเรารู้ว่าเรารักที่จะทำอะไร แล้วทำได้ดี ก็ให้ทำสิ่งนั้น แต่อะไรที่ไม่ใช่เรา เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ก็อย่าฝืนใจทำเลย อย่างลูกแก้วไม่ใช่ว่าไม่เคยไปลองทำอย่างอื่นนะ ลองเป็นแม่ค้าก็เคยมาแล้ว แต่เมื่อรู้ว่ามันก็ไม่ใช่ ก็หยุด”

หากใครสนใจอยากไปเชียร์ไปชมฝีมือการแสดงของขวัญแก้วในละครบรอดเวย์ เรื่อง คาบาเรต์ ที่จะทำการแสดงในวันที่ 11-13, 18-20 ก.พ.นี้ (วันเสาร์เพิ่มรอบเวลา 14.00 น.) ณ Black box Theatre มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต) สำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ โทร. 09-5250-2892 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/butheatreofficial และ www.butheatrecompany.com

 

Leave a comment