เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/418543

เดอะกุ่ย ปั่นลุยโลก

โดย…รอนแรม ภาพ… เดอะกุ่ย, Photos courtesy of Snow Bike Festival – GSTAAD / Zoon Cronje

เด็กชายที่เกลียดการปั่นจักรยาน กลับโตมาเป็น เดอะกุ่ย – ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ นักปั่นชุดสีชมพูที่คว้าชัยมาหลายสนาม ปั่นมาแล้วทั่วไทย และเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในเอเชียเข้าร่วมการแข่งขัน สโนว์ ไบค์ เฟสติวัล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เด็กชายกุ่ย

การแข่งขันแรกของเดอะกุ่ยเริ่มเมื่ออายุ 10 ขวบ เมื่อพ่อบังคับให้ลงแข่งทำให้เด็กน้อยปฏิเสธไม่ได้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ประสบการณ์ล้มไม่เป็นท่าจนรู้สึกขยาด แต่ก็ต้องจำใจอีกไม่รู้กี่หน จนกระทั่งเขาเข้ามาเรียนปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้ลงแข่งอีกเลย

“ตอนเด็กๆ ผมขี่จักรยานไม่ใช่เพราะความชอบ โตมาเพิ่งชอบตอนได้เข้ากรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ รถติด ขึ้นรถไฟฟ้าก็ไม่เร็วเท่าจักรยาน เลยเริ่มเห็นคุณค่าจักรยานในเมืองกรุง ประกอบกับที่บ้าน (สุไหงโก-ลก) ขายจักรยานอยู่แล้ว พี่สาวก็ทำธุรกิจจักรยาน ผมเลยเริ่มสุงสิงกับมัน จากนั้นก็เริ่มหาโปรแกรมลงแข่งด้วยตัวเอง โดยที่เราไม่ได้จริงจังกับมันว่าต้องได้รางวัลหรืออะไร แต่อยากไปเจอเพื่อนๆ มากกว่า”

 

เอกลักษณ์ชุดสีชมพูเขาเริ่มใส่ตอนที่นำจักรยานลุยหิมะ หรือ Fat Bike ออกมาปั่นในงานขึ้นดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติงานนี้นักปั่นทุกคนจะทำจักรยานให้เบาที่สุด แต่เขากลับพาจักรยานล้อโตขึ้นเขา “เพราะเราถอดใจช้ากว่าคนอื่น” เขาเผยเคล็ดลับหลังเส้นชัย “ผมถูกฝึกความทนทานมาตั้งแต่เด็กที่ไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องไปให้ถึงเส้นชัย จริงๆ แล้วเวลาอยู่บนสนามทุกคนเหนื่อยเหมือนกันหมด แต่แค่ถอดใจช้ากว่าคนอื่นก็ทำให้เราถึงเส้นชัยเร็วกว่า”

กุ่ยใช้จักรยานล้อโตปั่นไปทุกที่ทั้งทางเรียบ ทางดิน ทางหิน ซึ่งโดยทั่วไปจักรยานประเภทนี้เหมาะแก่การปั่นบนพื้นหิมะ หรือทะเลทราย แต่เพราะอยากท้าทายตัวเองมากกว่าเขาจึงเลือกใช้ “ก่อนหน้านั้นผมเคยใช้รถเบาๆ ขึ้นดอยอินทนนท์มาแล้ว คราวนี้ถ้าใช้รถแบบเดิมอีกก็ไม่รู้จะปั่นทำไม เลยหาอะไรสนุกๆ ทำดีกว่า ซึ่งปรากฏว่าผมขึ้นถึงยอดดอยโดยที่ไม่ลงเข็นรถเลย คนเลยพูดถึงเยอะมาก กระแสไปเร็วแบบปากต่อปาก หลังจากนั้นผมก็ใช้รถประเภทนี้ตลอด ทำให้ทั้งชุดทั้งจักรยานกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว”

 

พ่อของเขาไม่แปลกใจว่าทำไมลูกชายถึงคว้าชัยได้มากมาย แต่น่าประหลาดใจมากกว่าเพราะเขาไม่ซ้อมแต่ชนะ เรื่องนี้กุ่ยตอบว่า เป็นเพราะเขาไม่อยากหมกมุ่นกับจักรยานมากเกินไป แต่เลือกที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการวิ่ง ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส และปั่นจักรยานบ้างให้ตัวเองมีความสุขมากกว่า

“ถ้าผมตั้งใจจะไปเอารางวัล ผมคงไม่เลือกใช้ เลือกประเภทนี้ ผมอยากจะสร้างสีสันให้สนาม ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เสียดาย” เขายังกล่าวว่าตัวเองไม่ใช่นักปั่นที่อยากอยู่กับจักรยานตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเสพติดที่จะทำให้เขาไม่สนุกกับมันอีกต่อไป

 

พิงค์แพนเตอร์

กุ่ยเข้าร่วมงานจักรยานทุกทิศทั่วไทยทั้ง บึงกาฬ เลย เชียงราย เชียงใหม่ ปัตตานี หาดใหญ่ หัวหิน และอีกมากมาย กระทั่งการแข่งขันที่เหมาะกับจักรยานล้อโตก็มาถึง เขาได้เข้าร่วมการแข่งขัน สโนว์ ไบค์ เฟสติวัล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมา

คราวนั้นเขาซ้อมและฟิตร่างกายตลอด 1 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นการซ้อมที่จริงจังที่สุดในชีวิต นั่นเพราะไม่อยากเสียโอกาสในฐานะที่เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในเอเชียจากผู้แข่งขัน 18 ประเทศทั้งสิ้น 73 คน การแข่งขันต้องสะสมคะแนน 4 สเตจ ทุกวันต้องปั่นบนพื้นหิมะในอุณหภูมิติดลบ 17 องศา ผลสรุปว่าชื่อของเขาอยู่ในอันดับที่ 40 แต่ได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที เพราะชื่อเดอะกุ่ยถูกประกาศให้เป็น “นักปั่นสร้างสีสันและสร้างแบรนด์ยอดเยี่ยม” ชื่อเดอะกุ่ยและประเทศไทยจึงถูกประกาศให้คนทั่วโลกรู้จักในแง่มุมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และชาวต่างชาติต่างรู้จักเขาในชื่อ พิงค์แพนเตอร์ไทยแลนด์

 

“จักรยานไม่ได้ทำให้ผมพบโลกกว้าง แต่จักรยานทำให้พบมิตรภาพที่ดี ผมเจอคนดีๆ เยอะมากในแต่ละที่ พบรอยยิ้มที่มาจากเพื่อนร่วมทาง และแต่ละคนก็สร้างความสัมพันธ์ให้เรารู้จักกันไปเรื่อยๆ”

เขายังมองว่าจักรยานเป็นการผ่อนคลายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเทียบได้กับการเล่นกีตาร์หรือร้องเพลงในห้องน้ำ แต่ทั้งนี้เวลาลงแข่งกลับรู้สึกต่างออกไป เพราะเวลานั้น “มันไม่ใช่ความสุข” เขากล่าว “แต่คือการวางเป้าหมายให้การปั่น ผมใช้จักรยานเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ใช้มันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์และตำนาน ไม่ใช่ว่าปั่นเพื่อออกกำลังกาย”

 

โลกของเดอะกุ่ย

ถามเขาว่าถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ อยากให้โลกใบนั้นเป็นอย่างไร คำตอบของเขาลงลึกไปถึงปัจเจกที่อยู่บนโลกในนั้น “ผมอยากให้ทุกคนบนโลกตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป ทำให้ตัวเองแทบไม่มีภาระ แล้ววันหนึ่งที่จากโลกใบนี้ไปจะไม่เสียดาย และเมื่อทุกคนมีความสันโดษ มันจะไม่มีปฏิสัมพันธ์อยากเอาเปรียบใคร จากนั้นทุกคนจะมีความสุข”

ติดตามเดอะกุ่ยได้ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว Thekuii Bike Xds น่าเสียดายที่ตอนนี้เพิ่มเป็นเพื่อนไม่ได้แล้ว เพราะเฟซบุ๊กจำกัดให้มีเพื่อนได้แค่ 5,000 คน

 

Leave a comment