ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
09 มกราคม 2559 เวลา 11:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/409193

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ตั้งแต่ญี่ปุ่นให้คนไทยไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยก็ทะลักเข้าญี่ปุ่นแบบถล่มทลาย ทั้งรูปแบบการเดินทางไปกับบริษัทนำเที่ยวและอีกกลุ่มคือเดินทางเที่ยวกันเอง ที่ดูเหมือนว่ากลุ่มหลังนี้จะขยายตัวรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะการเดินทางในญี่ปุ่นสะดวก และองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) ก็ทำการบ้านในการให้ข้อมูลการเดินทางกับคนไทยไว้ดีมาก ทั้งผ่านสังคมออนไลน์และการออกบูธงานท่องเที่ยว
หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มาออกบูธและนำเสนอให้คนไทยรู้จักจนทำให้ผู้เขียนสะดุดตาคือ “โครังเค” (Korankei) ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น เพราะเป็นจุดที่เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีกันอิ่มตา โดยโครังเคตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน อาสึเกะ (Asuke) เมืองโตโยต้า (Toyota) จังหวัดไอจิ (Aichi) ภายในโครังเคมีต้นเมเปิ้ลอยู่กว่า 4,000 ต้น พร้อมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดงให้เราได้ชมความงดงามประมาณกลางเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน ธ.ค.
ชมวิวสะพาน ไทเกะสึเคียว
ใบไม้เปลี่ยนสีจะให้ความรู้สึกได้สองอารมณ์ คือ ช่วงกลางวันเราจะได้เห็นแสงแดดสาดส่องเห็นสีสันที่สวยงามของใบไม้อย่างชัดเจน ท่ามกลางลมที่พัดใบไม้ปลิดปลิวลงมาสัมผัสกับผู้คนที่เดินชมและช่วงกลางคืนที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่ถูกแต่งแต้มความสวยงามด้วยไฟประดับประดายามค่ำคืน
วิธีการเดินทางไปยังโครังเคต้องนั่งรถไฟไปต่อรถประจำทางสู่หมู่บ้านอะสึเกะ ซึ่งทางที่ดีก่อนเดินทางควรจะตรวจสอบตารางเวลารถประจำทางก่อนว่ามีเวลาใดบ้าง เพราะในวันธรรมดาและวันหยุด รถจะมีเวลาวิ่งต่างกัน ซึ่งสามารถขอคำแนะนำได้ที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟนาโงย่า จะมีตารางเวลารถประจำทางที่เป็นปัจจุบันแนะนำให้
ธรรมชาติโครังเค
ทางที่ดีควรจะเดินทางด้วยรถไฟเพื่อไปรอรถประจำทางตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบเต็มที่โดยสถานีรถไฟที่จะสามารถต่อรถประจำทางไปโครังเคได้คือ สถานีฮิกาชิ โอคาซากิ (Higashi Okazaki) และสถานีโตโยต้าชิ(Toyotashi) ทั้งสองสถานีสามารถเดินทางจากเมืองนาโงย่ามาได้ไม่ยากนัก
หากจะไปลงที่สถานีฮิกาชิ โอคาซากิ ให้ขึ้นรถไฟสายเมอิเตสึ (Meitetsu) จากนาโงย่าไป ซึ่งจะมีทั้งรถไฟด่วนและรถไฟธรรมดาที่จอดทุกสถานี หากเป็นไปได้ควรเลือกรถไฟด่วน ใช้เวลา 30 นาที ค่ารถ 660 เยน โดยสามารถดูตารางเวลารถไฟได้ที่ www.meitetsu.co.jp/eng จากนั้นให้ต่อรถประจำทางที่จอดอยู่หน้าสถานีฮิกาชิ โอคาซากิ ไปยังโครังเค สามารถดูป้ายแนะนำตรงสถานีรถประจำทางได้ว่า รถประจำทางที่จะไปโครังเคต้องขึ้นตรงช่องไหน
โขดหินริมแม่น้ำ
จากนั้นก็ดูตารางเวลาไป-กลับโครังเคได้บริเวณสถานี แต่เนื่องจากเป็นภาษาญี่ปุ่นอาจจะดูลำบากเล็กน้อย แต่เบื้องต้นสถานีนี้จะมีความถี่ของรถประจำทางไป-กลับโครังเคมากกว่าอีกสถานี โดยค่ารถประจำทางไปโครังเคอยู่ที่ 800 เยน ใช้เวลาเดินทางโดยรถประจำทางประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ก็ต้องเผื่อใจเผชิญสภาพการจราจรติดขัดระหว่างทางไปโครังเคบ้าง อาจทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สำหรับอีกวิธีคือเดินทางจากสถานีโตโยต้าชิ ซึ่งแม้ว่าจะมีรถประจำทางไป-กลับโครังเคความถี่น้อยกว่าที่มาจากสถานีฮิกาชิ โอคาซากิ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยการเดินทางจากนาโงย่ามายังโตโยต้าชิ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที ค่ารถไฟ 760 เยน ส่วนเวลาต่อรถประจำทางจากโตโยต้าชิไปยังโครังเคประมาณ 45 นาที น้อยกว่าการเดินทางจากสถานีฮิกาชิ โอคาซากิ โดยค่ารถประจำท
นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
างเท่ากันคือ 800 เยนเมื่อเดินทางถึงโครังเคแล้ว จะมีจุดท่องเที่ยวภายในโครังเคที่น่าสนใจหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นเขาเพื่อไปดูจุดชมวิวและพักผ่อนด้านบนภูเขาโครังเค การเดินชมสะพานข้ามแม่น้ำโทโมเอะสีแดงชื่อ สะพานไทเกะสึเคียวการชมหมู่บ้านเก่าแก่ซังซูอะซุเกะยาชิกิ และวัดโคจาคุจิเป็นต้น
หากจะเรียกว่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่เดินทางได้ครบรสก็คงไม่แปลก เพราะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสกับการท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นผจญภัยเล็กน้อย ก็สามารถเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางขึ้นเขาชมวิวโครังเค ใครที่จะเลือกไปชมเส้นทางนี้จะต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่รับรองว่าเมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวสูงสุดในช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มที่แล้ว จะรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ราวกับยกภูเขาออกจากอก
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บนสะพานไทเกะสึเคียว
อย่างน้อยกว่าจะขึ้นมาถึงจุดที่สูงที่สุดนี้ เราก็ต้องผ่านการเอาชนะใจตัวเองในการพิชิตความสูงและความเหนื่อยระหว่างการเดินทาง เชื่อว่าคงจะมีบ้างที่ระหว่างทางเกิดความคิด ทำไมไม่ถึงเสียที? เดินขึ้นไม่ไหวแล้วลงดีกว่า?แต่หากเอาชนะความคิดเหล่านี้ได้ เราก็จะได้ไปถึงจุดที่สูงที่สุด ก็เปรียบเสมือนกับการดำเนินชีวิตของเราที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา หากเราเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นไปได้เราก็จะได้สัมผัสกับความสำเร็จ
ใครที่รู้ตัวว่าสู้ความสูงไม่ไหวสามารถไปนั่งกินลมชมวิวแบบสงบ สัมผัสกับธรรมชาติแบบ 360 องศา ได้ที่บริเวณโขดหินในแม่น้ำโทโมเอะ โดยบริเวณใกล้กับสะพานไทเกะสึเคียวจะมีสะพานให้ลงไปเดินเล่นริมแม่น้ำสามารถใช้เวลานั่งทอดอารมณ์บริเวณโขดหินที่มีให้เลือกหลากหลายมุมได้อย่างเต็มที่ หากนั่งนานๆ ในช่วงที่ผู้คนไม่มาก ก็จะได้ซึมซับกับเสียงน้ำไหลให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย ขณะที่ใครชื่นชอบการเข้าวัด การไปใช้เวลาสงบๆ อธิษฐานจิตที่วัดโคจาคุจิ ก็เป็นความสุขทางใจไปอีกรูปแบบหนึ่ง
ศาลาพักบนจุดชมวิว สูงสุดโครังเค
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปสัมผัสรสชาติการท่องเที่ยวแบบไหนในโครังเค แต่รสชาติหนึ่งที่สัมผัสได้จากทุกจุดคือ ความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ และอากาศที่สดชื่น สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราสามาราถเพลิดเพลินกับการชื่นชมบรรยากาศตามซอกมุมต่างๆ ได้แบบไม่เหน็ดเหนื่อยยิ่งมีเวลานานเท่าไหร่ เราก็จะได้เห็นมุมสงบ มุมสบาย และมุมสนุกในโครังเคมากเท่านั้น
ใครยังไม่เคยไปโครังเค แนะนำว่าหากมีแผนจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่แล้วปีหน้า ก็ลองปักหมุดโครังเคไว้เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเดินทาง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีที่มาพร้อมบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบครบรสชาติ
ก่อนถึงจุดชมวิวโครังเค มีใบไม้เปลี่ยนสีที่จุดแวะพัก
ทั้งภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
ระหว่างทางขึ้นเขาโครังเค
เมื่อแสงแดดสาดส่อง สีเหลือง ส้ม แดง ก็เปล่งประกายชัดเจน