เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2559 เวลา 09:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413367

เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

โดย…กองทรัพย์ ภาพ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

การเดินทางสำหรับ ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ นอกจากจะเพื่อเป็นการพักผ่อนจากงานวิชาการและงานด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทุกก้าวย่างของการไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป คือการเดินทางที่สนุกกับความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับ เช่นเดียวกับความประทับใจที่ได้รับตลอด 6 วันเต็ม บนเส้นทางสเปนสู่โปรตุเกสที่เธอยังจดจำภาพเหล่านั้นได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ความงดงามของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม มิตรภาพของผู้คนที่ได้พบเห็น รวมถึงเพื่อนร่วมเดินทางที่สร้างความสนุกสนานเฮฮากันตลอด

ดร.ยุ้ย เล่าว่า เมื่อปี 2012 เรากับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ตกลงกันว่าจะเดินทางไปสเปนและไปเที่ยวต่อในประเทศข้างเคียงคือโปรตุเกส ซึ่งจุดเริ่มต้นของทริปนี้อยู่ที่เมืองเซโกเบีย (Segovia) ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเบีย ในแคว้นคาสตีลและเลออน อยู่ห่างจากกรุงมาดริดของสเปนไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา กับแม่น้ำกลาโมเรส ที่ตีนเขากวาดาร์รามา

 

“เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไปชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เป็นการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์ ว่ากันว่ารางส่งน้ำโรมันไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินใดๆ เลย ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สําคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย

“เท่าที่ดิฉันจำได้รางส่งน้ำนี้ประกอบขึ้นจากหินแกรนิตประมาณ 2.5 หมื่นก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร การวางเรียงสอดรับกับความโค้งเว้าของช่องหินที่สวยงาม ซึ่งจากประสบการณ์ทางด้านอสังหาฯ ที่ดิฉันทำอยู่ ทำให้ต้องยอมรับในความสามารถและอัจฉริยภาพของวิศวกรผู้ก่อสร้างสถาปัตยกรรมนี้จริงๆ ลองนึกภาพว่าหากบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันสร้างโดยไม่ต้องนำกาวหรือวัสดุใดๆ มาเชื่อมต่อ เราอาจจะได้สิ่งปลูกสร้างที่มีรูปแบบและความแตกต่างซึ่งโดดเด่นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

 

จากเมืองเซโกเบีย ดร.ยุ้ย และเพื่อนๆ ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังเป้าหมายต่อไปคือที่หอคอยเบเล็ง (Belem Tower) อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการทางน้ำใช้สำหรับดูแลการเดินเรือเข้า-ออก ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกสอีกด้วย

ในฐานะของอาจารย์มหาวิทยาลัย ดร.ยุ้ย ก็มีโอกาสได้ไปเยือนเมืองแห่งมหาวิทยาลัยของสเปน เธอบอกว่าการมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เพื่อให้ทัดเทียมและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

 

“อีกเมืองหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจสำหรับทริปนี้ คงเพราะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เมืองอื่นๆ และทัวร์ต่างๆ มักพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงาม นั่นคือเมือง Salamanca ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางทิศตะวันตกของสเปน หรือที่เรียกกันว่าเมืองมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่มีมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการ

สอนภาษาสเปน และไฮไลต์ของเมืองนี้ก็อยู่ที่ Plaza de Espana ที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศ คือเกือบทุกๆ เมืองใหญ่ของสเปนจะมี Plaza ชื่อเดียวกันนี้อยู่ด้วย

 

“หลายวันในทริปนี้กับหลายเมืองที่เราได้เดินทางไปท่องเที่ยว ได้ดูศิลปวัฒนธรรม ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ได้หาร้านอาหารอร่อยๆ รับประทานอาหาร และได้ช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ นั้น ช่วงเวลาดังกล่าวนอกจากจะเป็นการพักผ่อนจากการทำงาน ที่น้อยครั้งเหลือเกินที่ดิฉันเองจะหยุดพักการทำงานหลายวันติดต่อกันแบบนี้ จึงเสมือนการได้ชาร์จแบตให้กับตนเอง และยังทำให้ดิฉันได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายที่ดิฉันสามารถนำมันกลับมาใช้กับการทำงานด้านอสังหาฯ ได้อีกด้วย” ดร.ยุ้ย กล่าวทิ้งท้าย

การท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิงเก่งจึงมิใช่เป็นการเที่ยวเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่กลับเป็นเหมือนการไปดูงานพร้อมๆ กับการได้พักผ่อน ดูจากสิ่งที่เธอเก็บมาเล่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

 

 

 

 

Leave a comment