อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ พลิกธุรกิจสู่ดิจิทัลปี’63

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 เมษายน 2559 เวลา 19:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/426526

อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ พลิกธุรกิจสู่ดิจิทัลปี’63

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

จากผลสำรวจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ทั่วโลกของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในกลุ่มผู้นำธุรกิจ 3,000 รายจาก 12 ประเทศ ระบุว่า ภาคธุรกิจยังคงคาดหวังว่าอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์จะเข้ามาสร้างคุณค่าและประโยชน์แก่ภาคองค์กรและคนทั่วไป

พริธ บาเนอร์จี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น กล่าวว่า องค์กรขนาดใหญ่จะนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือไอโอที เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนทางธุรกิจอย่างจริงจังในปี 2563

“เราผ่านจุดของการตั้งคำถามว่าอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ให้ประโยชน์อะไรบ้าง มาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล เพื่อหาจุดยืนขององค์กรในการนำไอโอทีมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ทั้งนี้ บริษัทได้คาดการณ์แนวทางเกี่ยวกับไอโอที เพื่อที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถคาดเดาได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นในเวลาที่ตลาดพัฒนาไปข้างหน้า โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในยุคไอโอทีนั้น คือ คลื่นลูกใหม่ของการพลิกโฉมสู่ดิจิทัลไอโอทีเป็นการรวมกันของ OT และ IT เข้าด้วยกันและขับเคลื่อนคนทำงานสู่ระบบโมบายและดิจิทัล โดยเซ็นเซอร์จะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกันได้มากขึ้น พร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์จะช่วยให้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลรวดเร็วขึ้น

“การเข้าถึงข้อมูลและแปลงข้อมูลที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนได้ลึกซึ้งขึ้นนั้น จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการแปลงข้อมูลเชิงลึกมาใช้งานได้จริงมากขึ้น กลายเป็นโอกาสใหม่ในการสร้างแบรนด์และความพึงพอใจและความภักดีในการบริการ นอกจากนี้ ไอโอทียังเป็นการผสมผสานระบบไปรเวตคลาวด์มาเป็นไฮบริดคลาวด์ เพื่อที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น” พริธ กล่าว

นอกจากนี้ ไอโอทีจะเฟื่องฟูไปทุกระบบทั้งภายในและภายนอก เพื่อช่วยให้ทำงานร่วมกันได้ทุกแพลตฟอร์ม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน โดยไอโอทีจะทำหน้าที่เป็นแหล่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจและสร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจสำหรับองค์กร รัฐบาลและเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่นเดียวกับที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยการเกิดอินเทอร์เน็ตไปสู่ระบบโมบายที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้า นวัตกรรมและความเฟื่องฟู ซึ่งไอโอทีจะทำให้เกิดสิ่งนั้นเช่นกัน โดย 40% ของตลาดโซลูชั่นไอโอทีทั่วโลกจะเกิดจากประเทศที่กำลังพัฒนา

“โซลูชั่นไอโอทีจะถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศและเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น สภาวะโลกร้อน การขาดแคลนน้ำและมลพิษ รวมทั้งช่วยเร่งการใช้งานในโครงการต่างๆ เช่น ข้อตกลงด้านสภาพอากาศ COP21 ร่วมกับ 196 ประเทศ ในการให้คำปฏิญาณเรื่องการดูแลรักษาสภาวะโลกร้อนให้อยู่ในระดับต่ำสุดไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

ขณะที่ยังมีผลสำรวจเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ 63% ขององค์กรวางแผนจะใช้ไอโอทีในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างความพึงพอใจให้เร็วขึ้นในปีนี้ โดย 42% ของผู้ตอบแบบสำรวจชี้ว่าองค์กรของตนวางแผนที่จะติดตั้งระบบออโตเมชั่นที่ใช้ไอโอทีภายใน 2 ปีข้างหน้า 63% เชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปีได้สูงสุด และอีก 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังมองเรื่องภัยคุกคามความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์เป็นความท้าทายที่สำคัญ

 

Leave a comment