ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
28 เมษายน 2559 เวลา 14:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/429063

โดย…จะเรียม สำรวจ
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเสพติดเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดมัลติสกรีนควบคู่ไปกับหน้าจอหลัก เพื่อให้การทำตลาดครอบคลุมความต้องของผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาดูรายการทีวีต่างๆ ผ่านหน้าจออื่นๆ (เซคกันสกรีน) มากขึ้น เพราะสามารถดูรายการต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา
แนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องใช้งบลงทุนส่วนหนึ่งไปกับการพัฒนาเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการรับชมรายการทีวีผ่านหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนอกจากจะมีประสิทธิภาพในด้านของการขยายฐานผู้ชมได้แล้ว ในอนาคตยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมหน้าจอทีวี
มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการต้องเลือกที่จะนำมาทำการตลาด เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนโดยเฉพาะคนเมืองรุ่นใหม่ เพราะกลุ่มคนดังกล่าวจะไม่ดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีแล้ว ดังนั้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องไป จะเห็นได้ว่าตอนนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มหันมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการรับชมรายการต่างๆ
ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่องเวิร์คพอยท์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทำแผนเวิร์คพอยท์คอนเทนต์โพรไวเดอร์ เพื่อปรับให้คอนเทนต์ออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากตลาดออนไลน์กำลังเติบโต จึงถือเป็นโอกาสที่จะเข้ามาทำตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว เพราะในอนาคตบริษัทอาจหารายได้จากช่องทางดังกล่าวได้
ด้านช่อง 8 ก็ออกมาประกาศกลยุทธ์การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ด้วยการออกมาชูจุดเด่นดูทีวีออนไลน์สะดวก รวดเร็ว และง่าย เพราะสามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า อาร์เอสได้มีการพัฒนารูปแบบการรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มสูบ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถติดตามรับชมรายการต่างๆ ของช่อง 8 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น www.thaich8.com, ยูทูบชื่อ thaich 8 หรือแอพพลิเคชั่น CH8 นอกจากนี้ผู้ชมยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของช่อง 8 ได้ทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมหรือไอจี แอคเคาท์ thaich8
อีกหนึ่งช่องที่ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เป็นอย่างมาก คือ ช่อง 7 หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวเว็บไซต์ www.bugaboo.tv และแอพพลิเคชั่น DO 7 HD ไปเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้ออกมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่น DO 7 HD ซีซั่น 2 เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ
พลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 กล่าวว่า ช่อง 7 ได้มีการรุกตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมรับชมทีวีผ่านหน้าจออื่นๆ ด้วยการทำออนไลน์แคมเปญผ่านแอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 ซึ่งเคยประสบความสำเร็จจากซีซั่น 1 มาแล้วด้วยยอดผู้ร่วมสนุกสูงกว่า 5 ล้านครั้งในเวลา 10 เดือน
จักรพันธ์ ลีละมาสวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีบีทีวี นิวมีเดีย บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 นี้ บริษัทได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์ของการเป็นแอพพลิเคชั่นโซเชียลทีวีที่อินเทอร์แอ็กทีฟกับรายการทีวี ได้แก่ ฟีเจอร์เช็กอินที่เพิ่ม Voicesync เช็กอินอัตโนมัติ ฟีเจอร์ Notification ตั้งแจ้งเตือนรายการที่ชื่นชอบ ขณะเดียวกันยังได้ทำกิจกรรมการตลาดให้ผู้ชมได้สะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลอีกด้วย
การแข่งขันที่รุนแรงของช่องทีวีดิจิทัล นอกจากจะต้องแข่งกันพัฒนาคอนเทนต์และช่องทางการรับชมให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ชมเป้าหมายแล้ว การทำกิจกรรมการตลาดก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ซึ่งในส่วนของปีนี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ในด้านของการดูรายการแล้วลุ้นรับของรางวัล
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดคือ ช่อง 7 และช่อง 3 ที่ออกมาร่วมวงใช้กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบดังกล่าว โดยในส่วนของช่อง 7 ได้ใช้ตัวแอพพลิเคชั่น “DO 7 HD” ซีซั่น 2 เป็นตัวทำการตลาดเพียงกดเช็กอินรายการที่กำลังชม พร้อมตอบคำถามรายที่กำลังออกอากาศ เพื่อสะสมคะแนนก็มีสิทธิแลกรับของรางวัลต่างๆ เช่น แพ็กเกจทัวร์ฮ่องกง, ไอโฟน 6 พลัส, แอปเปิ้ลวอตช์ และแมคบุ๊ค เป็นต้น
ขณะที่ช่อง 3 เองก็ใช้กลยุทธ์ให้ผู้ชมที่ดูช่อง 3 เอชดี หมายเลข 33 ช่อง 3 เอสดี หมายเลข 28 หรือช่อง 3 แฟมิลี่หมายเลข 33 ส่งข้อความ“หมายเลขช่องตามด้วยชื่อรายการที่ถูกต้องมาหลังจากเห็นสัญลักษณ์กิจกรรม 3 ช่องต้องดู” ในวันนั้นๆ มาร่วมลุ้นฟรีรถยนต์ MG รุ่น MG3 1.5c จำนวน 46 คัน
ก่อนหน้าที่ 2 ช่องผู้นำจะออกมาทำกิจกรรมลุ้นโชค ช่องผู้ตามหลายช่องไม่ว่าจะเป็นช่องไทยรัฐทีวี ช่องโมโน 29 ช่องทรูโฟร์ยู ช่องเวิร์คพอยท์ หรือช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ก็ล้วนแต่เคยทำกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว
ส่วนทำแล้วแต่ละช่องจะได้ผลแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับฐานผู้ชม และคอนเทนต์ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน