ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 เมษายน 2559 เวลา 09:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/428339

โดย…วรธาร ภาพ สตูดิโอแมงโก้
การประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก AUTM Asia 2016 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 15-18 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแชงกรีล่า จ.เชียงใหม่ เป็นงานที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากหลากหลายประเทศทั่วโลกมาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญามากหน้าหลายตา
หนึ่งในนั้นมี กาย-วีระเวช อรธนาลัย หนุ่มมาดเท่บุคลิกดี อดีตเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ สถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป หรือ IDG ถือเป็นคนไทยคนหนึ่งที่โดดเด่นในงาน เพราะเขาได้นำเสนอผลงานที่เขารักออกสู่สายตาผู้เข้าร่วมประชุมและวิทยากรจากทั่วโลก โดยบริษัท IDG ของเขาเป็นหนึ่งในสองบริษัทไทยที่ได้รับเกียรติในการจัดแสดงพรีเซนต์ผลงานด้วย
ถ้าถามว่าหนุ่มเจ้าของและผู้ตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาคนนี้ดูจากบริษัทที่เขาก่อตั้งก็น่าจะเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ทว่าเขาได้ให้คำจำกัดความหน้าที่ของตัวเองสั้นๆ ว่า เป็นคนกลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและผู้ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
“งานของผม คือถ่ายทอดเทคโนโลยี และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งก่อนหน้านี้ผมดูแลในส่วนของการคุ้มครองนวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ประมาณ 6-7 ปี จึงออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง คือ อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป โดยให้บริการทั้งในด้านการออกแบบแบรนด์ โลโก้ ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ โปรดักต์ รวมท้้งดูแลในเรื่องของการจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรทั้งในไทยและต่างประเทศ

การช่วยวางกลยุทธ์ในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ และเป็นตัวกลางถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับทั้งในฝั่งของนักพัฒนานวัตกรรม นักวิจัย รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเป็นตัวกลางในการติดต่อและดูแลทั้งในส่วนเอกสารสัญญาต่างๆ และการประเมินมูลค่าและเก็บค่าใช้สิทธิจากธุรกิจต่างๆ” ผู้บริหาร IDG พูดถึงงานที่เขาทำอยู่
วีระเวช มองว่า ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีที่ปรึกษาในแง่ของความคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา จึงยังไม่ค่อยทราบและเห็นความสำคัญในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาเท่าไรนักโดยเฉพาะในช่วงตั้งต้นของการทำธุรกิจ
เขายกตัวอย่างให้เห็นว่า อย่างธุรกิจเอสเอ็มอี สมมติ นาย A คิดค้นและสามารถผลิตรองเท้าที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ อันดับแรกนาย A ควรไปจดแจ้งลิขสิทธิ์ ซึ่งเท่ากับจะเป็นเจ้าของนวัตกรรมนั้นโดยตรง แล้วนาย A สามารถนำไอเดียนี้ไปขายให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อผลิตขายโดยสามารถเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ แต่ถ้าต้องการผลิตเอง ขายเอง ทำธุรกิจเอง ในเชิงกฎหมายควรจะจดทั้งสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติม เป็นหลักฐานการยืนยันถึงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาและสินค้า รวมถึงผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ซึ่งจะเป็นผลดีในกรณีเกิดการลอกเลียนแบบขึ้นหลังจากนั้น
“หากนาย A ต้องการขยายตลาดเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ จะต้องมีการตรวจสอบว่าชื่อแบรนด์นี้ นวัตกรรมนี้ เคยมีการจดแจ้งในประเทศนั้นๆ หรือไม่อย่างไร จำเป็นต้องมีการตรวจเช็กอย่างละเอียด เมื่อเช็กแล้วไม่มี จึงสามารถนำสินค้าไปจดทะเบียนการค้าและสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ เพื่อทำธุรกิจได้ต่อไป
รายละเอียดในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ เหล่านี้ ผู้ประกอบการรายย่อยในไทยมักจะยังไม่ทราบและยังไม่เห็นความสำคัญมากนักในช่วงตั้งต้นธุรกิจ หลายๆ กรณีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วจึงมาตามฟ้องร้องหรือเป็นคดีความ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยากจะหาหลักฐานหรือข้อโต้แย้ง เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าจดก่อนก็ได้สิทธิก่อน”

ขณะที่การถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) เขากล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีนักวิจัยเก่งๆ เยอะ แต่ยังก้าวไปไม่ถึงในจุดของการนำเทคโนโลยีหรือผลงานวิจัยเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอด หรือนำไปใช้ประโยชน์ที่มีผลในเชิงพาณิชย์ได้จริงๆ
“สิ่งที่ผมกำลังทำคือ การจับคู่และเจรจาระหว่างภาคเอกชนกับเจ้าของผลงานนวัตกรรม ทั้งในการเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของการจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นการช่วยคุ้มครองผลงานให้แก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ หรือนักพัฒนานวัตกรรมด้วย นอกจากนี้จะยังสรรหานวัตกรรมหรืองานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมด้วย โดยงานที่ผมทำจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำองค์ความรู้ต่างๆ ออกสู่ตลาดและสังคมเพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในเชิงธุรกิจ อุตสาหกรรม พาณิชย์ หรือแม้กระทั่งสังคมและวัฒนธรรมได้ ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว เพราะรัฐบาลเองก็ได้มีนโยบายสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งเราเปรียบเสมือนฟันเฟืองเล็กๆ ที่มีส่วนร่วมด้วย”
ปัจจุบันบริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป หรือ IDG มีพนักงานกว่า 10 คน ซึ่งเขาบอกว่ากำลังขยายขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด และจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมี Startup มากขึ้น มีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ทุกคนมีไอเดีย ทุกคนมี Business Model ที่ดี แต่มีไม่กี่บริษัทที่ให้ความสำคัญในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือตระหนักถึงข้อดีของการจดสิทธิบัตร จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่างๆ
“ปัจจัยหนึ่งคนอาจมองว่าเป็นเพราะส่วนใหญ่คิดว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูง มีแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ ผมก้าวมาทำตรงจุดนี้เพื่อซัพพอร์ตธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็ก อยากให้เห็นความสำคัญกัน ไม่ใช่เฉพาะในประเทศเท่านั้น ถ้าจะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศก็ต้องศึกษากฎหมายการค้าระหว่างประเทศด้วย เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้อง” ผู้บริหารหนุ่มผู้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์
พร้อมย้ำว่า การทำงาน ณ จุดนี้รู้สึกมีความสุขและสนุกเพราะได้ใช้ความรู้ความสามารถและทักษะต่างๆ ที่มี ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้ก้าวไปในโลกธุรกิจได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
Strive researching, starting an Internet business. https://nwilsonphoto.tumblr.com/post/166154645177/why-and-also-how-you-can-make-use-of-improved
LikeLike