สูงวัยแล้วไง…ความสุขอยู่ที่(การทำ)ใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 เมษายน 2559 เวลา 17:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/429173

สูงวัยแล้วไง...ความสุขอยู่ที่(การทำ)ใจ

โดย…บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ความทุกข์จากอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ มักเพิ่มปริมาณขึ้นตามจำนวนปีของอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งที่เมื่ออายุมากขึ้น คนเราน่าจะมีความสุขและอยู่อย่างสบายๆ ไม่ดิ้นรน ไม่วุ่นวายกับสภาวะแวดล้อม หากความเป็นจริงคือคนมักไม่ได้เตรียมพร้อมกับชีวิตสูงวัยไว้ล่วงหน้า ผู้สูงอายุยังต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยากไม่ผิดกับคนวัยอื่น กลายเป็นโรคคนแก่คือโรคที่เกิดจากอารมณ์ ความเจ็บป่วยในวัยนี้นอกจากการเจ็บป่วยทางกาย เช่น ความจำ ไขข้อ ความดัน ฯลฯ ยังมีปัญหาทางอารมณ์ที่ส่งผลต่อภาวะจิตใจของผู้สูงวัยอย่างมาก

พญ.ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ เล่าว่า ความเจ็บป่วยทางจิตใจส่วนหนึ่งมักมีสาเหตุมาจากความรู้สึกไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย ทั้งเรื่องการเงิน เรื่องสุขภาพ ความไม่มั่นคงของชีวิต จนก่อให้เกิดความวิตกกังวล ผิดหวังท้อแท้ เบื่อหน่าย หรือถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สาเหตุหลักมีดังนี้

1.ความไม่มั่นคงทางการเงิน

ปัจจุบันสังคมมีแนวโน้มที่จะไม่จ้างคนที่อายุเกิน 45 ปี เข้าทำงาน ดังนั้นพอถึงอายุ 65 ปี จะพบว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ดังนั้นเรามักจะมีคำถามในใจเสมอว่า แล้วการเงินของเราจะเป็นอย่างไรเมื่ออายุ 65 ปี

2.ความไม่มั่นคงเรื่องการงาน

ไม่มีหน่วยงานใดที่จะจ้างคนสูงอายุ หรือมีก็น้อยมาก เพราะทุกคนมองว่าเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม่คล่องแคล่ว เชื่องช้า น่าจะอยู่กับครอบครัวมากกว่าจะออกไปทำงานนอกบ้าน

3.ความไม่มั่นคงทางอารมณ์

ผู้สูงอายุถูกมองว่าเป็นภาระของครอบครัวและสังคม แทนที่จะมองว่าเป็นคนเชื่อมโยงระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น หากเรารับคนวัยนี้ไว้ทำงานในหน่วยงานหรือเลี้ยงดูพ่อแม่ที่บ้าน ทางแก้เพื่อช่วยเหลือและลดความเครียดจึงอยู่ที่ลูกๆ ต้องปรับตัวปรับใจ หันมาดูแลเอาใจใส่พ่อแม่มากขึ้น และสังคมควรมองผู้สูงอายุด้วยความเมตตาและให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

4.ความกลัวการเจ็บป่วย

เมื่อมีปัญหาต่างๆ รุมเร้า ทั้งโรคทางกายและโรคทางอารมณ์ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น กลัวว่าจะพิการ กลัวจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ กลัวเป็นภาระ

5.ความกลัวตาย

ในวัยนี้สิ่งที่จะต้องเจอคือความสูญเสียเพื่อนผู้ใกล้ชิด ญาติมิตร โดยคนรู้จักใกล้ตัวต่างทยอยล้มตายไปทีละคนสองคน ต่อนานไปคือความตายของสามีหรือภรรยา เพื่อนสนิท ผู้สูงอายุจะรู้สึกเหงา เพราะชีวิตแทบจะไม่เหลือใครหรืออะไรอีกแล้ว

6.ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย

ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจรัดตัว ผู้สูงอายุไม่สามารถอาศัยอยู่กับลูกหลานได้เหมือนสมัยก่อน กลายเป็นความเครียดที่สะสมในชีวิต

สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของภาวะเครียดในผู้สูงวัยที่ทุกคนควรตระหนัก ปัญหาของผู้สูงอายุก็คือปัญหาของเรา เนื่องจากทุกคนหนีไม่พ้นวัยชรา มาช่วยกันดูแลเอาใจใส่และผลักดันให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายใจ ทั้งนี้ในวัยหนุ่มสาวซึ่งเป็นช่วงชีวิตขาขึ้น ต้องฝึกวางแผนการใช้ชีวิตให้ดี เพราะถ้าคุณวางแผนว่าจะทำอะไรเมื่อเป็นผู้สูงอายุได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ฝึกตนและวางแผนในเรื่องจำเป็นเหล่านี้

1.ฝึกพัฒนาอารมณ์ให้มั่นคง ฝึกพัฒนาระบบความคิด หรือคิดให้สมวัย มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีใจเมตตากรุณา เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มีความสามารถในการประนีประนอมและยอมรับความจริง สิ่งเหล่านี้หากเราพัฒนาไปเรื่อยๆ เราจะปรับตัวในวัยผู้สูงอายุได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยคิดหรือฝึกเลย

2.วางแผนการเงินในอนาคต (ดูข้อมูลจากคอลัมน์ Money_Future Wealth ทุกวันพฤหัสบดี)

3.วางแผนเรื่องที่อยู่อาศัย คิดให้ได้และคิดให้ตกตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าจะอยู่กับใคร อยู่อย่างไร อย่าลืมคิดแผนสองไว้ด้วย เช่น ถ้าอยู่กับคนนี้ไม่ได้ จะอยู่กับคนไหน ถ้าตัดสินใจเด็ดขาดว่าต้องการหย่า รีบจัดการให้เสร็จก่อนชราภาพ

4.หางานอดิเรกทำ เป็นเรื่องสำคัญเพราะทำให้เราดำรงอยู่ด้วยชีวิตชีวา มีความตระหนักรู้ในคุณค่าของตัวเอง เพลิดเพลินในชีวิต

5.รณรงค์เรื่องปัญหาผู้สูงอายุในสังคม รณรงค์เพื่อช่วยกันเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อผู้สูงวัย ให้ความเห็นอกเห็นใจ เห็นคุณค่าและทำกิจกรรมร่วมกัน

แล้วถ้าหากเป็นผู้สูงอายุแล้วล่ะ จะปฏิบัติตัวอย่างไร

1.ยอมรับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบันให้ได้

2.หาเพื่อนใหม่ๆ เพื่อทดแทนเพื่อนเก่าที่ล้มหายตายจาก ทยอยจากไป ชีวิตจะอบอุ่นหรือจะเหงา ขึ้นอยู่กับตัวเอง

3.ปรับความคิดให้รู้จักยืดหยุ่น ปรับตัวได้ตามยุคสมัย ลดการบ่นหรือการตำหนิติเตียนลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่

4.แต่งกายให้ดูดี สะอาดสะอ้าน ดูแลตัวเองไม่ให้ทรุดโทรม

5.อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า หาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองสังคมชุมชน

6.รักษาอารมณ์ให้สดชื่นอยู่เสมอ

7.อย่ากังวลเรื่องความตาย คิดเสียว่าเราทุกคนก็ต้องตายเหมือนกัน ไม่ใช่เราเป็นคนแรกที่ตายเสียเมื่อไหร่

สรุปแล้วความสุขของผู้สูงวัยอยู่ที่การฝึกจิตใจ ฝึกอารมณ์ความคิด ทั้งตัวผู้สูงวัยเองและตัวคนในสังคมผู้สูงอายุด้วย วัยสูงอายุเป็นวัยทองของชีวิต ทำใจให้พอใจกับสภาพชีวิตปัจจุบัน แม้จะลำบากทางกายอย่างไรแต่ต้องทำใจให้เป็นสุข จำไว้เสมอว่า สูงวัยสุขได้ที่ใจ การรักษาโรคทางกายต้องรักษาต่อเนื่อง การรักษาจิตใจและอารมณ์ก็เช่นกัน

 

Leave a comment