ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
24 เมษายน 2559 เวลา 09:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/428270

โดย…โยโมทาโร่
เป้าหมายในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนต้องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก บางคนต้องการให้หุ่นเฟิร์มขึ้น แต่ถ้าคุณต้องการออกกำลังกายเพื่อการแข่งขันกีฬา เช่น วิ่งมาราธอน หรือปั่นจักรยานแล้วละก็ คุณอาจจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องวัดการออกกำลังกายเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลในการพัฒนาความสามารถให้สูงขึ้น ซึ่งเครื่องวัดการออกกำลังกายในปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีราคาแพงเกินเอื้อมเหมือนสมัยก่อนแล้วละครับ เพราะผู้ผลิตสินค้าเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา ไม่เว้นแม้แต่ผู้ผลิตนาฬิกาและเครื่องนำทาง ทั้งหลายต่างก็ลงมาจับตลาดสินค้าสำหรับการออกกำลังกาย ทำให้เรามีตัวเลือกที่มากขึ้น และแน่นอนว่าราคาย่อมถูกลงตามไปด้วย
เครื่องวัดการออกกำลังกายจะวัดกิจกรรมหลักๆ ระหว่างที่เราออกกำลังกายเป็น 2 ส่วน คือ 1.การเคลื่อนไหว และ 2.อัตราการเต้นหัวใจ
ในส่วนของการวัดการเคลื่อนไหวนั้น ก็จะแบ่งออกแบบ 2 ชนิด คือ ชนิดใช้เซ็นเซอร์วัดการเคลื่อนไหวติดที่รองเท้า และอีกชนิดคือ วัดจากดาวเทียมจีพีเอส ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันบ้างตรงที่ชนิดเซ็นเซอร์ติดที่รองเท้านั้น สามารถใช้งานได้ทั้งในและนอกอาคาร และวัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวของเราได้ตลอดเวลา ทำให้วัดค่าพลังงานแคลอรีที่ใช้ได้ค่อนข้างตรง แต่เสียตรงที่อาจมีการคลาดเคลื่อนเรื่องระยะทางและความเร็วอยู่บ้าง เหมาะกับการวิ่งบนสายพานและกีฬาในร่มชนิดอื่นๆ

แต่ในขณะที่ดาวเทียมจีพีเอสนั้น เหมาะกับการใช้ออกกำลังกายแบบเอาต์ดอร์ สามารถมองเห็นเส้นทางการออกกำลังกายของเรา มีความแม่นยำเรื่องระยะทางและความเร็วมากกว่า ไม่สามารถใช้ในอาคารได้เหมาะกับกีฬาอย่างการปั่นจักรยานและวิ่งมาราธอน
สำหรับเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้นจะแบ่งเป็น 2 ชนิดอีกเช่นกัน ชนิดแรกเป็นแบบวัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องวัดชนิดนี้ต้องใช้สายคาดหน้าอก ติดระหว่างการออกกำลังกายตลอดเวลา มีข้อดีคือมีความแม่นยำและเก็บอัตราการเต้นในรายละเอียดกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความอึดอัดของสายคาดระหว่างการออกกำลังกาย
ชนิดที่สอง ที่ได้รับความนิยมคือวัดด้วยแสง ข้อดีของการวัดแบบนี้คืออุปกรณ์มีขนาดเล็กใส่ในนาฬิกาและสายรัดข้อมือก็ยังได้ ราคาถูกกว่าแบบวัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างถ้าใช้ระหว่างการออกกำลังกาย

ดังนั้น แนวทางการเลือกอุปกรณ์วัดเหล่านี้ ควรเลือกตามลักษณะกีฬาที่เราเล่นดังนี้
1.วิ่งมาราธอน สามารถใช้เครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจได้ทั้งสองชนิด แต่ให้เน้นระบบการจับระยะทางและความเร็วด้วยจีพีเอสที่วัดผลได้แม่นยำมากกว่า
2.ปั่นจักรยาน เลือกเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบใช้แสงได้ ส่วนเครื่องจับระยะทางและความเร็วควรใช้แบบจีพีเอสเท่านั้น
3.ฟุตบอลและบาสเกตบอล ควรเลือกเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และใช้ระบบการจับระยะทางและความเร็วด้วยเซ็นเซอร์ติดที่รองเท้า เพราะทั้งสองแบบนี้จะมีความเบา ทนทาน และคล่องตัวเวลาออกกำลังกายมากกว่า

4.แอโรบิกและมวย เป็นกีฬาที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจับระยะทางและความเร็ว ให้ใช้เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบใช้คลื่นแม่เหล็ก เพราะมีความคล่องตัวสูงสุด
สุดท้ายที่เราแนะนำ คือ ควรเลือกอุปกรณ์ให้เป็นแบรนด์เดียวกันทั้งหมด เพราะมีผลเรื่องการประมวลผลเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถประเมินความแข็งแรงของร่างกายอย่างรอบด้านและเห็นผลชัดเจนที่สุด