ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
12 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/431435

โดย…วราภรณ์ ภาพ… ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ผลงานของอาร์ติสต์จากประเทศไทยเพียง 5 คนเท่านั้นที่เคยได้ลงในเว็บไซต์โชว์งานศิลปินใน notjustalabel.com เว็บไซต์ที่จะคัดเฉพาะผลงานของนักออกแบบที่โดดเด่น และเป็นที่รู้จักดีของคนในแวดวงนักออกแบบ หากใครมีผลงานได้ลงในเว็บไซต์นี้การันตีฝีมือได้ว่าไม่ธรรมดา
หนึ่งในคนไทยที่ผลงานได้ลงในเว็บไซต์นี้คือ ผลงานออกแบบเครื่องประดับและเสื้อผ้าของ โบว์-มนต์ริสสา ลีนุตพงษ์ เจ้าของแบรนด์ สกิน ออน สกิน บาย มนต์ริสสา (Skin on Skin by Monrissa) ซึ่งสืบเนื่องมาจากผลงานออกแบบเสื้อลายจิ๊กซอว์ของมนต์ริสสาได้ลงในหลุยส์ วิตตอง ซิตี้ไกด์ จึงทำให้การเสนอชื่อและผลงานของเธอเพื่อลงในเว็บไซต์ notjustalabel ไม่ใช่เรื่องยาก
นับย้อนไป 5 ปีก่อน เซเลบริตี้สาวสุดมั่น มนต์ริสสา เจ้าของแบรนด์ สกิน ออน สกิน บาย มนต์ริสสา ที่ผลงานมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เธอเรียนจบปริญญาโทด้าน Image and Communications ปริญญาตรีด้าน Media Arts จากอังกฤษ และสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตนเองตามแรงบันดาลใจสุดศิลป์ของเธอ ที่แต่เดิมเสื้อผ้าแบรนด์ สกิน ออน สกิน บาย มนต์ริสสา และมนต์ริสสา กูตูร์ (Monrissa Couture) เคยเปิดที่ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ปัจจุบันย้ายร้านมาอยู่ย่านปทุมวันได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นบ้านของเธอเองที่คุณตายกให้ และต่อเติมสนามหญ้าด้านหน้าให้กลายเป็น คาเฟ่ แอท อีส (Cafe at Ease) คาเฟ่สุดชิกที่รวบรวมทั้งงานอาร์ต และดีไซเนอร์บูติก เพื่อปรับตัวให้รับกับสภาพเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ที่ทำเพียงอาชีพเดียวคงไม่พอ

จากเดิมที่เคยขายเสื้อผ้าได้ดิบดี พอย้ายร้านสินค้ากลับขายดียิ่งขึ้น แล้วไม่ต้องเครียดเรื่องค่าเช่าอีกต่อไป แถมยังมีคาเฟ่ไว้ต้อนรับแขกที่สนใจงานศิลปะ เพราะแต่ละการออกแบบทั้งการตกแต่งภายใน การสร้างสรรค์ทั้งเมนูเครื่องดื่ม อาหาร และขนมรับประทานเล่น มนต์ริสสาเป็นผู้ออกแบบเองทั้งหมด
“ร้านนี้โบว์บริหารจัดการเอง จึงมีความเป็นตัวของตัวเองมาก คือเราทำผลงานที่ชอบมานำเสนอเท่านั้น แต่เดิมที่โบว์ชอบงานออกแบบที่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่โบว์ชอบงานออกแบบทุกอย่าง จากเดิมเราเคยถูกจำกัด แต่ที่นี่เราได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น โบว์อยากนำเสนอความสุขให้ทุกคน ทั้งงานเสื้อผ้า การนำเสนออาหาร คาแรกเตอร์อาร์ต สถานที่ก็ตกแต่งแบบศิลปะ ดึงอะไรที่เป็นตัวตนออกมา โบว์ชอบออกแบบพวกวัสดุ งานตกแต่งภายในปีแรกๆ ที่เปิดแม้ไม่ได้โปรโมทแต่มีคนเข้ามาขอรีวิวเยอะมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่โบว์ภูมิใจมาก เพราะเราทำทุกอย่างด้วยใจ ด้วยความสุข และจริงใจ”
เมื่อมนต์ริสสาทำทุกอย่างด้วยความสุข แม้กระทั่งการสวมบทบาทเป็นดีไซเนอร์ เสื้อผ้าของเธอจึงไม่มีฤดูกาล แต่เสื้อผ้ากลับขายไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าเช่าร้าน จึงไม่มีความกดดันทั้งสิ้น แถมทำกำไรได้มากกว่าถึง 10 เท่าจากปีก่อน อาจเป็นเพราะเธอเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจและตลาดเสื้อผ้าที่แข่งขันกันสูง ซึ่งธุรกิจที่ทำกำไรเลี้ยงตัวได้ดีที่สุดคือ โซนกาแฟ และเพิ่มสินค้าคือของตกแต่งบ้าน เช่น ครกที่ทำจากเรซิ่น รวมถึงเครื่องประดับที่มีส่วนผสมของเรซิ่น ซึ่งมีเสน่ห์และมีลูกเล่น เป็นที่ถูกใจลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาชมผลงานการออกแบบของเธอ

“มีลูกค้าคนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เข้ามาในร้านเห็นงานของโบว์และก็เข้ามาแนะนำตัวว่าเขาเป็นสื่อมาจากหลุยส์ วิตตอง ซิตี้ไกด์ ขอนำผลงานออกแบบเสื้อที่เป็นรูปจิ๊กซอว์ เขาเห็นแล้วเขาชอบ อยากนำผลงานโบว์ไปลงในหนังสือเขาหน่อย ทีแรกไม่เชื่อและโบว์ก็ไม่ได้สนใจว่าเขามาจากไหน ก็นั่งคุยกับเขา ผ่านไปสักระยะผลงานของโบว์ได้ลงในหนังสือคอลัมน์ 10 ท็อปเทนของงานอาร์ตที่ดี เขาเลือกชิ้นงานจากตัวงานจริงๆ” จากผลงานออกแบบเสื้อที่ได้ลงใน หลุยส์ วิตตอง ซิตี้ไกด์ ถือเป็นโปรไฟล์ที่ดีของมนต์ริสสา จากนั้นการที่เธอเป็นแฟนคลับของเว็บไซต์ notjustalabel ตัวยง เพราะเธอรู้สึกศรัทธาในเว็บไซต์นี้ ซึ่งเธอติดตามอาร์ติสต์คนหนึ่งซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงมาก แต่เธอเห็นภาพกระเป๋าของเขาในแอพพลิเคชั่นหนึ่งแล้วชอบมาก จนเธอกลายเป็นแฟนคลับแบรนด์ในที่สุด
“กระเป๋าของอาร์ติสต์คนนี้สวยมาก เป็นชาวฮังการี ชื่อแบรนด์ลินดาซีโต (Lindasieto) งานเขาเหมือนงานสถาปัตยกรรม เราดูแล้วไม่ธรรมดา ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อนโบว์เข้าไปเยี่ยมชมเฟซบุ๊กของเขา มี 100 คนที่กดไลค์ แต่ปัจจุบันเป็นพันคน โบว์ได้สัมผัสว่าอาร์ติสต์คนนี้มีแนวการสร้างสรรค์งานคล้ายโบว์ คือไม่เน้นโปรโมท แต่เน้นการสร้างสรรค์ผลงานที่ดี ขายผลงานที่ผลงานจริงๆ โบว์ก็ซื้อผลงานของเขามาใช้ประมาณ 3 ปีแล้ว
“พอปีที่ 3 โบว์เข้าไปชมความก้าวหน้าของเขา ปรากฏว่ากระเป๋าของเขาได้ไปโชว์ในดีไซน์ มิวเซียม ของดูไบ เป็นเพราะเว็บไซต์ notjustalabel นำผลงานของศิลปินชาวฮังการีคนนี้ไปลง เขาก็เลยเป็นที่รู้จักของคนที่ชอบงานศิลปะในวงที่กว้างมากขึ้น” นอกจากกระเป๋าขวัญใจของมนต์ริสสาจะได้ไปโชว์ในดีไซน์ มิวเซียมแล้ว ผลงานของเขายังได้ลงในปฏิทินเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกระเป๋าดีไซน์ที่เคยมีบนโลกนี้ เนื่องจากกระเป๋าของศิลปินท่านนี้สื่อถึงรสนิยมยุคสมัยได้ดี

มนต์ริสสาเล่าว่า ผลงานของศิลปินที่ได้ลงในเว็บไซต์ notjustalabel แปลว่าสินค้านั้นไม่ได้เป็นแค่แบรนด์เท่านั้น แต่หมายถึงสิ่งที่เขาขายมันมากกว่าแบรนด์ ผลงานของศิลปินต้องล้ำถึงจะเข้าตาจนสามารถเข้าไปโชว์ในเว็บไซต์นี้ได้ มนต์ริสสาจึงเกิดไอเดียอยากดำเนินรอยตามดิไอดอล ด้วยการเสนอผลงานของตัวเองไปนำเสนอให้ทางทีมงานของเว็บไซต์ดู โดยนำผลงานแหวนเรซิ่นผสมอีพ็อกซี่ รูปทรงเก๋ไก๋ เพื่อนำเสนอตัวตนของเธอ
“โบว์แนะนำตัวเองว่า เราโลว์โปรไฟล์นะ แต่เรามีชื่อเสียงด้านผลงานแหวกแนว ผลงานล่าสุดของเราลงได้ลงในหลุยส์ วิตตอง ซิตี้ไกด์นะ เรานำเสนอผลงานออกแบบแหวนของเราที่เขาที่แรกนะ เราอยากให้เขาดูว่าเป็นไง ส่งข้อมูลของโบว์ไปทางเฟซบุ๊ก ส่งเมสเซจง่ายๆ พอเขาเห็นผลงาน บอกตอบกลับมาว่า งานโบว์น่าสนใจมาก แต่เขาบอกว่าปกติวิธีคัดเลือกผลงานของเขา โบว์ต้องส่งลุคบุ๊กให้เขา เขาเลยให้โบว์ติดต่อไปที่บริษัทแล้วส่งลุคบุ๊กตามไปให้ หนึ่งเดือนต่อมาโบว์ถ่ายลุคบุ๊กเสร็จก็ส่งไปให้เขาดู วันต่อมาเขาส่งหนังสือเชิญให้โบว์นำผลงานของโบว์ลงในเว็บไซต์ของเขาได้เลย บอกวิธีเสร็จสรรพ ซึ่งโบว์เพิ่งลงผลงานไปในเว็บไซต์เมื่อเดือนที่แล้วเองค่ะ”
สิ่งที่มนต์ริสสาภูมิใจคือ ผลงานของเธอได้กระทบไหล่กับงานอาร์ตจากศิลปินเจ๋งๆ ทั่วโลก เป็นชิ้นงานที่ขายความคิดสร้างสรรค์จริงๆ

“มีผลงานศิลปินคนไทยเพียง 5 คนเท่านั้นที่ได้ลงในเว็บไซต์นี้ ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนมีชื่อเสียง แต่มีผลงานที่โดดเด่น สำหรับโบว์ก็ไม่ได้ฮาร์ดคอร์ด้านศิลปะมาก โบว์คิดว่า โบว์เลยจุดที่จำเป็นกับการมีชื่อเสียงแล้ว แต่โบว์อยากสร้างคอมมูนิตี้เล็กๆ กับคนที่มีมุมมองคล้ายๆ กันกับโบว์ โบว์อยากเข้าไปเพื่อความสุข ตอนนี้โบว์ทำอะไรไม่ได้มองที่ชื่อเสียง โบว์อยากได้ความสุขที่สามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ โบว์ศรัทธากับตรงนั้นมากกว่า ตอนนี้โบว์โฟกัสกับการสร้างผลงานศิลปะ สื่อไหนตรงกับเรา เราไปหาเขา อันไหนโฟกัสที่ความหวือหวา เราก็อย่าไป โบว์อยากอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง เพราะถ้าเราอยู่ผิดที่เขาจะไม่เข้าใจกับผลงานที่เราทำ เราจะเสียอารมณ์และเสียแรงเปล่าๆ”
ความท้าทายอื่นๆ ที่มนต์ริสสาอยากทำต่อไปคือ พัฒนาโปรดักส์ของตกแต่งบ้านที่ทำจากเรซิ่น จนเธอรู้สึกพอใจแล้วค่อยออกวางจำหน่าย
“ตอนนี้โบว์ออกแบบทั้งเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ทำควบคู่กับงานออกแบบเสื้อผ้าด้วย ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้นักออกแบบเสื้อผ้าต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เหมือนเราแย่งเนื้อชิ้นเดียวกัน ก็เหนื่อยเกินไป โบว์โชคดีตรงไม่ต้องแข่งกับใคร
“เสื้อผ้าของโบว์ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่งถึง 90% สำหรับนักออกแบบที่อยากทำงานออกแบบในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ลองออกแบบผลงานแล้วเก็บไว้เป็นพอร์ตโฟลิโออย่างเดียวพอ และหางานประจำอื่นๆ ทำไป ค่อยๆ ออกแบบผลงานไปเรื่อยๆ ในอนาคตถ้าเราชอบงานออกแบบจริงๆ เราก็เอาผลงานที่เราสร้างสรรค์นำไปเสนอแบรนด์ต่างๆ แต่ผลงานของเราต้องดีและได้มาตรฐาน เจ้าของแบรนด์หากชื่นชอบผลงานของเราก็จะจ้างเราออกแบบเสื้อผ้าเอง หรือนำไปเสนอแบรนด์เมืองนอกก็ได้ ก็หวังว่าจะโชคดี ซึ่งเราควรขยันและพัฒนาผลงานจนดีพอ”