ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 มิถุนายน 2559 เวลา 10:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/435194

โดย…วราภรณ์ ภาพ… กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
หญิงสาวร่างเล็กพริกขี้หนู กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ วัยเพียง 20 ปี บุตรสาวของ ชัชชฎา ตรีวิทยานุรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพรสเซนท์ เทล แต่ความสามารถมากเกินตัว เพราะเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังขอลิขสิทธิ์ผลิตตุ๊กตามูมินสุดน่ารัก มาเอาใจแฟนคลับคนไทย และต่อยอดเปิดมูมิน คาเฟ่ สาขาแรกของประเทศไทย ณ บริเวณชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ร้านอาหารอินเตอร์เนชั่นแนล โมเดิร์น ควิซีน ที่นำคาแรกเตอร์ของการ์ตูนมูมินมาตกแต่งภายในร้าน ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนยอดฮิตของ โทฟ แยนส์สัน จัดพิมพ์เป็นซีรี่ส์หนังสือและการ์ตูนครั้งแรกในประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ เมื่อเกือบ 100 ปี โดยมูมินเป็นคาแรกเตอร์ของตัวโทรล หรือภูตพิทักษ์ป่าที่มีนิสัยน่ารัก ใจดี รักสนุก ชอบผจญภัยเป็นครอบครัวตัวสีขาวอ้วน กับจมูกขนาดใหญ่ และด้วยความน่ารักของตัวการ์ตูนทำให้ กรชนก หลงรัก
นอกจากคร่ำเคร่งกับการช่วยที่บ้านปั้นธุรกิจตัวนี้แล้ว เธอยังต้องแบ่งเวลาไปเรียนในชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรม สาขาดนตรีตะวันตก (ไวโอลิน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรชนก เล่าถึงแรงบันดาลใจการดีลธุรกิจที่แข่งขันกันประมาณ 30 เจ้าในประเทศไทย เพื่อหวังได้ลิขสิทธิ์ผลิตมูมินสุดน่ารักนี้
“ตอนอายุ 16 ปี ได้มีโอกาสเรียนไวโอลินกับอาจารย์ชาวรัสเซีย ซึ่งอาจารย์ได้เล่าความประทับใจเกี่ยวกับตัวการ์ตูนเรื่องนี้ คืออาจารย์ให้หนูเล่นเพลงๆ หนึ่ง แต่หนูจินตนาการไม่ได้ อาจารย์จึงแนะนำให้ไปลองหาการ์ตูนเรื่องมูมินดูนะ เพื่อหนูจะได้เกิดแรงบันดาลใจในการเล่นเพลงนี้ให้ได้เข้าถึงอารมณ์ พอเอาการ์ตูนมาดูหนูก็รู้สึกหลงรักในคาแรกเตอร์ของมูมิน และเชื่อว่าในประเทศไทยมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบตัวการ์ตูนนี้เช่นเดียวกัน จึงได้ยื่นซองร่วมประมูลแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆ”

ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจขอลิขสิทธิ์มูมินมาเมืองไทย เธอบินไปญี่ปุ่นไปลองนั่งกินอาหารในมูมินคาเฟ่ และยิ่งเกิดสนใจในตัวมูมิน พร้อมกับที่เมืองไทยยังไม่มีใครได้ลิขสิทธิ์
“คนอยากได้ตุ๊กตา แต่ที่ญี่ปุ่นแพงมาก ประกอบกับที่บ้านหนูทำของที่ระลึกประเภทตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอนที่ตัดเย็บมาจากผ้าอยู่แล้ว หนูคิดว่าที่บ้านสามารถผลิตตุ๊กตามูมินได้ แล้วเราก็น่าจะทำได้ดีกว่าญี่ปุ่นแน่ๆ หนูจึงปรึกษากับคุณแม่ดู บริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์ในเซาท์อีสต์เอเชีย ทีแรกคนที่ดูแลประเทศไทยไม่รู้จักมูมิน หนูก็เล่าให้เขาฟังว่าหนูอยากได้มากๆ คุณติดต่อให้เราหน่อยได้ไหม
ผ่านไป 2 เดือนเขาโทรกลับมาว่าดีลมูมินให้ได้แล้วนะ แต่เราต้องยื่นพอร์ตบริษัทของเราไปที่บริษัทแม่มูมินที่ฟินแลนด์ ระบุรายละเอียดทั้งหมดว่าเราผลิตสินค้าเกรดไหน ขายสินค้าระดับไหน พรีเมียร์หรือไฮเอนด์หรือเปล่า เพราะเขาอยากยกระดับมูมินให้กลายเป็นสินค้าไฮเอนด์ ซึ่งหนูบอกถึงเป้าหมายของหนูซึ่งตรงกับใจเขา ซึ่งตอนติดต่อแรกๆ หนูรู้สึกเครียดมาก เพราะเราอยากได้ เราอยากกำหนดโพสิชันนิ่งของมูมินเป็นแบบไหน มีศักยภาพอย่างไร ก็เขียนรายงานโน้มน้าวสุดฤทธิ์ ซึ่งเขาอยากให้มูมินเป็นไฮเอนด์ เป็นสินค้าหายาก คุณต้องเป็นคนมีรสนิยม ต้องอ่านหนังสือ และรู้จักมูมิน เพราะเขามีอายุอยู่เป็น 100 ปี ขนาดวอลต์ดิสนีย์อยากได้ลิขสิทธิ์เขายังไม่ขายให้เลย เพราะเจเนอเรชั่นที่ 3 เจ้าของมูมิน อยากให้มูมินเหมือนเป็นงานศิลปะ เพราะคนสร้างมูมินก็เป็นอาร์ติสต์ เขาวางมูมินให้มีคาแรกเตอร์ที่ลึกซึ้งมากกว่าความน่ารัก พยายามสอนเด็กๆ ทั่วโลกเรื่องครอบครัวและมิตรภาพ”
แม้ กรชนก ไม่ได้ศึกษาจบด้านบริหารธุรกิจโดยตรง แต่การเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่สอนให้เธอมีความรับผิดชอบ และช่วยงานที่บ้านมาโดยตลอด ทำให้เธอสามารถทำงานได้ทุกประเภท และรู้ขั้นตอนการผลิตตุ๊กตาทั้งหมด และแล้ว กรชนก ก็ได้ลิขสิทธิ์ในการที่จะผลิตตุ๊กตามูมินและผองเพื่อน และล่าสุดได้ต่อยอดโดยการเปิดมูมิน คาเฟ่ ด้วย

“ทุกการทำงานหนูปรึกษากับคุณแม่และคุณพ่อ เพราะที่บ้านถนัดงานผ้าอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละสาขาก็จะมีอิสระในการตกแต่งร้านและครีเอทเมนูอาหาร ต้องผ่านการตรวจจากทางเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย”
กว่าจะได้ลิขสิทธิ์ผลิตตุ๊กตามูมินไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเตรียมข้อมูลทุกคืน หลังเลิกเรียนก็ต้องมาคร่ำเคร่งกับการเตรียมเอกสาร นั่งดูการ์ตูนมูมินทุกวัน เพราะฟินแลนด์พิถีพิถันในการผลิตมูมินของประเทศไทยมาก เช่น การเลือกเส้นใยข้างในตัวตุ๊กตาต้องนุ่มอย่างไร
“หนูอยากผลิตมูมินให้ดีกว่าญี่ปุ่น เรามีการปรับแบบ ส่งแบบเข้าโรงงาน เริ่มปรับแบบที่เราชอบ การปักสีตา เย็บตะเข็บ ใช้โทนสีแบบไหนให้ถูกต้องตามแพนโทน เรียกว่าแก้แบบบ่อยมากๆ แล้วเขาก็ให้คำแนะนำเพิ่มเติมตลอด ส่งแบบให้เขาดูและมีการปรับแก้แบบอยู่หลายรอบมากๆ ในที่สุดก็ผ่านภายใน 6 เดือน”
ครั้งแรกที่ กรชนก รู้ว่าเธอได้ลิขสิทธิ์แล้ว เธอรู้สึกดีใจมากๆ รู้สึกว่าคุ้มเหนื่อย แต่ผู้บริหารมูมินของฟินแลนด์ไม่รู้ว่าเธออายุเพียง 20 ปี เพราะติดต่อกันผ่านอีเมลเท่านั้น
“หนูให้พ่อเปิดบริษัทให้ใหม่ เจ้าของมูมินไม่รู้ว่าหนูอายุเท่าไหร่ หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเขาไม่สนใจเลยว่าเราเป็นใคร เขาสนใจแค่ว่างานของเราดีพอสำหรับเขาไหม” พอได้ลิขสิทธิ์ผลิตตุ๊กตาไม่พอ เธอไปติดต่อขอลิขสิทธิ์อิมพอร์ตตุ๊กตามูมินจากญี่ปุ่นมาจำหน่ายเพิ่ม โดยเธอดีลทุกขั้นตอนเองทั้งหมดผ่านเพื่อนของพ่อที่แต่งงานกับสาวญี่ปุ่น การติดต่อจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

“พอเราผลิตมูมินได้เอง และนำเข้าจากญี่ปุ่นได้ เปิดร้านสาขาแรกที่ชั้น 3 สยามพารากอน ปรากฏว่าสินค้าขายดีมาก ขายไม่ทันเลย จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 10 เดือนแล้วค่ะ ตอนนี้ตุ๊กตามูมินมีจำหน่ายที่เซ็นทรัลด้วย ฟีดแบ็กก็ดีมากๆ ผู้ชายยังนิยมซื้อเลย ซึ่งหนูไม่เคยคาดคิดว่าจะมีคนชอบมูมินมากขนาดนี้ เกินความคาดหมาย”
พอวันเปิดตัวมูมิน คาเฟ่ ที่เมืองไทย เจ้าของลิขสิทธิ์ 2 คนบินตรงมาจากฟินแลนด์เพื่อร่วมงานเปิดด้วย พอเขาพบว่า กรชนก ที่ทางทีมงานเขาติดต่ออายุเพียง 20 ปีเท่านั้น เขารู้สึกแปลกใจ และรู้ว่า กรชนก ก็มีความฝันเกี่ยวกับมูมิน และเขายังรู้สึกประทับใจคนไทยที่ชอบมูมินมากขนาดนี้เลยหรือ
“เขารู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับเรา พอเขาเห็นร้านคาเฟ่ และเขาลองชิมอาหารด้วย เขาบอกว่าร้านมูมิน คาเฟ่ ของประเทศไทยดีที่สุดในโลก เพราะเขาบอกว่าเราออกแบบให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เหมือนได้อยู่บ้านมูมินจริงๆ แล้วเขาชมว่าอาหารอร่อยมากๆ เพราะคุณแม่ลงทุนไปเรียนทำอาหาร และคัดเลือกเชฟที่มีประสบการณ์มาช่วยครีเอทเมนู และคัดเลือกที่รสชาติและวัตถุดิบดีมาปรุงเพื่อให้ลูกค้าได้รับประทาน”
แม้อายุเพียง 20 ปี แต่กรชนก บอกว่าการเป็นวัยรุ่นไม่ใช่อุปสรรคในการทำงาน
“พ่อแม่จะสอนหนูเสมอว่าหนูทำได้ หนูไม่ใช่เด็กแล้ว จะทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าหนูทำอะไรแล้วเกิดผิดพลาด พ่อสอนว่าถ้าผิดพลาดหนูต้องรับผิดชอบ ต้องหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง ต้องกล้ารับผิด หนูรู้สึกว่าการที่เรากล้ารับผิดชอบ มันทำให้เราโตขึ้น อย่าคิดว่าไม่ทำอะไรก็ไม่ผิด เราเกิดมาทั้งทีต้องทำให้เต็มที่ อีกทั้งหนูเป็นลูกคนโตก็ต้องรับผิดชอบมากหน่อย แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ภูมิใจที่หนูทำได้ คุณแม่หนูจะเลี้ยงสไตล์ฝรั่ง

ครอบครัวเราเริ่มจากการตั้งบริษัทเล็กๆ ตั้งแต่หนูยังเด็กพ่อแม่สอนให้หนูทำงานอยู่ทุกจุด พาหนูไปทุกที่ ท่านให้หนูรับรู้ทุกปัญหา ท่านไม่กลัวลูกจะคิดมาก เช่น ถ้าบ้านเรามีปัญหา ลูกต้องทำตัวอย่างไร พ่อแม่ไม่เคยสปอยล์เลย มันทำให้เรายอมรับความจริงว่าโลกไม่สวยหรู แต่เราต้องทำอย่างไรให้ดี ชีวิตจริงมันยากทุกอย่าง แต่หนูคิดว่ามันไม่ยากเกินไป ถ้าเราตั้งใจมากพอ หนูเป็นคนชอบย้ำคิดย้ำทำ ตอนเด็กๆ จำได้ว่าแม่เคยดุว่าอย่าทำตัวเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรก็คงไม่สำเร็จหรอก แม่ว่าตรงๆ เราต้องแก้ไข แม่สอนให้เราสู้ให้สุดใจ เพราะบ้านเราไม่ได้ร่ำรวย ฐานะธรรมดา เราก็ต้องขยันอดทนเพื่อมีวันนี้”
ความตั้งใจก้าวต่อๆ ไปของกรชนก คือ เธออยากทำมูมินให้อยู่ในใจแฟนคลับและนักกินไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เป็นแฟชั่นของร้านคาแรกเตอร์ที่คนมากินแล้วถ่ายรูปแล้วก็ไม่มาอีก ดังนั้นการเซตราคาอาหารไม่สูงมาก เพื่อให้คนมากินบ่อยๆ
“หนูเชื่อว่าถ้าเราทำดี คนไทยจะกลับมา เรามั่นใจ และเรากำหนดให้อาหารในร้านเป็นแบบฟิวชั่นทั้งไทยและอิตาเลียน หนูก็ตั้งใจบริหารธุรกิจตรงนี้ให้ดี เพราะการเรียนดนตรีไม่เอื้อกับการทำธุรกิจเลย แต่ดนตรีทำให้เรามีความสุข ดนตรีเป็นสิ่งที่หนูชอบ แต่เราทำธุรกิจกับสิ่งที่ชอบไม่ได้ สิ่งที่รักกับสิ่งที่ชอบคนละเรื่องกัน”
สุดท้ายสำหรับคนที่ไม่กล้าจะลงมือทำอะไรเพราะกลัวทำแล้วไม่สำเร็จ กรชนก มีคำแนะนำว่า ทุกคนอยากทำอะไรก็ให้ลงมือทำ มันแค่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกทำหรือเปล่า อย่าบอกว่าเราทำไม่ได้ ต้องลองก่อน ต้องสู้ แพ้ก็ต้องสู้
“หนูอยากพัฒนามูมิน และทำตุ๊กตาเพิ่มเรื่อยๆ กำลังออกคอลเลกชั่นใหม่ เราดีไซน์เองและดูคอนเซ็ปต์เอง บริษัทหนูเป็นบริษัทเล็กๆ ฝันๆ หน่อย แล้วมีทีมงานช่วยออกแบบ ต้องยอมรับว่าเพราะทีมงานที่ช่วยกันทำงานอย่างดี เราจึงมีทุกวันนี้ค่ะ”