ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 พฤษภาคม 2559 เวลา 07:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/433755
ดีแทคแนะผู้บริหารไทยควรเร่งปรับองค์กรเป็นดิจิทัลก่อนเสียโอกาสทางรายได้
นายลาร์ส โอเคะ วัลเดอมาร์ นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า องค์กรที่ไม่ปรับตัวและสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ให้เป็นดิจิทัลจะเริ่มอยู่ยากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดแรงงานที่ต้องการคนที่มีความสามารถด้านไอทีมากขึ้น หากผู้บริหารไม่มีแนวคิดที่จะปรับตัวจะยิ่งเสียโอกาสไปอีกมาก
สำหรับการทำงานในรูปแบบของทีมดิจิทัลคือทุกแผนกได้ทดลองทำงานร่วมกันและเรียนรู้ข้อดีข้อเสียร่วมกัน ซึ่งดีแทคเป็นองค์กรที่ทำงานมานานจึงต้องใช้เวลาปรับตัว และชักชวนให้คนในองค์กรร่วมมือกันทำงานเพื่อให้การสื่อสารระหว่างพนักงานและหน่วยงานธุรกิจอื่นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
“ดิจิทัลเป็นเรื่องของมายด์เซต ถ้าคนในองค์กรไม่ปรับตัวที่จะเรียนรู้ก็จะสร้างโอกาสทางอาชีพลำบากขึ้น ยกตัวอย่างอาชีพที่จะตกงานก่อน คือ การตลาด เพราะคนกลุ่มนี้ต้องเรียนรู้และปรับตัวเรื่องการขายของกับคนในโลกออนไลน์ให้เป็น ถ้าไม่รู้วิธีขายของที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม การบริหารแบรนด์จะเป็นเรื่องยาก”
ขณะที่การปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้เป็นดิจิทัลนั้น ถือว่าเป็นแผนระยะยาวที่ดีแทคมองว่าเหมาะสมกับยุคไอที ซึ่งการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร จะเลือกคนที่มีความสามารถมาให้ไอเดียและเปิดทัศนคติใหม่ๆ เพราะทรัพยากรบุคคลมีส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร
นอกจากนี้ นายลาร์ส ได้กล่าวถึงการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์รอบสองว่า ดีแทคยังยืนยันว่าจำนวนคลื่นที่มีในมือ 50 เมกะเฮิรตซ์ ถือว่าเพียงพอต่อการให้บริการอยู่แล้ว และยังคงใช้งบ 7 หมื่นล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อการขยายเครือข่ายเป็นหลัก พร้อมทั้งมั่นใจว่าไม่เสียเปรียบทางการแข่งขันแน่นอน
“ดีแทคขอยืนยันว่าเรายังคงมีส่วนแบ่งตลาด 28% และเป็นเบอร์สองในธุรกิจโทรคมนาคมเช่นเดิม ส่วนเรื่องที่เราไม่เข้าประมูลรอบสองนั้น อย่างที่บอกคือเรามองว่าเงินประมูลสูงเกินไป ซึ่งประเทศไทยมีราคาใบอนุญาตที่แพงมากซึ่งกระทบต่อการทำธุรกิจสำหรับอนาคต ดังนั้น หากมีการประมูลครั้งใหม่ก็หวังว่าราคาจะสมเหตุสมผลกว่านี้ และ กสทช.น่าจะนำคลื่นใหม่มาประมูลรอบใหม่เร็วขึ้น เพราะคลื่น 850 ก็เหมาะสมที่จะนำมาให้บริการ 4จี เช่นกัน”
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันดีแทคเดินหน้าโรลเอาต์เน็ตเวิร์กซูเปอร์ 4จี เกือบครบทุกพื้นที่แล้ว นอกจากนี้การแต่งตั้งผู้บริหารการตลาดคนใหม่จะช่วยเสริมแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเป้าหมายระยะสั้นในการรักษาส่วนแบ่งตลาดของดีแทคคือการทรานฟอร์มลูกค้าเข้าสู่ดิจิทัล โดยมี นายสิทธิโชค นพชินบุตร ซึ่งเป็นมือหนึ่งของค่ายมือถือแบรนด์เกาหลีเข้ามาดูด้านการตลาดแทนผู้บริหารคนเดิมที่ต้องกลับไปทำงานในกลุ่มเทเลนอร์กรุ๊ป ซึ่งดีแทคเชื่อว่าประสบการณ์ของนายสิทธิโชคจะช่วยให้บริษัทมีความแข็งแรงด้านแบรนด์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับเทเลนอร์ที่จะถอนตัวออก จากดีแทคว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญ การใช้งานเน็ตเวิร์กและอุตสาหกรรมไอทียังคงมีความเติบโตที่ดีต่อเนื่อง จึงไม่มีเหตุผลที่จะถอนตัวแน่นอน
“เทเลนอร์สนับสนุนดีแทคมาอย่างยาวนาน และยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการใช้งานออนไลน์ของประชากรไทยที่เติบโตรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องถอนตัวและยังคงมีความร่วมมืออย่างดีต่อเนื่องกับทางภาครัฐ โดยปัจจุบันดีแทคมีทีมทำงานร่วมกับ กสทช.อย่างต่อเนื่องหลังจากยื่นไวต์เปเปอร์ไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา” นายลาร์ส กล่าว