ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
29 มิถุนายน 2559 เวลา 10:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/440173
ประเด็นที่กำลังร้อนในวงการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คือปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอน ของนโยบายภาครัฐ ที่พยายามเรียกเก็บ “ค่าสัมปทาน”
ดาวเทียมเพิ่มขึ้นจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
เรื่องนี้ถูกจุดประกายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา! โดย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่กำกับดูแลกระทรวง ICT โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งยิงขึ้นเมื่อปี 2557 และ ไทยคม 8 เพิ่งยิงขึ้นไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา
ทั้งๆ ที่ดาวเทียมทั้งสองดวงนี้ ได้รับใบอนุญาต จาก กสทช. ตามกฎหมายไปแล้ว โดยมีเงื่อนไขให้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5% ของรายได้ รวมถึงได้รับอนุญาตให้ใช้ “วงโคจร” จากกระทรวง ICT ตามหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน
หากไทยคม 7 และ ไทยคม 8 ต้องดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ ให้กลับเข้าสู่ระบบจ่ายค่า “สัมปทาน” นั่นหมายความว่า ไทยคมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกถึง 20% ของรายได้
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า แนวคิดนี้ “สวนทาง” กับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดาวเทียม ของทุกประเทศในโลกนี้หรือไม่? เพราะปัจจุบัน ทุกๆ ประเทศ ต่างหันมาสตาร์ทอัพ ส่งเสริมอุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสารของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เป็นหัวหอกสร้างรายได้เข้าประเทศ ในยุค “ดิจิทัล อีโคโนมี” แต่ค่าธรรมเนียมในธุรกิจดาวเทียมของไทยที่ผ่านมา กลับสูงกว่าคู่แข่ง ทั้งสิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย ฮ่องกง สหรัฐ ฯลฯ
ดังนั้น การเก็บค่าสัมปทานแพงลิ่ว จึงไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก สำหรับการแข่งขันในเชิงธุรกิจ!
นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ในการพิจารณาและกำหนดนโยบาย และค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ทางไทยคมอยากให้ภาครัฐ เห็นความสำคัญในเรื่องความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทยในระยะยาว อยากให้พิจารณาเทียบเคียงกับแนวทาง การกำกับดูแลและค่าธรรมเนียมของต่างประเทศ เพราะสภาพการแข่งขันในธุรกิจดาวเทียมทั่วโลกนั้นสูงมาก
“ถ้าดาวเทียมไทย มีต้นทุนที่สูงกว่าดาวเทียมต่างชาติ ก็จะแข่งขันได้ยาก ซึ่งในตอนนี้ เฉพาะค่าธรรมเนียมในอนุญาตของกสทช. ก็สูงกว่าค่าธรรมเนียมของต่างประเทศมากอยู่แล้ว”
ทั้งนี้ หากภาครัฐต้องการจะมีเงื่อนไขหรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก ในส่วนของดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคเอกชน ที่ได้รับอนุญาตและลงทุนดำเนินโครงการไปมากกว่าหมื่นล้านบาทแล้วด้วย
นี่คือเสียงสะท้อนและความเห็น! ไปถึงแนวทางกำกับกิจการดาวเทียมสื่อสาร ที่เป็นห่วงนโยบายของภาครัฐที่พยายามออกมา ว่าอาจส่งผลกระเทือนต่อ “ความเชื่อมั่นของภาคเอกชน” ไม่ใช่แค่ธุรกิจดาวเทียม แต่หมายรวมถึงการลงทุนภาครัฐในประเทศไทยทั้งหมดด้วย