ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
10 มิถุนายน 2559 เวลา 10:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/436652

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
แม้จะเริ่มต้นเข้าสู่ถนนการเป็นเชฟช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมหยุดฝันของเชฟยีสต์-นกุล กวินรัตน์ ก็พาให้วันนี้เขาเดินทางมาถึงหลักไมล์สำคัญของอาชีพ ด้วยการเป็นหัวหน้าพ่อครัวร้านอาหารเนเวอร์ เอนดิ้ง ซัมเมอร์ และเดอะ ซัมเมอร์ เฮาส์ โปรเจกต์
ในบ่ายที่อากาศร้อนจัด เชฟยีสต์ พ่อครัวหนุ่มมาดเซอร์ ชวนเรามานั่งคลายร้อนที่ร้านเดอะ ซัมเมอร์ โปรเจกต์ พร้อมเล่าย้อนไปถึงเส้นทางชีวิตก่อนจะมาเป็นเชฟ ว่าหลังจากเรียนจบด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยมหิดล แรกเริ่มไม่รู้ตัวว่าชอบทำอาหาร แต่เพราะมีเหตุจำเป็นให้ต้องลุกขึ้นมาทำอาหารด้วยตัวเองทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน จึงทำให้เขาได้รู้ใจตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาตกหลุมรักการทำอาหารมาตลอด
“ช่วงที่เรียนจบผมมาช่วยงานที่บ้าน ปรากฏว่าผมเกิดอาการสะอึกหนักมาก เรียกว่าเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลย แต่ไปหาหมอแผนปัจจุบันก็ไม่หาย หมอไม่สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุได้ รักษาก็ไม่หาย สุดท้ายผมเลยไปหาหมอจีน เขาบอกว่าระดับฮอร์โมนในร่างกายผมผิดปกติ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร แล้วเขาก็จดเมนูมาให้ลองทำกินเองที่บ้านเป็นเวลา 3 เดือน”
เชฟยีสต์ เล่าว่า ผ่านไปแค่ 2-3 สัปดาห์ อาการสะอึกที่เคยมีก็หายไป แต่เขาก็ยังเดินหน้าปรุงอาหารกินเองตามเมนูที่หมอจีนจัดมาจนครบ 3 เดือน ช่วงนั้นเองเป็นเหมือนช่วงที่ทำให้เขาได้พบรักกับการทำอาหาร
“ถึงกระบวนการเตรียมอาหารจะยุ่งยาก ต้องใช้เวลา แต่สำหรับผมไม่เคยนึกเบื่อการทำอาหารเลย ตอนนั้นผมเริ่มรู้ตัวว่าชอบการทำอาหาร เลยนึกย้อนไปถึงสมัยเรียนช่วงที่ไปฝึกงานตามโรงแรม ซึ่งได้มีโอกาสฝึกหลายแผนกทั้งในครัว เป็นพนักงานต้อนรับ ทำความสะอาด แต่แผนกที่ผมชอบที่สุดก็คือ ครัว ผมเริ่มคิดอยากจะเอาจริงเอาจังด้านนี้”
เชฟยีสต์อยากเอาดีทางนี้ แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นทันที เพราะชีวิตของเขาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เขายังต้องช่วยสานต่อธุรกิจที่บ้าน ขณะเดียวกันก็เริ่มไปลงขันทำร้านขนมกับเพื่อน แต่สุดท้ายเมื่อเห็นว่าทั้งสองงานที่ทำอยู่ไม่ได้มีอนาคตที่สดใส เลยตัดสินใจเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อไปเรียนต่อด้านการทำอาหารโดยเฉพาะ

“ผมเริ่มต้นเข้ามาในอาชีพนี้ช้ากว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นทางลัดที่สุดคือการไปเรียนต่อและหาประสบการณ์ในร้านอาหาร ผมตัดสินใจไปเรียนพื้นฐานอาหารฝรั่งเศสที่โรงเรียนสอนทำอาหารเฟอร์รันดี เรียนอยู่ปีครึ่งเพื่อให้เข้าใจพื้นฐานการทำอาหารทั้งหมด สมัยก่อนผมอาจจะทำอาหารได้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเนื้อเราต้องทำให้สุกหลายๆ ระดับ เพราะบ้านเราก็มีแค่ทำสุกหรือไม่สุก”
ช่วงที่เรียนอยู่เชฟยีสต์ก็เลือกฝึกงานไปด้วย เริ่มแรกเขาไม่ได้ตั้งใจไปฝึกงานตามร้านเชฟมิชลิน เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจเอาดีเป็นพ่อครัว ที่เน้นการตกแต่งจาน เสิร์ฟแบบจานเล็กๆ แต่พอคิดว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้ทำงานกับเชฟมิชลิน เลยอยากลองดูสักครั้ง ปรากฏว่าพอไปสมัครขอฝึกงาน ทางร้านก็รับและพอฝึกงานจบก็ได้โอกาสให้ทำงานต่อ
“ผมทำงานอยู่ที่นั่น 3 ปีกว่า เรียนรู้หลายอย่าง สำคัญเลยคือความใจเย็น ความอดทน ช่วงที่ทำงานที่ฝรั่งเศส ผมแทบไม่ได้เที่ยวเลย ชีวิตมีแต่งาน เดิมผมวางแผนจะอยู่ที่นั่น 5 ปี แต่ตอนที่พี่สาวผมคลอดลูก ประจวบกับวีซ่าหมดพอดี เลยกลับมาเมืองไทย แต่ปรากฏกลับมาแล้วมาต่อวีซ่าไม่ผ่าน ซึ่งจนวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร สุดท้ายผมก็เลยไม่ได้กลับไปอีก
โชคดีที่ผมรู้จักกับเจ้าของร้านเนเวอร์ เอนดิ้ง ซัมเมอร์ อยู่แล้ว ช่วงที่กลับมาตั้งใจมาขอฝึกงานที่ร้านนี้ ดังนั้นพอช่วงที่ฝึกงานแล้วรู้ว่าวีซ่าไม่ผ่าน เลยทำงานที่นี่ยาวเลย (หัวเราะ)”
ในอนาคตแน่นอนว่าเชฟยีสต์ฝันว่าอยากเปิดร้านอาหารของตัวเอง แต่คงยังไม่ใช่ฝันที่เขาจะทำให้เป็นจริงในเร็ววัน อย่างน้อยต้องรออีก 5-6 ปี เพราะลำพัง ณ จุดที่เขายืนอยู่ทุกวันนี้ก็ถือว่าก้าวมาไวมากแล้ว ถามว่าคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการทำอาหารหรือไม่ เชฟยีนส์ ตอบว่า ไม่ได้เรียกว่าพรสวรรค์แต่ทุกอย่างเป็นเพราะเขาเต็มที่กับสิ่งที่ทำ
“ถามว่าอะไรคือเสน่ห์ของอาชีพนี้ ผมว่าเสน่ห์ที่ผมสัมผัสได้ คือ ความรู้สึกดีๆ เวลาได้ทำอะไรให้คนอื่น อย่างที่บอกผมเรียนด้านการโรงแรมมาเพราะชอบงานบริการ ซึ่งการทำอาหารให้ออกมาให้ดี ให้คนที่กินมีความสุข ก็เป็นการบริการรูปแบบหนึ่ง สำหรับผมนี่คือความสุขของผม” เชฟยีสต์ กล่าวทิ้งท้าย

ข้าวผัดปลากุเลาตากใบ
ส่วนผสม
ปลากุเลาตากใบ 30 กรัม
2 ชิ้น (สำหรับผัดกับข้าวและสำหรับทอด)
คะน้าฮ่องกง 2 ต้น
ข้าวสวย 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เกลือครึ่งช้อนชา
ซีอิ๊วขาวครึ่งช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายปลายช้อนชา
แตงกวา
หอมแดง
พริกขี้หนู
มะนาว
วิธีทำ
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย นำปลากุเลาลงไปผัดให้หอม
ตอกไข่ไก่ลงไป รอจนไข่เกือบสุกใส่ข้าวลงไป แล้วเอาตะหลิวบี้ข้าวไม่ให้เป็นก้อน
ผัดให้เข้ากัน เติมเครื่องปรุง จากนั้นใส่คะน้าลงไป ระหว่างที่ผัดต้องใช้ไฟแรงตลอด เสร็จแล้วพักไว้
นำปลากุเลาตากใบ 1 ชิ้นไปทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมข้าวผัด และเครื่องเคียง