ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
27 มิถุนายน 2559 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/439706

โดย…วรธาร ภาพ… วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
หนุ่มตี๋บุคลิกและอัธยาศัยดีร่าเริง “บอล” วิศรุต วิญญูเอกสิทธิ์ บัณฑิตใหม่ สาขาการจัดการวิศวกรรม วัย 26 ปี จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) คนนี้ต้องบอกว่ามีความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ และทัศนคติที่ดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็น CEO for One Month ของบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย ซึ่งจะได้โอกาสเรียนรู้งานโดยตรงกับซีอีโอของอเด็คโก้ ประเทศไทย เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม
หลายคนอาจสงสัยว่า CEO for One Month คืออะไรและทำไมวิศรุตถึงเข้าร่วมวงแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งตัวแทนคนไทยไปแข่งขันกับ CEO for One Month อีก 49 ประเทศ บัณฑิตใหม่จาก SIIT ให้ข้อมูลว่า CEO for One Month เป็นโครงการที่บริษัท อเด็คโก้ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลก ในการให้บริการด้านการบริหารงานทรัพยากรบุคคลครบวงจร ได้จัดขึ้นเพื่อให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ได้เข้าร่วมทำงานกับผู้บริหารสูงสุดของอเด็คโก้ในประเทศของตน เพื่อเรียนรู้เก็บประสบการณ์ทำงานที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น และมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่จะได้รับเลือกเป็น CEO for One Month ของกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ได้ร่วมทำงาน
กับ Alain Dehaze ซีอีโอของกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลา 1 เดือน

“โครงการนี้กลุ่มอเด็คโก้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แต่อเด็คโก้ไทยจัดเป็นปีที่ 2 ผมเองพอรู้ว่าเปิดให้นักศึกษาใกล้จบสมัครก็เขียนเรซูเม่ส่งเข้าไป รอบแรกเป็นวิดีโอชาเลนจ์ให้ผู้สมัครแต่ละคนส่งคลิปวิดีโอแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ 1 นาทีทำไมถึงอยากประกวด ในส่วนของผมจะพูดเรื่องทัศนคติของตัวเองที่อเด็คโก้ไทยมองว่าค่อนข้างเด่นก็คือ เรื่องของการเป็นคนคิดบวก พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเรียนรู้จริงๆ นอกจากนี้ ก็จะพูดถึงว่าทำไมตัวเองถึงเหมาะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งตัวแทนกับอีก 49 ประเทศ” วิศรุต ให้ข้อมูล
พร้อมกับเผยความปรารถนาของตัวเองตั้งแต่เด็กว่า ความฝันของเขาคืออยากเป็นผู้บริหารในองค์กรข้ามชาติ เพราะชอบภาษาอังกฤษและอยากใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน ซึ่งพอเห็นโครงการตรงกับความต้องการของตัวเองและเป็นโครงการพิเศษที่พร้อมให้โอกาสอันพิเศษในการเรียนรู้ด้วย กล่าวคือปกติทั่วไปการที่จะก้าวไปเป็นผู้บริหารระดับสูงจะต้องไต่เต้าจากระดับล่างขึ้นไป แต่โครงการนี้ถ้าใครได้ตำเหน่งนี้ก็เท่ากับเป็นซีอีโอเงา โดยจะได้เรียนรู้การบริหารทุกอย่างโดยตรงกับผู้บริหารระดับสูงของอเด็คโก้ ประเทศไทย

“พูดตรงๆ ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังจะมาถึงจุดนี้และเป็นตัวแทนประเทศไทย เพราะเพื่อนๆ ทั้ง 9 คนจากที่สมัครเข้ามา 190 คน ล้วนเก่งทั้งนั้น แต่พอมาถึงตรงนี้ผมคาดหวังเข้ารอบ 10 คน เพื่อจะเข้า Boot Camp ที่ต่างประเทศ 1 อาทิตย์ และถ้าโชคดีมีชัยได้เป็น CEO for One Month ของกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ซึ่งจะได้ร่วมงานกับซีอีโอใหญ่ของกลุ่มอเด็คโก้ต้องถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่ไม่ลืม แต่การที่จะไปถึงจุดสูงสุดหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มองถึงขั้นนั้น
“เพราะจากนี้ไป 1 เดือนผมต้องเรียนรู้งานจากพี่ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย ให้มากที่สุด ศึกษาและเรียนรู้ว่าพี่เขาใช้วิธีการ เทคนิคในการบริหารอย่างไรให้องค์กรเติบโตมีผลกำไร ไม่เพียงแค่นั้นพี่ธิดารัตน์บริหารคนของอเด็คโก้เป็นร้อยๆ ได้อย่างไร ผมว่าอันนี้น่าสนใจเพราะคนสมัยนี้อาจจะเก่งเชิงเทคนิคหรือทำงานเก่งอย่างเดียว แต่บริหารคนไม่เก่ง สำหรับผมอยากเก่งทั้งสองอย่างทั้งเก่งงานและเก่งบริหารคน ฉะนั้น CEO for One Month จึงตอบโจทย์ในสิ่งที่ผมต้องการหมดเลย ส่วนผลลัพธ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้นพร้อมยอมรับเสมอ เพราะการมาถึงจุดนี้ก็ถือว่าได้ความรู้และประสบการณ์ที่ล้ำค่าแล้ว”

วิศรุต เสริมอีกว่า อีกอย่างการที่เขาสมัครเข้าโครงการนี้เพราะต้องการแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นว่าคนไทยก็มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรุ่นต่อๆ ไป กล้าที่จะแสดงความสามารถและศักยภาพของเราให้คนทั่วโลกเห็น แต่จากการมีประสบการณ์ที่เป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษให้รุ่นน้องในระหว่างเรียนปริญญาตรีจนถึงวันนี้ รวมถึงการไปใช้ชีวิตในประเทศสิงคโปร์อยู่หลายปี ยอมรับว่าคนไทยนั้นเก่ง แต่มีข้อจำกัดในด้านภาษาที่ทำให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกไปให้คนได้เห็นเท่านั้น
“ผมเองชอบภาษาอังกฤษและอยากพูดอังกฤษได้อยู่แล้ว ประกอบกับความฝันอยากเป็นผู้บริหารองค์กรข้ามชาติคุณพ่อจึงส่งไปเรียนมัธยมที่สิงคโปร์ซึ่งจะได้ภาษาจีนด้วย ก่อนไปผมเรียนที่เมืองไทยถึง ม.3 แต่พอไปที่โน่นต้องไปเข้า ม.1 ใหม่เพราะภาษาอังกฤษสู้เขาไม่ได้ ทั้งที่ตอนเรียนเกรด 4 ตลอด เหตุนี้ผมจึงจบ ป.ตรี ขณะมีอายุ 26 ปี ซึ่งจบหลังน้องผมทั้งสองคนด้วย (หัวเราะ) ดังนั้นจึงอยากฝากให้เยาวชนไทยว่าภาษอังกฤษสำคัญมาก อยากให้เรียนที่ไม่ใช่เพื่อสอบให้ผ่านเท่านั้น แต่สามารถเอามาใช้ในการสื่อสาร ในการดำรงชีวิต การทำงาน และแสดงศักยภาพของเราให้คนอื่นได้เห็นโดยเฉพาะต่างชาติ ในส่วนของผมจะไปถึงเป้าหมายสูงสุดหรือไม่ ไม่อาจรู้ได้ แต่อย่างน้อยก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนว่าคนไทยเราก็มีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น” วิศรุต ทิ้งท้าย
ถ้าอย่างนั้น มาเอาใจลุ้นให้วิศรุตก้าวไปถึงฝั่งแห่งความสำเร็จได้เป็น 1 ใน 10 และก้าวไปเป็นสุดยอด CEO for One Month ประจำปี 2016 ให้ได้ เพื่อให้โลกได้รู้ว่า เด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก