ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
05 กรกฎาคม 2559 เวลา 10:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/441185

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร
ใครว่าโลกของเด็กไม่สนุกสำหรับผู้ใหญ่!
ในฐานะที่เราเป็นผู้ใหญ่ เราอาจต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อเราได้เดินทางเข้าสู่สวนสนุกอินเตอร์แอ็กทีฟ (พร้อมกับเด็กๆ) ที่ใช้ชื่อว่า ทีมแล็บ ไอส์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งถือว่าเป็นสวนสนุกที่ผสมผสานทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน
เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ โทชิยูกิ อิโนะโกะ วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้ง ทีมแล็บ อินคอร์ปอเรต โดยจุดเริ่มต้นของชายหนุ่มคนนี้ เริ่มต้นเมื่อเขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ในปี 2001 และได้ก่อตั้งทีมแล็บในปีเดียวกัน โดยเขาได้เผยว่า ทีมแล็บดังกล่าว คือกลุ่มนักเทคโนโลยีจากหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนโปรแกรม วิศวกรฮาร์ดแวร์ นักวาดการ์ตูนแอนิเมชั่น ศิลปิน นักคณิตศาสตร์ สถาปนิก นักออกแบบเว็บไซต์ นักออกแบบกราฟฟิก และบรรณาธิการ ซึ่งการทำงานของทีมแล็บนี้ ตั้งเป้าจะกำจัดขอบเขตของศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความสร้างสรรค์นั่นเอง
“ในตอนนั้น เรากำลังสร้างสรรค์งานแสดงผลงานศิลปะ แต่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้จัดนิทรรศการมากนัก และไม่สามารถจินตนาการได้ว่า จะจัดการรายจ่ายและรักษากลุ่มด้วยการจัดเพียงนิทรรศการได้อย่างไร ในทางกลับกันผมเชื่อในพลังของเทคโนโลยีดิจิทัลและความสร้างสรรค์อย่างหนักแน่น ผมรักและหลงใหลมันอย่างแท้จริง เราแค่ต้องการจะสร้างอะไรใหม่ๆ โดยไม่มีการแบ่งแยกให้มันเฉพาะเจาะจง ในขณะที่เราหารายได้จากงานเสริมอื่นๆ เพื่อพยุงทีมแล็บที่ก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นกลุ่มนักเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ทีมแล็บ ไอส์แลนด์นี้ขึ้นมา”
ทีมแล็บ ไอส์แลนด์ ที่ถือเป็นสวนสนุกอินเตอร์แอ็กทีฟ ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนิทรรศการ 10 อันดับแรก ประจำปี 2015 ด้านสื่อครีเอทีฟดิจิทัลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในนิตยสาร Designboom “สวนสนุกอินเตอร์แอ็กทีฟนี้ เราต้องการสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโรงเรียนของศตวรรษที่ 21 เพื่อเด็กๆ จะได้กลายเป็นคนสร้างสรรค์และร่วมมือกันพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ต่อไป”
โทชิยูกิ เผยว่า การทำงานในครั้งนี้ของทีมแล็บ คือ การได้แบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ผู้อื่นด้วยทัศนคติด้านบวกผ่านศิลปะดิจิทัล และสามารถสร้างสถานที่ที่เราทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ผ่านศิลปะดิจิทัลได้
“การทำงานหลายอย่างในทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องจักร อย่างไรก็ตามมันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีเพียงมนุษย์ที่สามารถทำได้ เช่น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งสิ่งนี้จะมีค่ามากขึ้นในอนาคต เช่นเดียวกับผู้คนในทุกวันนี้ที่ถูกทำให้ติดสมาร์ทโฟน ซึ่งหมายความว่าผู้คนจะรู้สึกโดดเดี่ยวและแยกตัวออกไป หากมนุษย์ดำรงอยู่ในโลกนี้โดยได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ประสบร่วมกับผู้อื่น ที่ใช้ทั้งความคิดและร่างกายของพวกเขา และประสบความสำเร็จผ่านการทำงานร่วมกัน ซึ่งได้พัฒนาสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ ผมเชื่อว่าประสบการณ์การร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์นี้ มันจะเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากสำหรับเราทุกคนในการเป็นมนุษย์”
สำหรับทีมแล็บ หรือสวนสนุกอินเตอร์แอ็กทีฟนี้ โทชิยูกิ ได้บอกเล่าว่า ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นโซนๆ ไป โดยแต่ละโซนจะมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น โซน “Sketch Town” มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ชมได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภาพสองมิติและภาพสามมิติ เนื่องด้วยความแตกต่างที่ว่านี้ ส่งผลให้คนเรามองสิ่งต่างๆ แปลกออกไป “โดยปกติแล้ว มนุษย์เรามักจะถ่ายทอดไอเดียต่างๆ ลงบนกระดาษ ซึ่งเป็นการจำกัดไอเดียให้อยู่แค่ในรูปสองมิติ แต่ในยุคดิจิทัลที่คนเราใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน เราควรจะปรับเปลี่ยนให้ความคิดของเราไม่จำกัด และมีหลากหลายมิติมากขึ้นเหมือนกับอินเทอร์เน็ต”

สำหรับโซน “Light Ball Orchestra” และโซน “Create! Hopscotch for Geniuses” นั้น โทชิยูกิ เผยว่า มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ชมได้มีความรู้เกี่ยวกับศักยภาพของร่างกายตนเอง “ปกติแล้ว เมื่อพูดถึงคำว่า ความรู้ เรามักนึกถึงการได้เรียนรู้ข้อมูลต่างๆ โดยที่ร่างกายเรานั้นอยู่เฉยๆ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถรับรู้ข้อมูลได้มากขึ้นเมื่อขยับร่างกายไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทั้งสองโซนนี้ได้มีกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้ผู้เล่นนั้นขยับตัวไปพร้อมๆ กับการคิดตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีโซน ‘Hopscotch’ ที่จะทำให้คุณคิดถึงรูปแบบต่างๆ ในขณะที่กระโดด ในโซน ‘Light Ball Orchestra’ คุณอยู่ในพื้นที่กับคนอื่นๆ โดยที่ไม่แบ่งฝ่าย คุณไม่สามารถควบคุมพวกมันได้ แต่คุณสามารถเคลื่อนร่างกายไปในที่ที่เหมือนกัน ขณะที่ประมวลผลการเคลื่อนไหวได้ครับ”
เราได้ตั้งคำถามถามโทชิยูกิว่า ทำไมคนไทยถึงต้องพาลูกพาหลานมาทีมแล็บ และลูกหลานเราจะได้อะไรจากทีมแล็บกลับไปบ้าง เขาบอกเล่าด้วยรอยยิ้มว่า เด็กๆ จะได้รับทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และความรู้ทางกายภาพ “สังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เพราะเทคโนโลยีกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว อาชีพมากมายถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร 30 ปีต่อจากนี้ เด็กๆ จะสร้างสรรค์อาชีพใหม่ๆ ที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน สังคมในอนาคตจะให้คุณค่ากับทักษะที่มนุษย์มี โดยเฉพาะความสร้างสรรค์ มนุษย์เป็นคนสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ ระบบการศึกษาปัจจุบันสอนว่า มีคำตอบที่ถูกเพียงข้อเดียว ส่วนข้ออื่นๆ คือผิด อิสรภาพในการพูด การเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างจากทั่วๆ ไปถูกตัดสินว่า ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่ไม่เหมาะสม แต่เป็นสิ่งที่ผิด การถูกสอนให้กลัวการทำผิดพลาดเช่นนั้น ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ค่อยๆ หายไป”
นอกจากนี้ โทชิยูกิ ยังเผยอีกว่า ในโลกแห่งความจริง คำตอบไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว และสิ่งอื่นๆ จะผิด ความเป็นไปได้ของคำตอบเป็บสิ่งที่ไม่สิ้นสุด คำตอบที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นมีความสุข นั่นคงเป็นคำตอบใหม่สำหรับทุกคำถาม
“ความคิดสร้างสรรค์เป็นการปฏิสัมพันธ์รอบด้าน มันไม่มีการแบ่งประเภทหรือขอบเขต ไม่มีผิดหรือถูก มีเพียงความสามารถที่จะเอาชนะคำถาม การทดสอบถูกทำแบบตัวต่อตัว และแต่ละคนถูกประเมินค่าโดยความสามารถของพวกเขา ภายในจิตใต้สำนึก เราถูกหล่อหลอมให้คิดอย่างแบ่งแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในปัจจุบันมากมายถูกทำให้ติดสมาร์ทโฟน สมองของพวกเขาอาจจะถูกติดต่อกับคนอื่นผ่านการใช้สมาร์ทโฟน แต่ร่างกายกลับถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว การเป็นมนุษย์ต้องผ่านประสบการณ์ชีวิต และเรียนรู้คนอื่นที่พวกเขาพบเจอด้วยร่างกายและสติปัญญา สังคมถูกสร้างโดยการสร้างสรรค์ที่ร่วมมือกัน ประสบการณ์ที่ถูกสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีมหรือโคครีเอทีฟถูกทำให้เชื่อว่ามีคุณค่ากับเรามาก”
ท้ายสุด โทชิยูกิ ได้บอกเล่าถึงหลักในการดำเนินชีวิตและการทำงานของเขาไว้ว่า เขาอยากจะทำอะไรสักอย่างที่มีความหมายกับมนุษยชาติ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม “ถ้าอนาคตของเราสามารถมุ่งไปในทางที่ดีได้ ที่เป็นแบบที่ทำให้เราตื่นเต้น ผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน คติประจำชีวิตของผม คือ ถ้าเวลาที่เราตื่นขึ้นมา ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการทำงาน สิ่งที่ดีที่สุด คือ คุณต้องทำงานที่คุณสามารถสนุกไปกับมันได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมในตอนนี้ คือ ทีมแล็บ และสมาชิกทีมในทีมแล็บของผมครับ (ยิ้ม)”