ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 กรกฎาคม 2559 เวลา 18:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/442833

ยังไม่ถึงสัปดาห์ที่เกม Pokémon Go (โปเกมอน โก) เปิดตัวในรูปแบบแอพพลิเคชั่น ตอนนี้มันกลายเป็นแอพที่มีผู้ดาวน์โหลดมากที่สุดและทำรายได้มากที่สุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะให้บริการแค่ 3 ประเทศก็ตาม คงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหากเปิดให้ชาวโลกได้เล่นเกมนี้กันแบบไร้ขีดจำกัด กระแสความนิยมจะท่วมท้นขนาดไหน แม้แต่ในไทยเองก็ยังเกิดปรากฏการณ์ “ลักเล่น” เพราะทนรอให้มาเปิดใช้ในไทยกันไม่ไหว ส่วนในจีนก็รอไม่ไหวเช่นกันต้องแห่ไปโหลดเกมของเลียนแบบมาเล่นแก้ขัด
นินเท็นโด ปล่อยแอพเกมครั้งแรกก็ทำลายทุกสถิติไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อลองมาดูหุ้นของบริษัทนี้จะพบว่า มูลค่าพุ่งสุงลิ่วถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาไม่กี่วันหลังจากโปเกมอนพาติดลมบน เมื่อดูกราฟหุ้นของนินเท็นโดต้องบอกว่างานนี้บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นคงจะรักโปเกมอนแบบสุดขั้วหัวใจกันเลยทีเดียว เพราะพาหุ้นขึ้นมาหายใจหายคอได้อีกครั้งในระดับ 20,000 เยน หลังจากทิ้งตัวในระดับ 15,000 เยนมานานนับปี และก่อนที่จะประกาศแอพสมาร์ทโฟนตัวแรกของบริษัทหุ้นยังต่ำกว่านี้เสียอีก เรียกได้ว่าโปเกมอนคือผู้เข้ามาช่วยกอบกู้และมอบอนาคตอันสดใสให้กับนินเท็นโดเลยก็ว่าได้
แต่ที่น่าสนใจกว่าการต่อชีวิตนินเท็นโด ก็คือรูปแบบการเสพแอพของมนุษย์เกมที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ความสำเร็จที่สั่นสะเทือนวงการแอพเกมขนาดนี้ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ซึ่งทาง M2F ได้นำเสนออย่างคร่าวๆ ไปแล้วในส่วนของกระแสที่เกิดขึ้น แต่ในโอกาสนี้เราจะเจาะลึกถึงผู้อยู่เบื้องหลังของ Pokémon Go และโอกาสที่มันจะกลายเป็นแอพที่พลิกโฉมวงการเกมไปตลอดกาล

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกมนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ซาโตรุ อิวะตะ อดีตประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัท นินเน็ทโด ผู้อยู่เบื้องหลังเกมดังมากมาย รวมถึงเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่เคยครองตลาดในช่วงต้นและกลางทศวรรษที่ 2000 ก่อนการมาถึงของยุคแห่งสมาร์ทโฟนและแอพเกมในช่วงทศวรรษที่ 2010
ซาโตรุ อิวะตะ ถือเป็นไอคอนหรือยักษ์ใหญ่ในวงการวิดีโอเกม เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากและเป็นนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์ แต่แม้จะมีความเก่งกาจแค่ไหน นินเท็นโดก็เกือบสะดุดล้มมาแล้วในช่วงขาลงของวิดีโอเกมและการมาถึงของแอพ โดยย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นทศวรรษที่ 2010 นินเท็นโดเผชิญปัญหายอดขายตกต่ำอย่างหนัก ถึงขนาดขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี เพิ่งจะกลับมาได้กำไรอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงนี้ทั้ง อิวะตะ และบอร์ดบริหารต้องตัดเงินเดือนของตัวเองกันโดยถ้วนหน้า
ความผิดพลาดส่วนหนึ่งมาจากการตอบรับโลกแห่งแอพช้าเกินไป แถม อิวะตะ ยังไม่เห็นด้วยกับการหันไปเน้นแอพ เพราะเท่ากับเป็นการทำลายจิตวิญญาณของนินเท็นโด และเขาคิดว่าโมไบล์เกมคงจะไม่ทำกำไรเท่าไหร่นัก อิวะตะ ยังยึดมั่นถือมั่นกับแนวคิดของตัวเอง แม้ว่าโมไบล์เกมจะเริ่มกินพื้นที่ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม จนกระทั่งเมื่อ…ที่แล้วนี้เอง ที่เขาหันมายอมรับโมไบล์เกมในที่สุด แต่ก็เหมือนจะสายเกินไป เพราะในวันที่ 11 ก.ค. 2015 อิวะตะ ได้จากไปตลอดกาล ในวัย 55 ปี ท่ามกลางความเสียดายของเกมเมอร์ทั่วโลกที่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญของวงการไป
หากวิญญาณของเขารับรู้ได้ ตอนนี้คงกำลังยิ้มแฉ่งอยู่เป็นแน่ เพราะแนวคิดที่เขาร่วมนำเสนอกลายเป็นการปฏิวัติวงการเกมครั้งใหญ่ และทำให้บริษัทนินเท็นโดกลับมาผงาดยิ่งใหญ่อีกครั้ง
เรียกได้ว่า Pokémon Go เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสั่นสะเทือนวงการที่สุด
ซาโตรุ อิวะตะ อดีตประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัท นินเน็ทโด
แม้ อิวะตะ จะไม่ค่อยเห็นดีเห็นงามกับโมไบล์เกมสักเท่าไหร่ แต่เขาคนนี้กลับเป็นเจ้าของไอเดีย Pokémon Go ตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมรับศักยภาพของแอพเกม เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในวันเอพริลฟูลเมื่อปี 2013
อิวะตะ เป็นคนตลกและมักปล่อยมุขอยู่เรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ตอนนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแม้แต่ตอนที่เกิดไอเดียเกมดังที่ชาวโลกกำลังติดงอมแงมกันอยู่ในตอนนี้ก็เป็นมุขในวันเอพริลฟูล แต่คนที่เขาเล่นมุขด้วยไม่ใช่ธรรมดาๆ เพราะเป็น สึเนะคะซึ อิชิฮะระ ซีอีโอแห่ง The Pokémon Company บริษัทจอยเวนเจอร์ของนินเท็นโดที่รับผิดชอบเกม Pokémon โดยตรง อีกหนึ่งคนที่มีส่วนให้กำเนิดเกมดังคือ ทะซึโอะ โนมุระ ซึ่งตอนนั้นทำงานกับ Google Maps
แนวคิดเริ่มต้นของทั้ง 3 คนได้ผลลัพธ์คือ Pokémon Challenge ซึ่งให้บริการในวันเอพริลฟูลปีถัดมาคือ 2014 และมีฟีเจอร์ที่คล้ายกับ Pokémon Go อยู่พอสมควร แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายและรับรู้กันในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม แนวคิด “แผลงๆ” นี้ กลายเป็นก้าวแรกที่ทำให้เกิดเกมยอดนิยมในอีก 2 ปีต่อมา
จนกระทั่งเดือน ก. ย. 2015 อิชิฮะระ ก็เผยแนวคิดเกี่ยวกับเกมนี้และความร่วมมือกับบริษัท Niantic พร้อมกับอุทิศคุณงามความดีให้กับ อิวะตะ ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 2 เดือนก่อน จากนั้นก็มีการพัฒนาอย่างคร่ำเคร่ง โดยคราวนี้มีซีอีโอของบริษัท Niantic และอดีตผู้อยู่เบื้องหลังกูเกิลเอิร์ธมาร่วมพัฒนาด้วย ซึ่งทำให้ฟีเจอร์หลักที่ของเกมมีความเหมือนจริงและทำให้น่าตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น
จนมีการทดลองใช้เฉพาะในญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค. 2016 ตามด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐ กระทั่งเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมานี้ มีการเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบใน 3 ประเทศ คือ สหรัฐ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพียงแค่ 3 ประเทศก็ปลุกกระแสจนทำให้คนในวงการและนอกวงการเกมถึงกับนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว
“Augmented Reality” ความเป็นจริงเสริมโลกจริงๆ
ลักษณะสำคัญที่ทำให้ Pokémon Go ไม่เหมือนใคร ก็คือเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ “ความเป็นจริงเสริม” เป็นการผสมผสานโลกแห่งความเป็นจริงที่จับต้องได้ ด้วยฟีเจอร์ที่เสริมเข้ามา เช่น การนำกราฟฟิกคอมพิวเตอร์หรือระบบจีพีเอสมาผสานเข้ากับภาพจริงๆ ที่ปรากฏตรงหน้า ลักษณะเช่นนี้ปรากฏในเกมดัง นั่นคือการนำกราฟฟิกตัวละครในเกมบวกกับระบบจีพีเอสและเวลาในเครื่องสมาร์ทโฟนผสมกับชีวิตจริงของผู้เล่น ที่จะต้องไล่จับตัวกราฟฟิกที่ปรากฏบนหน้าจอที่ฉายภาพแบบเรียลไทม์ในสถานที่จริง แต่จะเป็นสถานที่ใดและเวลาใดที่ตัวกราฟฟิกจะปรากฏขึ้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมของเกม
คำถามสำคัญสำหรับคนที่ไม่อินกับเกมนี้ก็คือ อะไรที่ทำให้ Pokémon Go กลายเป็นกระแสร้อนแรงแห่งปีไปได้? ส่วนหนึ่งคงเพราะเกมนี้ฟรี (แต่ต้องซื้ออินแอพ บางตัวหากต้องการความมันในดีกรีเพิ่มขึ้น ซึ่งแฟนๆ ส่วนใหญ่ยอมจ่ายอยู่แล้ว) อีกสาเหตุที่ทำให้มันดังเปรี้ยงก็คือ มันสามารถตอบรับจินตนาการของแฟนๆ การ์ตูนโปเกมอนที่อยากจะเห็นตัวละครในการ์ตูนยอดฮิตมีตัวตนจริงๆ ในโลกของเรา เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในการ์ตูนและวิ่งไล่จับมัน
ที่น่าสนใจก็คือแฟนๆ การ์ตูนโปเกมอนในตอนนี้ล้วนแต่เป็นคนทำงานวัยหนุ่มสาวที่อายุไม่ถึง 30 ปี ซึ่งมีกำลังซื้อสูง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนินเท็นโดถึงกระเตื้องขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ภาพ…เอเอฟพี
