ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 สิงหาคม 2559 เวลา 21:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/446325

โดย…สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช
ในยุคที่ข่าวสารเดินทางทั่วโลกได้ในเสี้ยววินาที และความรู้ใหม่ๆ ทางด้านโภชนาการเกิดขึ้นแทบทุกวัน ผู้บริโภคกลับรู้สึกสับสนมากขึ้นท่ามกลางข้อมูลที่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน เช่น ไข่ที่เคยเป็นอาหารต้องห้ามเพราะคอเลสเตอรอลสูง มาวันนี้กลับเป็นอาหารสุขภาพ นอกจากนั้น ยังถูกรายล้อมไปด้วยผลิตภัณฑ์และสูตรไดเอ็ทที่มีจำนวนมากมายจนเลือกไม่ถูก
ลองตั้งข้อสังเกตดู เมื่อหลายปีก่อนกระแสชูการ์ฟรีเริ่มได้รับความสนใจ และทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาล รวมไปถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลขึ้นหลายชนิด และมาในวันนี้ ผู้บริโภคก็เริ่มคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์แดรี่ฟรี ไปจนถึงกลูเตนฟรี มากขึ้น โดยคนจำนวนมากซื้อมารับประทานโดยที่ไม่ทราบว่าดีจริงหรือไม่ และที่น่าสังเกตคือ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ จำนวนผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือมีโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานทั่วโลก กลับมีมากขึ้นหลายเท่าตัว และจากรายงานสุขภาพคนไทยฉบับล่าสุด ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มากกว่า 1/3 ของคนไทยมีภาวะน้ำหนักเกิน และ 1/10 “อ้วน” ในระยะเวลา 20 ปี คนไทยที่อายุ 15 ปีขี้นไปมีอัตราของภาวะอ้วนเพิ่มขี้น 3 เท่า หากเทียบในระดับภูมิภาค คนไทยอ้วนมากจนเป็นอันดับ 2 ใน 10 ประเทศอาเซียน รองจากมาเลเซีย
ชูการ์ฟรี
ในวงการสุขภาพได้จัดให้น้ำตาลเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการติดยิ่งกว่าโคเคน (จากการทดลองกับหนูในห้องทดลอง) หลายๆ คนยังไม่ทราบว่าอาหารหลายชนิดในท้องตลาด ที่เราอาจไม่ได้รับรู้รสหวานเมื่อรับประทาน กลับเต็มไปด้วยน้ำตาล ตั้งแต่ ซอสมะเขือเทศ ขนมปัง โยเกิร์ต สลัดเดรสซิ่ง และยังรวมถึงอาหารคาวเกือบทุกจานที่ถูกปรุงในร้านอาหาร ในขณะที่องค์กรอนามัยโลกแนะนำให้รับประทานน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แต่จากการสำรวจผู้บริโภคทั่วโลกบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยวันละถึง 20-30 ช้อนชา
ที่น่าห่วงคือ ผลเสียของน้ำตาลนั้นอันที่จริงแล้วมีมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ทราบ ไม่เพียงแต่น้ำตาลจะทำให้ฟันผุ หรือเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเบาหวานแล้ว ยังมีโทษอื่นๆ ต่อสุขภาพ ตั้งแต่ ทำให้เกิดการอักเสบ ผิวดูแก่กว่าวัย เป็นสิวเรื้อรัง เป็นอาหารหลักของเซลล์มะเร็ง เกี่ยวข้องกับอาการท้องผูกและอาการก่อนมีประจำเดือน ทำให้ร่างกายมีความเป็นกรด สายตาไม่ดี ไปจนถึงอัลไซเมอร์และอื่นๆ อีกกว่าร้อยชนิด
การงดน้ำตาล (และควรรวมถึงการงดสารให้ความหวานแทนน้ำตาลด้วย เพราะส่วนใหญ่มีโทษต่อร่างกาย) นั้นจำเป็นต้องอาศัยวินัยเป็นพิเศษในช่วงแรกๆ เพราะอาหารแรกของทารกคือน้ำนมมารดาซึ่งมีรสหวาน ทำให้มนุษย์คุ้นชินกับความหวานตั้งแต่แรกเกิด และด้วยความที่น้ำตาลทำให้ติด การทานในปริมาณเล็กน้อยยังมักทำให้อยากทานเพิ่ม ส่วนในผู้ที่ทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ โอกาสที่จะทานน้ำตาลไปพร้อมๆ กับอาหารส่วนใหญ่ที่ถูกเสิร์ฟก็มีสูงมาก
สำหรับประโยชน์จากการงดน้ำตาล หากคุณติดหวาน การงดน้ำตาลจะช่วยทำให้อารมณ์คงที่ไม่เหวี่ยงขึ้นลง (เพราะร่างกายไม่ต้องจัดการกับน้ำตาลที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วหลังการบริโภคน้ำตาล) นอกจากนี้ ยังมีส่วนในการลดไขมันส่วนเกินรวมถึงลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีอีกอันเป็นผลเสียจากการบริโภคน้ำตาลที่มีฟรุกโตสสูง คุณสาวๆ ก็ยังจะได้รับผลดีต่อผิวหนังที่จะไม่หย่อนยานก่อนเวลาอันควร อันเนื่องมาจากกระบวนการไกลเคชั่นเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาล ที่ส่งผลร้ายต่อคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ส่วนคุณผู้หญิงที่ฮอร์โมนเคยแปรปรวนก็อาจพบว่าอาการต่างๆ ลดน้อยลงมาก เพราะน้ำตาลทำให้ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินซึ่งมีผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสทอสเตอโรนด้วย
แดรี่ฟรี
การงดผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไม่ใช่เพียงแค่การงดนมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง เนย โยเกิร์ต ชีส และขนมอบเกือบทุกชนิด มีคนจำนวนมากที่ไม่มีเอนไซม์ที่สามารถย่อยแลคโตส (น้ำตาลนม) ได้ และอีกไม่น้อยที่แพ้นมวัว โดยอาจมีอาการตั้งแต่ มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ปวดท้อง ไปจนถึงท้องเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรพิจารณางดรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม
นอกจากนี้ ปัจจัยที่มีผลหลักต่อคุณภาพของนมคือ คุณภาพของแม่วัว ซึ่งหากเป็นวัวที่ได้รับการฉีดฮอร์โมนหรือแอนตี้ไบโอติกส์ หรือเป็นวัวที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม นมที่ได้ก็จะเต็มไปด้วยสารเหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ และแม้คนที่ไม่มีอาการแพ้นมวัวก็ควรหลีกเลี่ยง
การหลีกเลี่ยงไขมันจากนมวัวหรือการเลือกประทานอาหารมังสวิรัต
ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปบริโภคนมชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะนมถั่วเหลืองที่หาได้ง่ายและราคาย่อมเยา รวมกับความที่ถั่วเหลืองได้รับชื่อเสียงว่ามีโปรตีนสูงและดีต่อสุขภาพในระยะที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีบทวิจัยจำนวนมากโต้แย้งว่า ถั่วเหลืองนอกจากจะเป็นธัญพืชที่ย่อยยากที่สุดแล้ว การบริโภคถั่วเหลืองอย่างต่อเนื่องยังมีผลต่อการทำงานของต่อมไธ
รอยด์และความสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนอีกด้วย อีกทั้งยังไม่นับรวมถึงความจริงที่ว่าถั่วเหลืองเกือบทั้งหมดในท้องตลาดเป็นผลิตผลที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรม
หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่คิดว่าจะลดหรืองดรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม กะทิ (โดยเฉพาะกะทิที่คั้นสด) น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อีกทั้งยังหาได้ง่าย และราคาย่อมเยา คนจำนวนมากอาจยังติดอยู่กับความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าควรหลีกเลี่ยงการบริโภคกะทิ เนื่องจากอุดมไปด้วยไขมันและอาจทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง แต่ความจริงคือ ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ตั้งแต่ น้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว และกะทิ กำลังได้รับการขนานนามในวงการสุขภาพสมัยใหม่ว่าเป็น ซุปเปอร์ฟู๊ด โดยเน้นว่า การบริโภคกะทิสดจะช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย และการทำงานของระบบย่อยอาหารอีกด้วย
นอกจากนี้ ถั่วเมล็ดแห้งโดยเฉพาะ อัลมอนด์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาทำนมอัลมอนด์เองได้ง่ายๆ หรือหากจะเลือกซื้อชนิดที่ขายสำเร็จรูป ควรมองหาชนิดที่ไม่เติมน้ำตาลและสารคาราจีแนน (ที่มักถูกเติมเพื่อป้องกันการแยกตัวของผลิตภัณฑ์)
กลูเตนฟรี
นับเป็นกระแสล่าสุด ที่แม้กระทั่งผู้ที่ไม่แพ้กลูเตนก็ยังอดหันมาเลือกซื้อและบริโภคบ้าง โดยทึกทักเอาว่าน่าจะดีต่อสุขภาพหรือช่วยในการลดน้ำหนัก “กลูเตน” (Gluten) ซึ่งมาจากรากศัพท์ “glue” ที่แปลว่า “กาว” คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลี บาร์เลย์ และไรย์ โดยทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธัญพืชเหล่านี้มีความเหนียวหนืด กลูเตนนอกจากจะอยู่ในขนมอบจำพวกแป้ง ขนมปัง พาสต้า แครกเกอร์ทั้งหลาย ยังพบได้ใน
ซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงทำซุปข้น เกรวี่ ซอสข้าวหมูแดง รวมไปถึงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ลูกชิ้น ทอดมัน ไส้กรอก และสินค้าแปรรูปอื่นๆ อีกจำนวนมาก
เป็นที่ทราบกันว่าในปัจจุบัน กรรมวิธีในการผลิตธัญพืช โดยเฉพาะข้าวสาลี อันเป็นส่วนผสมหลักของขนมปัง พาสต้า และพิซซ่านั้นแตกต่างจากสมัยโบราณมาก ด้วยการย่นระยะการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตในเวลาที่สั้นที่สุด อีกทั้งยังขัดเอาส่วนประกอบที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอาหารออกจนเกือบหมด จนแทบจะเหลือแต่ส่วนของแป้งขัดขาวที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็วแล้ว ยังทำให้เกิดเป็นผลผลิตที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วย่อยยาก หรือทำให้เกิดความระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร และเมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจเป็นสาเหตุให้เกิด การแพ้กลูเตน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกลูเตน
ซึ่งไม่สามารถสามารถย่อยผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็ก ผู้แพ้กลูเตนอาจมีอาการท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะ และท้องเสีย หรือ
โรคเซลิแอค (Celiac Disease) ซึ่งเป็นการอักเสบที่ลำไส้เล็ก ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอื่นๆ ได้อย่างเพียงพอ เมื่อมีจำนวนประชากรโดยเฉพาะในต่างประเทศที่แพ้กลูเตนมากมาย ผลิตภัณฑ์ปลอดกลูเตน (Gluten Free) หลากหลายชนิดจึงถูกผลิตขึ้นและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
ตัวอย่างอาหารธรรมชาติที่ไม่มีกลูเตน
* คาร์โบไฮเดรต แป้ง เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวโพด ถั่วเหลือง มัน เผือก ฟักทอง วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ
* เนื้อสัตว์ คือเนื้อที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปทั้งหมด
* น้ำมันทั้งที่มาจากพืชและสัตว์
* ผักและผลไม้
* นมและผลิตภัณฑ์จากนม
หากคุณคิดจะเริ่มทานอาหารแนวกลูเตนฟรี (ซึ่งไม่ยากนักในประเทศแถบเอเชีย เพราะเราทานข้าวเป็นอาหารหลัก) อยากขอเน้นว่าสิ่งที่สำคัญที่ควรพิจารณาคือส่วนประกอบ เนื่องด้วยผู้ผลิตส่วนมากต้องการทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลูเตนฟรีมีรสชาติดีและใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์กลูเตนฟรีจำนวนมากเต็มไปด้วยสารเคมีที่ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน ผู้บริโภคจึงควรอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อเสมอ
และทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะเลือกชูการ์ฟรี แดรี่ฟรี หรือกลูเตนฟรี หรือไม่เลือกแนวใดเลย อาหารธรรมชาติ ปราศจากพิษและสารเคมี และผ่านกระบวนการดัดแปลงน้อยที่สุด คือหัวใจของสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคน นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมสารอาหารด้านจิตใจเช่น ความคิดบวก หรือความขอบคุณ ที่ป้อนคุณค่าอันลึกซึ้งและมีผลต่อสุขภาพดีอย่างประเมินค่าไม่ได้
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช หรือครูอุ้ม ผู้เป็นครูอัษฏางคโยคะชาวไทยคนแรกที่ได้รับใบอนุญาติจากท่าน ศรี ปัตตาภิ โชอิส ที่เมืองมัยซอร์ เมื่อ 2549 และยังได้จบหลักสูตรอบรมการโค้ชสุขภาพองค์รวมจากสถาบัน Institue for Integrative Nutrition ที่ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในปัจจุบันครูอุ้มนอกจากจะสอนโยคะทั้งในและต่างประเทศ ยังเป็นโค้ชสุขภาพที่มีลูกค้าจากทั่วโลก และได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ผิวสวย ท้องผูก ไปจนถึง ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า โดยยึดหลัก Bio-individuality นั่นคือร่างกายแต่ละคนนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง
จึงควรเลือกอาหารและวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดในการบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ หากผู้ใดสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เวบไซต์ www.iamhealthytoday.com หรือนัดปรึกษา (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้ทางหมายเลข 0966 363 294 หรืออีเมล์ sasha@iamhealthytoday.com