อาการหลงลืมที่ต้องเฝ้าระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กรกฎาคม 2559 เวลา 16:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/443764

อาการหลงลืมที่ต้องเฝ้าระวัง

โดย…ชลารย์ ชลญ่า

เคยมีอาการแบบนี้ไหม ลืมโทรศัพท์ กุญแจ ลืมปิดบ้าน ลืมล็อกรถ ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่ได้สูงวัย อาการขี้ลืมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เลือกเพศเลือกวัย บางคนทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในคราวเดียว ทำให้ไม่มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่ก็อาจมีอาการหลงลืมชั่วคราว เช่น ลืมนัด บางคนอาจมีอาการหลงลืมมากกว่านั้น เช่น ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ชอบถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ระดับอาการขี้ลืม หลงลืม ในแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แล้วอาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวังบ้าง

พญ.บุษราลักษณ์ ธนวัฒนาเจริญ จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) กล่าวว่า อาการหลงลืมและความจำเสื่อมเป็นอาการของโรคสมองเสื่อม ซึ่งอาการหลงลืมมีความรุนแรงน้อยกว่าอาการความจำเสื่อม อาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ อาจแค่เป็นการหลงลืมตามวัย ไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่อาการหลงลืมจากสมองเสื่อมจะกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ใส่เสื้อกลับด้าน จำไม่ได้ว่าใส่เสื้อยังไง หลงทางกลับบ้าน เป็นต้น

“เมื่อมีอาการเหล่านี้มากๆ อาจต้องนึกถึงโรคสมองเสื่อม ซึ่งแบ่งระดับออกเป็นระดับอ่อนหรือไม่รุนแรง เรียกว่าสมองเสื่อมเล็กน้อย คือลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน จำชื่อคนที่คุ้นเคยไม่ได้ ระดับกลาง เสื่อมมากขึ้น คือความจำในอดีตยังดี มีความบกพร่องในหน้าที่การงานและสังคมบ้าง ยังช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ การตัดสินใจยังดีอยู่ แต่จะมีความบกพร่องในความเข้าใจ การเรียนรู้ แก้ปัญหา การตัดสินใจ เช่น ลืมชื่อคนในบ้าน

ระดับรุนแรง คือ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่กิจวัตรประจำวัน กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่ได้ ซึ่งตัวการที่ทำให้เกิดความจำเสื่อมมาจากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยา กลุ่มยาต้านซึมเศร้า ยาแก้แพ้ ยาระงับประสาท ยาคลายเครียด ยานอนหลับ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่สมองลดลง นอนน้อยหรือหลับไม่สนิท ตื่นบ่อย ภาวะซึมเศร้าหรือเครียด ส่งผลต่อความตั้งใจหรือสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำ การขาดสารอาหาร วิตามิน เช่น วิตามิน B, B12 ธาตุเหล็ก เป็นต้น”

พญ.บุษราลักษณ์ กล่าวว่า อาการที่ควรเฝ้าระวัง คือ อาการหลงลืมที่เป็นมากขึ้น จากแค่ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน ต่อมาเริ่มพูดสิ่งของสลับ เช่น จะเรียกชื่อคนนี้แต่พูดเป็นชื่ออีกคน ซึ่งถ้าเริ่มมีผลกระทบในการทำงานสังคม ทำสิ่งที่เคยทำไม่ได้ เช่น ทำอาหาร คิดแก้ปัญหาตัดสินใจไม่ได้ บุคลิกเปลี่ยนอารมณ์เปลี่ยนง่ายและเร็ว ก็ควรปรึกษาแพทย์

“ส่วนการดูแลและปฏิบัติตนที่ช่วยกระตุ้นความจำที่สามารถทำได้ คือ 1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 2.กินอาหารครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงไขมันสูง หวานและเค็มจัด 3.ฝึกบริหารสมอง ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมองสม่ำเสมอ เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป ฝึกเขียนหนังสือ แปรงฟันข้างที่ไม่ถนัด หลีกเลี่ยงความเครียดจากการทำงาน 4.ฝึกสมาธิ ทำให้มีความจดจ่อกับสิ่งที่ทำและจำได้มากขึ้น 5.รับประทานวิตามินเสริมที่มีส่วนช่วยเรื่องบำรุงสมอง เช่น วิตามิน B, B12 เป็นต้น”

 

Leave a comment