เปิดใจคอวส์ ศิลปินสตรีทอาร์ตสุดแนว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กรกฎาคม 2559 เวลา 11:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/442498

เปิดใจคอวส์ ศิลปินสตรีทอาร์ตสุดแนว

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา

ผ่านไปผ่านมาแถวเพลินจิตเวลานี้ หลายคนคงสะดุดตากับประติมากรรมขนาดยักษ์ความสูงกว่า 8 เมตร ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งเป็นผลงานของสตรีทอาร์ตอย่าง คอวส์ สำหรับแฟนคลับของคอวส์ ลำพังแค่เห็นซิกเนเจอร์อย่างดวงตาที่มีเครื่องหมายกากบาทก็คงจะร้องอ๋อ

แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนตัวยง เพียงแต่ตกหลุมรักในอารมณ์ขัน หรือความน่ารักที่สอดแทรกอยู่ในผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ และอยากตามไปรู้จักศิลปินผู้มากความสามารถคนนี้อย่ารอช้า เพราะในโอกาสที่เขาเดินทางมาเมืองไทย เพื่อร่วมนิทรรศการ “KAWS : BFF” โชว์ผลงานมาสเตอร์พีซดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์เพื่อพาไปรู้จักตัวตนของเขาให้มากขึ้น

คอวส์ หรือไบรอัน ดอนเนลลี เกิดที่เจอร์ซีย์ ซิตี้ หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสคูล ออฟ วิชวล อาร์ต ที่นิวยอร์ก เขาเป็นฟรีแลนซ์ให้กับบริษัทผลิตการ์ตูนดิสนีย์ ในขณะเดียวกันก็เริ่มต้นสร้างชื่อกับผลงานศิลปะข้างถนนด้วยการนำเอาโปสเตอร์โฆษณาที่ติดตามป้ายรถเมล์ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ มาแต่งแต้มคาแรกเตอร์ที่มีเอกลักษณ์รูปกากบาทลงไปแล้วนำมาติดคืนไว้ที่เดิม ทำให้ผลงานของเขาเผยแพร่สู่สายตาประชากรชาวนิวยอร์กอย่างรวดเร็ว

 

“ตอนเด็กผมไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องเป็นศิลปิน เพียงแต่สมัยเรียน ผมไม่ชอบเรียนทั้งเลขและภาษาต่างๆ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ดึงดูดผมเข้าไปหาในเวลานั้น คือ ศิลปะ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยคิดว่า ศิลปะที่ผมชอบจะเป็นอาชีพได้ แต่ด้วยโอกาสที่เข้ามาในชีวิต ก็ทำให้วันนี้ผมกลายเป็นศิลปิน”

ปัจจุบัน คอวส์ ประสบความสำเร็จในการเป็นศิลปินอย่างสูง ผลงานของเขาเคยนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่มาแล้วทั่วโลก อาทิ ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ในฮ่องกง และเคยมีนิทรรศการเดี่ยวที่ซีเอซี มาลากา ประเทศสเปน พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ฟอร์ทเวิร์ธในรัฐเทกซัส แกลเลอรี่ เพอโรตินที่ปารีส นิวยอร์ก และฮ่องกง โดยจุดเด่นที่ทำให้ผลงานของคอวส์ครองใจคนทั่วโลก คือ การนำตัวละครจากป๊อปคัลเจอร์มาทำเป็นผลงานศิลปะที่ชวนให้คิดวิเคราะห์แทรกอารมณ์ขัน ทว่ามีความละเอียดอ่อน โดดเด่น สนุกสนาน มีความลงตัวระหว่างความงามแบบวิจิตรศิลป์กับศิลปะเพื่อการค้า ทำให้เขาสามารถร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย และก้าวข้ามโลกแห่งศิลปะมาสู่โลกแห่งทุนนิยมได้ง่ายมากๆ

ถามว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเลือกเติบโตในการเป็นศิลปินสตรีทอาร์ต คอวส์ บอกว่า อย่างที่บอกว่าเขาสนใจศิลปะตั้งแต่เด็ก แต่ที่เลือกมาเอาดีในสายสตรีทอาร์ต เพราะเป็นสิ่งที่เข้าหาง่ายที่สุด ซึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานของเขาแต่ละครั้ง เขาจะเลือกนำแรงบันดาลใจมาจากวัสดุแปลกใหม่ที่เลือกใช้เป็นที่ตั้ง มากกว่าจะตั้งต้นว่าต้องการสื่อสารอะไรกับผู้ชม

 

“ผมเริ่มต้นด้วยการเป็นสตรีทอาร์ตก็จริง แต่ผมมองว่าผลงานของผมจะถูกเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์มที่ถูกนำไปจัดวาง เช่น หากอยู่ตามท้องถนนก็จะถูกเรียกว่าสตรีทอาร์ต แต่ถ้าไปอยู่ในแกลเลอรี่ก็จะถูกเรียกว่าคอนเท็มโพรารี่ หรืองานโมเดิร์น ส่วนตัวเวลาผมสร้างงานไม่ได้เริ่มจากเจตจำนงแต่แรกว่าคนเสพจะรู้สึกอย่างไร เพราะผมเลือกหยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากวัสดุที่ใช้งาน ส่วนวิธีการจะเชื่อมโยงกับคนเสพงานผมนั้น ผมจะปล่อยให้เป็นไปตามการตีความของแต่ละคน”

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับทั่วโลก รวมทั้งเมืองไทย ไม่ว่าผลงานจะไปจัดแสดงที่ไหนก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น แต่ คอวส์ บอกว่า เขาไม่มีกุญแจหรือสูตรแห่งความสำเร็จใดๆ ที่มาถึงจุดนี้ได้ เพราะเขาก็คงเหมือนกับศิลปินอีกหลายคนที่ทำงานไปตามความชอบและสัญชาตญาณ

“สำหรับผม ทุกโปรเจกต์มีความท้าทายในตัวเอง เพราะแต่ละงานผมก็เลือกใช้รูปแบบในการสื่อสารที่ต่างกัน ใช้วัสดุที่ต่างกัน บางงานผมใช้วิธีเพนติ้ง แต่บางชิ้นหากผมต้องการสร้างประติมากรรมไม้ชิ้นใหญ่ ผมก็อาจต้องอาศัยความรู้เรื่องวิศวกรรมศาสตร์เข้ามาช่วย เพื่อให้งานออกมาตามดีไซน์ที่อยากได้”

คอวส์ ยังพูดถึงการนำผลงานมาจัดการแสดงในครั้งนี้ว่า ส่วนตัวเขาสนใจเมืองไทยมานานแล้ว เพราะทราบว่าที่นี่มีแฟนๆ ที่ติดตามงานเขาอยู่มาก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้สร้างผลงานเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

“ผมคิดว่าแฟนๆ ของผมคงมีโอกาสได้ดูผลงานของผมผ่านทางโลกออนไลน์ แต่ในฐานะศิลปินผมมองว่าการชื่นชมผลงานของศิลปินคนโปรดผ่านหน้าจอออนไลน์ กับการได้เห็นผลงานออริจินัลของจริงนั้นคนละเรื่องเลย ดังนั้นเมื่อมีโอกาส ผมก็อยากสร้างงานออริจินัลที่ทำขึ้นมาเพื่อให้คนไทยได้ดูโดยเฉพาะ”

ถามว่าอะไรคือเสน่ห์ของผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างผลงานศิลปะ คอวส์ ตอบอย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่เขาชอบที่สุดเกี่ยวกับศิลปะ คือเป็นสิ่งที่ใครทำก็ได้ ฉะนั้นเวลาเขามีโอกาสเดินทางไปสร้างสรรค์งานในแต่ละประเทศ แน่นอนว่าเขาจะพยายามสร้างงานที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ คุณค่าที่แฝงอยู่

“การที่ผลงานของผมได้ไปจัดแสดงตามที่สาธารณะให้คนทั่วไปได้เห็น ผมคิดว่านั่นเป็นการจุดประกายหรือสร้างแรงบันดาลใจต่อไปว่า ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างงานศิลปะได้เหมือนกัน สำหรับใครที่อยากเข้ามาโลดแล่นในวงการนี้ ผมคงไม่มีคำแนะนำอะไรให้เป็นพิเศษ เพราะผมคิดว่าศิลปินแต่ละคนมีวิธีการทำงานและแรงบันดาลใจต่างกัน ผมไม่อยากให้คำพูดของผมไปมีอิทธิพลกับความคิดของใคร”

 

Leave a comment