ดันบิ๊กเกตเวย์รับยอดใช้เน็ตในไทยพุ่ง6เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 สิงหาคม 2559 เวลา 12:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/449240

ดันบิ๊กเกตเวย์รับยอดใช้เน็ตในไทยพุ่ง6เท่า

อุตตมคาด 3 ปี ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของไทยเพิ่มขึ้น 6 เท่า ลุยสร้างบิ๊กเกตเวย์รองรับ

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “พลิกบริบทประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัล” ในงาน Thailand : Digital Transformation โดยระบุว่ายุทธศาสตร์ ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า บริการ ตลอดจนสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยในระยะแรกจนถึงสิ้นปี 2560 อยู่ในช่วงการวางโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน การขยายเกตเวย์และเส้นทางเคเบิลระหว่างประเทศ และการยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งทุกอย่างต้องเสร็จในรัฐบาลชุดนี้

“3 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตเมืองไทยเพิ่มขึ้น 6 เท่า และคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้งานก็จะเพิ่มอีก 6 เท่า ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีเกตเวย์ที่ใหญ่และมีเส้นทางที่หลากหลายมากขึ้น เพราะทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตกว่า 70% ทุกวันนี้ ต้องวิ่งไปผ่านสิงคโปร์ ดังนั้นเราต้องขยายเส้นทางเคเบิลให้มากขึ้น ถึงจะไม่สามารถดึงทราฟฟิกมาจากสิงคโปร์ได้หมดก็ตาม” นายอุตตม กล่าว

นายอุตตม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง โดยคาดว่าจะได้ตัวผู้ชนะการประมูลในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยยังคงตั้งเป้าขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ได้ 1 หมื่นหมู่บ้านภายในเดือน ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ แม้ตัวเลือกอันดับแรกของกระทรวงไอซีที คือ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการดูแลของกระทรวงไอซีที แต่กระทรวงไอซีทียังได้เชิญผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตแบบที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง) มาเข้าร่วมประมูลด้วย แต่มีข้อแม้ว่าโครงข่ายที่เอกชนสร้างต้องเชื่อมต่อกับ Node ของ กสทฯ หรือ ทีโอที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าเอกชนรายใดร่วมโครงการบ้าง

ด้าน นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากเปรียบกับคนที่ติดต่อสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดีย เครื่องจักรก็จะสามารถติดต่อสื่อสารข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้ทำการตลาดได้ถึงลูกถึงคนมากขึ้น เช่น บริษัทแม่อยู่ทวีปหนึ่ง แต่ติดต่อสั่งการเครื่องจักรในโรงงานอีกทวีปให้ดำเนินการผลิตในทันที ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมจากยุคการผลิตแบบ Mass Production มาเป็นการผลิตแบบ Mudule เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ลึกถึงระดับปัจเจกบุคคล

 

Leave a comment