ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
10 กันยายน 2559 เวลา 08:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/453664

โดย…ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
ระหว่างที่สมาร์ทโฟนใหม่ของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตจากเกาหลีใต้กำลังย่ำแย่ แม้จะมีความคาดหวังจะกดดันคู่แข่งอย่างแอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตจากสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ด้านแอปเปิ้ลเองที่เพิ่งเปิดตัวไอโฟน 7 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของแอปเปิ้ล ก็ไม่สามารถเปิดตัวได้อลังการตามที่ตลาดคาดหวังจะได้เห็น
ในขณะที่สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ทั้งสองเจ้ากำลังย่ำแย่นี้เอง กลายเป็นโอกาสใหญ่ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเจ้าอื่น เช่น แอลจี ผู้ผลิตอีกเจ้าจากเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ วี 20 ในการเอาชนะเจ้าตลาดระดับโลก ท่ามกลางผู้ผลิตจากจีนที่เริ่มผงาดขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากทั้งแอปเปิ้ลและซัมซุง
เจ้าตลาดสะดุดขาตัวเอง
นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2011 เป็นต้นมา ซัมซุงและแอปเปิ้ลก็ครองอันดับ 1 และอันดับ 2 พื้นที่ส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกมาโดยตลอด จากข้อมูลที่รวบรวมโดยสเตติสตาชาร์ต เว็บไซต์อินโฟกราฟฟิก ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2016 ที่ผ่านมา ซัมซุงเคยครองส่วนแบ่งการตลาด 22.4% และเคยครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30% มาแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุงกลับประสบปัญหา โดยผู้ผลิตยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ต้องประกาศระงับการขายสมาร์ทโฟน กาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพบปัญหาแบตเตอรี่ระเบิดและติดไฟในระหว่างการชาร์จ โดยนิตยสารไทม์รายงานว่า หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นในรถยนต์ของผู้ใช้รายหนึ่งในรัฐฟลอริดาจนทำให้รถยนต์ติดไฟตามไปด้วย
ซัมซุงต้องเรียกคืนโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวเป็นจำนวน 2.5 ล้านเครื่องใน 10 ประเทศ โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า ต้นทุนในการกู้คืนโทรศัพท์ดังกล่าวจะสูงอยู่ที่ราว 1,420-1,750 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.9-6.1 หมื่นล้านบาท) ขณะที่หลายชาติ เช่น สหรัฐและออสเตรเลีย ได้ออกเตือนไม่ให้ใช้หรือชาร์จโทรศัพท์มือถือรุ่นดังกล่าวระหว่างเดินทางผ่านเครื่องบิน

ไอโฟน 7 ยากเจาะตลาดจีน
จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับซัมซุง ทำให้นักวิเคราะห์และผู้จับตาตลาดต่างมองว่า แอปเปิ้ลจะสามารถฉวยโอกาสชิงส่วนแบ่งการตลาดคืนมาได้จากคู่แข่งอันดับ 1 อย่างซัมซุง โดยจากข้อมูลของสเตติสตา ส่วนแบ่งการตลาดของแอปเปิ้ลในไตรมาส 2 อยู่ที่ 11.8% คิดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซัมซุง และเคยครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 20% มาแล้วในช่วงไตรมาส 4 ปี 2012
ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลพยายามจับตลาดระดับบนด้วยราคาสมาร์ทโฟนที่สูงกว่า 400 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 หมื่นบาท) ขึ้นไปจนถึงมากกว่า 600 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นบาท) อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แอปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟน เอสอี ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนขนาดเล็กที่ราคาถูกกว่ารุ่นอื่นๆ เพื่อจับผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ หลังไตรมาสแรกที่ผ่านมา แอปเปิ้ลเผชิญกับรายรับหดเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า แอปเปิ้ลกำลังต่อรองราคาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ให้ลดราคาชิ้นส่วนไอโฟนสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไป โดย อาร์เทอร์ เหลียว นักวิเคราะห์จากฟูบอน ไฟแนนเชียล ระบุว่า ความต้องการสมาร์ทโฟนที่ชะลอตัว ทำให้แอปเปิ้ลต้องลดรายจ่าย และคาดว่าผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตไอโฟน 7 ทั้งหมดจะได้รับแรงกดดันด้านราคา ยกเว้นผู้ผลิตเลนส์กล้องถ่ายรูป
นอกจากนี้ การเปิดตัวไอโฟน 7 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกล้องที่ดีขึ้น การทำงานของระบบที่รวดเร็วขึ้น แบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนานขึ้น รวมถึงดีไซน์ให้สามารถกันน้ำได้ พร้อมทั้งถอดรูเสียบหูฟังออกไป ได้รับเสียงตอบรับไม่ดีนัก โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวยากจะเจาะตลาดจีนได้
“สีใหม่และป้องกันน้ำไม่ใช่ฟังก์ชั่นที่ใหญ่ขนาดนั้น พวกเราลดความคาดหวังสำหรับไอโฟน เพราะแอปเปิ้ลไม่สมารถให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้บริโภค โดยแอปเปิ้ลไม่สามารถเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ในสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนโลกได้” จินตี้ นักวิเคราะห์จากไอดีซี บริษัทวิจัยตลาด กล่าว
ยอดขายของแอปเปิ้ลในจีน รวมฮ่องกงและไต้หวัน ปรับลง 33% ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา และมีส่วนแบ่งการตลาดในจีนร่วงมาอยู่ที่อันดับ 5 โดยไอโฟน 6 เอส หน่วยความจำ 16 กิกะไบต์ ราคาเริ่มต้น 5,288 หยวน (ราว 2.6 หมื่นบาท) นั้นเรียกได้ว่าแพงเมื่อเทียบกับหัวเว่ย พี 9 ที่ราคา 3,688 หยวน (ราว 1.8 หมื่นบาท) ด้วยหน่วยความจำ 64 กิกะไบต์ พร้อมฟังก์ชั่นปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ รวมถึงกล้อง 2 เลนส์ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นใหม่ในไอโฟน 7
แอลจียังยากจะตามทัน
ในวันเดียวกับที่แอปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟน 7 ด้าน แอลจี อีเลกทรอนิคส์ผู้ผลิตจากเกาหลีใต้ เปิดตัว วี 20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการนูแก็ต ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชั่นล่าสุด 7.0 โดยหวังว่าจะฟื้นฟูธุรกิจสมาร์ทโฟนที่เสียส่วนแบ่งตลาดไปมาก หลังยอดขายรุ่นก่อนหน้าที่ออกเมื่อต้นปีต่ำกว่าคาด เนื่องจากแข่งขันสู้ซัมซุงและแอปเปิ้ลไม่ได้
สมาร์ทโฟนดังกล่าวมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้พร้อมกับการ์ดความจำไมโครเอสดี ซึ่งทำให้ วี 20 ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อสมาร์ทโฟนที่ต้องการแบตเตอรี่เปลี่ยนได้ อย่างไรก็ตาม อาวี กรีนการ์ท นักวิจัยจากเคอร์เรนท์ อนาไลซิส เปิดเผยว่า แอลจีไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่และชื่อแบรนด์พร้อมกันด้วย
“ผมไม่คิดว่า วี 20 จะเปรี้ยงไปทั่วโลก” กรีนการ์ท กล่าว