ม.หอการค้าเผยคนไทยเสพสื่อทางออนไลน์มากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 สิงหาคม 2559 เวลา 17:25 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/449540

ม.หอการค้าเผยคนไทยเสพสื่อทางออนไลน์มากที่สุด

โดย-วิรวินท์ ศรีโหมด

คนไทยถือว่าเป็นชนชาติหนึ่ง ที่ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว มาตั้งแต่อดีต แต่ทว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป จากอดีตที่เคยนิยมติดตามข่าวสารผ่านสื่อวิทยุ และหนังสือพิมพ์ เรื่อยมาจนถึงยุคโทรทัศน์ขาว ดำ จนมาเป็นจอสี แต่ปัจจุบันที่โลกมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีสูงขึ้น จึงทำให้ผู้คนเลือกที่จะรับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้นอย่างที่เห็น แต่ทว่าการนำเสนอข่าวในสื่อที่มีมากในยุคนี้ มีทั้งแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และจะต้องคิดก่อนส่งต่อ ดังนั้นนี่จึงเป็นประเด็นที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความสนใจและแถลงถึงผลสำรวจในหัวข้อเรื่อง “ พฤติกรรมการรับข่าสารและความเชื่อมั่นต่อสื่อมวลชน ” เมื่อวันที่ 19 ส.ค.

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 800 คน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยแบ่งตัวอย่างผู้ตอบคำถามเป็นช่วง 4 อายุ คือ เจนเนอเรชั่น Y อายุ 19-36 ปี  เจเนอเรชั่น X อายุ 37-51 ปี เบบี้บูมเมอร์ อายุ 52-70 ปี  และเจเนอเรชั่น Z อายุ 12-18 ปีพบว่าระยะเวลาการรับข่าวสาของประชาชนในแต่ละวัน  32.6%  ใช้เวลารับชมข่าวสารเฉลี่ยต่อวัน  1-2 ชั่วโมง รองลงมา 24.1% ใช้เวลาการรับชมข่าวสาร 2-3 ชั่วโมงต่อวัน และสุดท้ายคือน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนประเภทของข่าวสารที่ได้รับความนิยม พบว่า เป็นข่าวบันเทิง 54.4%  ข่าวเหตุการณ์สำคัญ เช่น ระเบิด ไฟไหม้ ภัยพิบัติ 52.3%  ข่าวกีฬา 37%  ข่าวการเมือง 34.9%   และข่าวอาชญากรรม เศรษฐกิจ 32.8% ส่วนข่าวทางด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมเป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจน้อยที่สุด

ขณะที่ช่องทางในการรับข่าวสารพบว่า อันดับ 1.คนทั่วไปนิยมรับข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย มากที่สุด 2.สื่อโทรทัศน์  3.เว็บไซต์ หรือแอพลิเคชั่น  4.หนังสือพิมพ์  และ5.สื่อวิทยุ

อ.มานะ มองว่า จากผลการวิจัยนี้สะท้อนว่าในยุคต่อไปถ้าหากสำนักข่าวต้องการอยู่รอดในสนามการแข่ง ควรที่จะต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะแต่ละช่วงวัยมีความสนใจที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ตอบสนองกับกลุ่มผู้ติดตาม แต่ต้องอย่าลืมว่าทุกสำนักข่าวต้องคงความน่าเชื่อถือเอาไว้ เพราะจากผลสำรวจพบว่าถึงแม้สื่อโซเชียลมีเดียจะมีผู้ติดตามมาก แต่กลุ่มผู้ติดตามยังคงเชื่อถือสื่อดังเดิมมากกว่าสื่อใหม่ ดังนั้นสื่อเก่าควรใช้ความน่าเชื่อถือนี้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

คณบดีนิเทศฯ ม.หอการค้า มองว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในวงการสื่อขณะนี้ คือสื่อออนไลน์ เพราะพบว่ามีการหลอกให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งตรงนี้จะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของสื่อออนไลน์ ดังนั้นแนะนำว่าถ้าสำนักข่าว ต้องการลงไปทำออนไลน์ควรที่จะต้องคงความน่าเชื่อถือเอาไว้

ส่วนทิศทางอนาคตของวงการทีวีดิจิตอล อ.มานะ มองว่า ควรที่จะต้องจับกลุ่มผู้ที่ติดตามให้มีความชัดเจน และต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้เพื่อให้เกิดการไว้วางใจ ส่วนสื่อหนังสือพิมพ์ที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจน้อยลงในยุคนี้ควรปรับตัวรูปแบบเนื้อหาให้ตอบสนองกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ที่ติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุ และสื่อวิทยุก็ควรปรับรูปแบบไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายไม่น่าสนใจ เช่น อาจเปิดเพลงสลับกับการเสนอข่าว

“ทุกสื่อควรหากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ส่วนการหารายได้ควรมีความหลายหลาย ขณะที่การแข่งขันในวงการสื่อ รัฐไม่ควรทำอะไรในตอนนี้ เพราะเป็นเรื่องของการแข่งขัน แต่อาจเพียงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเนื้อหาให้ดีขึ้นเท่านั้น “อ.มานะ ระบุ”

 

 

 

 

Leave a comment