แซม วิทเธอร์ส ดีเจหนุ่ม กับจังหวะที่เร้าใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/463152

แซม วิทเธอร์ส ดีเจหนุ่ม กับจังหวะที่เร้าใจ

โดย…โยธิน อยู่จงดี

หนุ่มหล่อชาวออสซี่คนนี้ เคยทำให้ฮอลล์สั่นสะท้านด้วยจังหวะตื๊ดๆ สะกิดสายย่อให้ออกท่าออกทางในฐานะดีเจดาวรุ่งระดับโลก และเขย่าหัวใจสาวๆ ในฐานะนายแบบให้กับแบรนด์สินค้าดังในนิวยอร์ก เขาคือ แซม วิทเธอร์ส ดีเจหนุ่มที่มีคิวมาร่วมงาน “เดอะ มิวสิค รันบาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้” ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเร็วๆ นี้

ก้าวแรกของการเป็นดีเจ

“สมัยผมยังเป็นวัยรุ่นที่เมลเบิร์น เพื่อนของผมเล่นดนตรีอยู่ในไนต์คลับ และผมก็ได้มีโอกาสไปดูเพื่อนแสดง ซึ่งทำให้ผมเห็นว่าดีเจสามารถพาคุณเดินทางสู่อีกโลกได้โดยอาศัยพลังแห่งเสียงเพลง และทำให้คุณรู้สึกถึงบางสิ่งที่พิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งทำให้ผมได้เห็นถึงการนำพลังแห่งดนตรีมาใช้เชื่อมโยงอารมณ์ของผู้คนเข้าด้วยกัน

ผมรู้ในทันทีว่าผมอยากเป็นดีเจเพื่อใช้ดนตรีในการส่งต่อความสุขและความรื่นรมย์แก่เพื่อนมนุษย์ ผมจึงเริ่มฝึกฝนและตั้งใจเรียนรู้ทุกแนวดนตรี ทุกวันนี้ผมเป็นดีเจอาชีพมาได้ 5 ปีแล้ว ฟังดนตรีทุกแนว อัพเดทเพลงใหม่อย่างต่อเนื่อง แล้วเริ่มสมัครเป็นดีเจในไนต์คลับทั่วโกลด์โคสต์ และผมก็โชคดีมากที่ได้รับเข้าเป็นดีเจในคลับแห่งหนึ่ง คืนแรกที่ผมได้เปิดเพลงในฐานะดีเจ มันทำให้ผมมีความสุขมาก ผมสนุกที่ได้ทำสิ่งที่ผมรัก ส่วนผู้คนที่ฟังก็สนุกและเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงของผม

ต่อจากที่ได้เป็นดีเจเต็มตัวจนมีประสบการณ์และเป็นที่รู้จักในวงการไนต์คลับในโกลด์โคสต์จนอยู่ตัว ผมจึงเริ่มพัฒนาเสริมประสบการณ์ตัวเอง เจาะลึกด้านการผลิตเพลง โดยเริ่มจากการนำเพลงของศิลปินโปรดที่ผมชอบมามิกซ์เพื่อสร้างสไตล์ในแบบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Tiésto, Martin Garrix และ Alesso รวมถึงการครีเอทเพลงของตัวเองอีกมากมาย โดยในปี ค.ศ. 2014 ผมร่วมผลิตผลงานเพลงกับ นาเดีย อาลี เปิดตัวเป็นอัลบั้มแรก ‘I Don’t Know Who You Are’ และกลายเป็นผลงานสุดฮิต พุ่งขึ้นชาร์ต iTunes Top 50 Dance อย่างรวดเร็ว รวมถึงในปีเดียวกัน ผมยังได้ร่วมแสดงกับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ ดีเจฮาร์ดเวล ดีเจมาร์ติน คาร์ริตเซิน และดีเจฮาวานา บราวน์ ในงานดนตรี Summer XXXX Music Festival, Christmas Dash Festival, Fabrique และ GH ล่าสุดได้ไปร่วมแสดงในงานดนตรีชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐ

จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ผมได้รับการติดต่อจาก เดอะ มิวสิค รันและถามว่าผมต้องการมาร่วมเปิดการแสดงดนตรีในงานที่จะตระเวนจัดในเอเชียหรือไม่ ซึ่งผมเคยเห็นมาแล้วว่า งานเดอะ มิวสิค รัน มีชื่อเสียงในระดับโลกมากแค่ไหน แน่นอน ผมกระโจนใส่โอกาสนั้นทันที งานเดอะ มิวสิค รัน ครั้งแรกของผมคือที่กรุงมะนิลา เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว และการได้แสดงเปิดแผ่นต่อหน้าผู้คนมากกว่าหมื่นคน นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมที่สุดในชีวิตของผมเลยทีเดียว”

แค่รู้จักเพลงยังไม่พอ

“ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังคิดว่าดีเจนั้นเป็นงานง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นงานที่รายละเอียดเยอะมาก ผมต้องใช้เวลานานมากในการพัฒนาสไตล์ดนตรีของตัวเอง และต้องขัดเกลาทักษะการแสดงให้สมบูรณ์แบบ โดยหลังผมทำงานประจำ ผมใช้เวลาช่วงกลางคืนส่วนใหญ่นั่งอยู่ในห้องนอน

ฟังเพลงหลายๆ แนวและมักบันทึกเพลงต่างๆ จัดกลุ่มในแนวดนตรีที่แตกต่างไว้ อารมณ์ในบางช่วงก็อยากฟังแนวร็อก ป๊อป โอลด์สกูล ฮิปฮอป และแดนซ์ เหมือนคุณวิ่งไปในงานเดอะ มิวสิค รัน วิ่งไปผ่านทั้ง 5 โซน อารมณ์ความสนุกก็จะแตกต่างกันไป (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะผมเป็นคนไม่ชอบฟังเพลงเดิมซ้ำๆ กันนานๆ ดังนั้นการเลือกรายชื่อเพลงของผมให้น่าสนใจ ผมจึงต้องฟังเพลงหลากหลายแนวเข้าไว้

เพลงที่ผมชอบตอนนี้ก็มีเพลง Faded ของ Alan Walker, Closer ของ The Chainsmokers และ Let Me Love You ของ Justin Bieber ซึ่ง 3 เพลงนี้ทำให้ผมรู้สึกสนุกได้ตลอด ผมท้าให้คุณฟังเพลงเหล่านี้แล้วลองทำเป็นว่าไม่รู้สึกคึกคักเลย ว่าคุณจะทำได้รึเปล่า ซึ่งแน่นอนครับ ผมจะเล่นเพลงเหล่านี้ด้วยในงานเดอะ มิวสิค รัน บาย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ เพราะสิ่งที่ดีเจทุกคนต้องทำก็คือมีชุดเล่นเพลงที่สามารถงัดผู้คนให้ออกมาแสดงความสนุกได้

แต่ผมจะพยายามเลี่ยงความคิดในแง่ลบ ว่าชุดเพลงของเราดีกว่าเพลงของคนดีเจคนอื่นๆ แต่ผมจะคิดขอบคุณในทุกเพลงของศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานนั้นออกมาให้เราได้ฟัง ผมเชื่อว่าแต่ละเพลงมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่มีเพลงไหนที่ผมไม่ชอบจริงๆ เวลามีคนมาขอให้เปิดเพลงนั้นเพลงนี้ ผมจะตามใจเขาตลอด ถ้าไม่เป็นอะไรที่บ้ามากเกินไป ซึ่งขอบอกว่าผมเคยมีคนมาถึงบูธดีเจและขอให้ผมเล่นเพลงธีมโปเกมอน (แซมเล่าพลางหัวเราะร่าเริง)

แต่เคล็ดลับในการเล่นเพลงของผมคือ ผมจะต้องเปิด 2 เพลงที่เลือกว่าจะเล่น เปิดซ้ำไปซ้ำมา เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า จนกระทั่งผมสามารถจินตนาการถึงจังหวะการเปลี่ยนจากเพลงหนึ่งไปอีกเพลงหนึ่งได้อย่างราบรื่น และต้องฝึกฝนจนกว่าจะชำนาญ”

ทำสิ่งที่รักแล้วทุกอย่างจะดีเอง

นอกจากงานดีเจที่เขารักแล้ว ก็ยังมีงานนายแบบที่ทำให้เขาต้องดูแลตัวเองอย่างดี สำหรับงานนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักสำหรับคนทำงานกลางคืน ที่ต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้ดูดีอยู่เสมอ

แซม เล่าต่อว่า หลังจากทำงานเป็นดีเจไม่นานนัก ก็เริ่มมีแมวมองชักชวนและเซ็นสัญญากับเอเยนซีในเมลเบิร์น การเป็นนายแบบทำให้เขาได้รับโอกาสเดินทางไปนิวยอร์ก ลอสแองเจลิส และสิงคโปร์ ภาพผลงานของเขาถูกใช้ในแบรนด์ชื่อดัง ได้เปิดโลกใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยได้รู้จักและเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับงานที่เขาทำ นอกจากทุ่มเทเพื่องานดนตรีแล้ว เขายังต้องให้ความสำคัญการออกกำลังกายอย่างมาก

“ในแต่ละวันผมเริ่มจากทำสิ่งที่ตัวเองรัก ผมชื่นชอบเสียงเพลง โดยงานดีเจเป็นตอนกลางคืน ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ก็จะมาพบปะกันที่คลับที่ผมเป็นดีเจ มันเลยกลายเป็นการผสมผสานชีวิตส่วนตัวกับการทำงานได้อย่างลงตัว แต่เวลาว่างที่เหลือว่างตอนกลางวัน ผมจะจัดไว้สำหรับการออกกำลังกาย และรับงานถ่ายแบบที่ผมชื่นชอบอีกด้วย

ผมไปยิมประมาณ 4-5 ครั้ง/สัปดาห์ ผมถือคติว่าคุณมีร่างกายเดียวที่ต้องใช้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้ดีที่สุด การรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ฉะนั้นเวลาที่ผมเดินทาง มันเป็นเรื่องยากที่จะดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม แต่ถ้าคุณจัดสรรเวลาและพยายามมากขึ้น มันก็จะง่ายขึ้นเอง แต่แน่นอนว่าผมก็มีตามใจตัวเองในการรับประทานบ้าง แต่ก็ต้องไม่มากจนเกินความพอดี

ผมชอบออกกำลังกายแบบ High Intensity Training (HIT) เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายในระดับเข้มข้น อัตราการเต้นหัวใจของคุณจะสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อในเวลาเดียวกัน ความสำคัญของการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แถมยังสนุกอีกด้วย

แต่ถ้าวันไหนที่ผมรู้สึกว่าอยากจะพัก ผมจะเลือกหนีความวุ่นวายของสังคมเมืองไปเที่ยวในแถบชนบท หรือการขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยว การได้กลับไปเยี่ยมบ้านท่ามกลางธรรมชาติในออสเตรเลียสัก 2 วัน ช่วยเติมความสดชื่นจากการเดินทางที่เหนื่อยล้าของผมได้ดีมาก ผมรู้ว่าการได้ใช้ชีวิตทำในสิ่งที่ตนเองรักนั้นเป็นเรื่องสนุกและน่าหลงใหลมากทีเดียว”

แซมทิ้งท้ายว่า ปรัชญาในการใช้ชีวิตของเขาจะคิดถึง 3 สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ได้แก่ ดนตรี การสังสรรค์ และไลฟ์สไตล์เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ทำชีวิตให้มีความกระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา ค้นหาแนวทางผสานความมีไลฟ์สไตล์ที่สมดุล อย่าลืมการออกกำลังกายซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากในชีวิต และที่สำคัญจงอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง พยายามมองหาการผจญภัยใหม่ๆ และพัฒนาตัวเอง เพิ่มเติมความรู้ และดูแลรูปร่างหน้าตาอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ได้สะท้อนความสำเร็จในการใช้ชีวิตของดีเจหนุ่มดีกรีนายแบบระดับอินเตอร์ผู้นี้เป็นอย่างดี

 

Leave a comment