ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
28 กันยายน 2559 เวลา 11:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/457093

โดย…พุสดี
คนรุ่นใหม่หันมาดูแลตัวเองด้วยการเลือกบริโภคสิ่งที่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปน้อยที่สุดมากขึ้น ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “โฮลเกรน” หรือ “ธัญพืชเต็มเมล็ด” กลายเป็นคำคุ้นหูที่หลายคนคุ้นเคยไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่เห็นได้จากกระแสการตื่นตัวที่หลายๆ ประเทศ ต่างให้ความสำคัญและชักชวนให้ผู้คนหันมาบริโภคโฮลเกรนอย่างจริงจัง แต่ในทางปฏิบัติแล้วยังมีผู้คนอีกมากที่เข้าใจผิดคิดว่าโฮลเกรนจะช่วยควบคุมน้ำหนัก เพื่อการมีรูปร่างที่ดีแต่เพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วคุณประโยน์ของโฮลเกรนนั้นมีอีกมากมายที่หลายคนยังไม่รู้
ในงาน “ไขความลับโฮลเกรน ธัญพืชเต็มเมล็ด คุณประโยชน์จากซีเรียลสู่อาหารเช้าสุขภาพของครอบครัว” เจ ดูรูแคน ผู้จัดการฝ่ายโภชนาการประจำภูมิภาคและฝ่ายกิจการภายนอกซีเรียล พาร์ทเนอร์ส เวิลด์ไวลด์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโฮลเกรนว่า ธัญพืชที่จะเรียกว่าเป็น “โฮลเกรน” ต้องเป็นเมล็ดธัญพืชที่ไม่ได้ถูกขัดสีและต้องมีส่วนประกอบครบทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ 1.เยื่อหุ้มเมล็ด ซึ่งเป็นส่วนเปลือกนอกสุดของเมล็ดธัญพืช อุดมไปด้วยไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินบี และแร่ธาตุต่างๆ 2.เนื้อข้าว เป็นส่วนของเมล็ดธัญพืชที่ใช้ทำเป็นแป้งสีขาว และ 3.จมูกข้าว มีส่วนที่เล็กที่สุด แต่มีสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน วิตามินบีและอี สารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย
ด้วยองค์ประกอบที่ครบถ้วนทั้ง 3 ส่วนนี้ ทำให้โฮลเกรนอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มากกว่าเมล็ดธัญพืชทั่วไปที่เมื่อถูกขัดสี เพื่อให้เป็นสี “ขาว” เช่น แป้งสีขาว และข้าวขาว จะเหลือเพียงแค่ส่วนกลางของเมล็ดหรือเนื้อข้าวเท่านั้น
“ที่ผ่านมาโฮลเกรนเป็นหนึ่งตัวเลือกของอาหารเช้าที่ดีที่ได้รับความนิยมสำหรับบาลานซ์ ไดเอท โปรแกรม หรือแนวทางการปรับสมดุลภาวะโภชนาการของร่างกาย เนื่องจากมีไฟเบอร์สูง อุดมด้วยวิตามินอี วิตามินบีรวม และแร่ธาตุต่างๆ อย่างไรก็ตามนอกจากโฮลเกรนจะตอบโจทย์คนที่ต้องการคุมน้ำหนัก อีกคุณประโยชน์ที่หลายคนมองข้ามไปคือ สารอาหารมากมายที่อุดมอยู่ในโฮลเกรน ยังเป็นขุมพลังชั้นดีสำหรับเด็กวัยเรียนในการเลือกเป็นอาหารมื้อเช้า รวมทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายแรงในผู้ใหญ่”
ข้อมูลจากงานวิจัยหลายชิ้นทั่วโลกพบว่า การบริโภคโฮลเกรนที่มากขึ้นจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนได้จากการเปรียบเทียบผู้ที่ไม่เคยบริโภค หรือแทบจะไม่ได้บริโภคโฮลเกรนกับผู้ที่บริโภคโฮลเกรนสม่ำเสมอวันละ 48-80 กรัม พบว่ากลุ่มที่บริโภคโฮลเกรนจะลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง 21% ลดอัตราเสี่ยงจากการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบลง 14% ลดการตายจากโรคเบาหวานลง 43% และช่วยลดปัญหาโรคอ้วน เพราะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ในระยะยาวอีกด้วย
เคล็ดลับเลือกโฮลเกรนคุณภาพ
นักโภชนาการสาวแนะนำว่า สังเกตได้จากฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “โฮล” เช่น โฮลมีล โฮลวีท และโฮลโอ๊ต ฯลฯ ซึ่งเป็นเครื่องชี้ว่ามีโฮลเกรนเป็นส่วนผสม ร่วมด้วยการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด โดยส่วนใหญ่ส่วนประกอบที่แสดงบนฉลากจะเรียงตามปริมาณที่มีในอาหารนั้นจากมากไปน้อย จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่แสดงโฮลเกรน ธัญพืชเต็มเมล็ดเป็นอันดับแรก
“การที่ผลิตภัณฑ์มีบรรจุภัณฑ์สีน้ำตาล ไม่ได้หมายความว่า เป็นโฮลเกรนทั้งหมด รวมถึงข้อความที่ระบุว่า มัลติเกรน หรือมีไฟเบอร์ ก็ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะทำมาจากโฮลเกรนเสมอไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุด คือ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อความที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำจากโฮลเกรน หรือมีสัญลักษณ์โฮลเกรนบนบรรจุภัณฑ์”