ค้าปลีกเบนเข็มมุ่งขายออนไลน์ ชิงลูกค้าช่วง ‘แบล็กฟรายเดย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08:29 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/467358

ค้าปลีกเบนเข็มมุ่งขายออนไลน์ ชิงลูกค้าช่วง 'แบล็กฟรายเดย์'

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

แบล็กฟรายเดย์ หรือ วันลดราคาสินค้าครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน พ.ย. หลังวันขอบคุณพระเจ้า เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ โดยชาวอเมริกันมีแนวโน้มจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ หลังเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า ผู้บริโภคคลายความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราว่างงาน ราคาเชื้อเพลิง และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ค่าแรง ราคาบ้าน และตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น
ต่อเนื่อง รวมถึงทิศทางประเทศมีความชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเสร็จสิ้นลงไปแล้ว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมผู้ค้าปลีกสหรัฐ (เอ็นอาร์เอฟ) คาดการณ์ว่า ยอดขายสินค้าระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ 4 วันช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% อยู่ที่ 6.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23 ล้านล้านบาท) จากปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากชาวอเมริกันราว 137.4 ล้านคน มีแนวโน้มซื้อสินค้ามากขึ้นในช่วงดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 135.8 ล้านคนเมื่อปี 2015

ด้านรอยเตอร์สรายงานอ้างบริษัทวิจัย อะโดบี ดิจิทัล อินเด็กซ์ ว่า ยอดผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงค่ำของวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อวันที่ 24 พ.ย. อยู่ที่ประมาณ 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.1 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบ 14% จากปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น แทนที่จะออกไปซื้อของตามห้างค้าปลีกแบบเดิมๆ

“ยอดขายออนไลน์ปีนี้ของเราปรับตัวขึ้นสูงมาก” ไบรอัน คอร์แนล ผู้บริหารทาร์เก็ต ร้านขายสินค้าลดราคาชื่อดังของสหรัฐกล่าว และเสริมว่า ยอดขายออนไลน์ปีนี้ของบริษัทปรับตัวขึ้นกว่า 10% แล้ว

สาเหตุหนึ่งที่ยอดขายดังกล่าวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น มาจากการที่ร้านค้าปลีกต่างๆ มุ่งเน้นการลดราคาสินค้าออนไลน์มากกว่าปีที่ผ่านๆ มา รวมถึงเปิดเผยโปรโมชั่นลดราคาสินค้าล่วงหน้าก่อนถึงวันแบล็กฟรายเดย์ เพื่อหวังดึงดูดผู้บริโภค โดยเทศกาลวันหยุดในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นั้น มีความสำคัญอย่างมากต่อบรรดาบริษัทค้าปลีก เนื่องจากยอดขายในช่วงดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของยอดขายตลอดทั้งปี

ชิงลดราคาก่อนได้เปรียบกว่า

ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกอันดุเดือด บริการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นทางเลือกการจับจ่ายซื้อของที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ได้เพิ่มความท้าทายในการอยู่รอดของห้างค้าปลีก โดยผลการสำรวจจากบริษัทให้บริการทางการเงิน แบงก์เรทดอทคอม พบว่า ผู้บริโภคอเมริกันเพียง 23% เท่านั้นที่ตั้งใจออกไปซื้อของที่ร้านค้าในวันแบล็กฟรายเดย์ปีนี้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทค้าปลีกหลายแห่ง จึงได้เบนเข็มมุ่งจำหน่ายสินค้าออนไลน์เร็วกว่าปกติมากยิ่งขึ้น

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า วอลมาร์ท บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ส่งโปรโมชั่นลดราคาสินค้าออนไลน์ช่วงแบล็กฟรายเดย์ไปให้ลูกค้าตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. และเริ่มเปิดขายสินค้าลดราคาออนไลน์ล่วงหน้าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เร็วกว่าปีที่แล้ว 1 วัน นอกเหนือจากวอลมาร์ทแล้ว บริษัท ทอยส์ “อาร์” อัส ผู้จำหน่ายของเล่นชื่อดัง และโคห์ลส คอร์ป ห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ก็จำหน่ายสินค้าออนไลน์เร็วกว่าเดิมเช่นกัน โดยในปีนี้ โคห์ลส คอร์ป ได้ขยายส่วนลดราคาสินค้าประจำปีที่มีชื่อว่า ดอร์-บัสเตอร์ ซึ่งปกติเป็นการลดราคาสินค้าแค่ในร้าน ให้ครอบคลุมการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นครั้งแรก

ขณะเดียวกัน บริษัทวิจัยตลาด มาร์เก็ต แทร็ก แอลแอลซี เปิดเผยว่า บริษัทค้าปลีกอื่นๆ เปิดเผยโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 วัน รวมถึงส่งอีเมลโฆษณาให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 15% ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-19 พ.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวถือว่าได้ผล โดยอะโดบี ซิสเต็มส์ บริษัทวิจัยตลาดอีกแห่งเปิดเผยว่า ยอดขายสินค้าออนไลน์ของบริษัทค้าปลีก เพิ่มขึ้น 4.3% จากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.6 แสนล้านบาท) ระหว่างวันที่ 1-23 พ.ย. และคาดว่าการซื้อสินค้าออนไลน์ช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าจะปรับตัวขึ้น 16% อยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.1 หมื่นล้านบาท) จากปีก่อนด้วยเช่นกัน

รายงานระบุว่า บรรดาร้านค้าปลีกหันมามุ่งให้ส่วนลดสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทอี-คอมเมิร์ซหลายรายอย่างอเมซอน รวมถึงแสวงหาทางสร้างข้อได้เปรียบเพิ่มจากการขายสินค้าผ่านมือถือด้วย

เล็งใช้ “เอไอ” ดึงดูดลูกค้า

นอกจากการเปลี่ยนกลยุทธ์สู่การจัดจำหน่ายออนไลน์มากขึ้นแล้ว บริษัทค้าปลีกหลายแห่งเตรียมใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มาช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าและดึงดูดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า เอไอช่วยจะเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น โดยสามารถให้คำแนะนำสินค้าได้ตรงกับรสนิยมผู้ซื้อ รวมถึงช่วยค้นหาสินค้าทั้งในร้านค้าปลีกและร้านออนไลน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านระบบการค้นหาสินค้าด้วยรูปภาพ ซึ่งในอนาคต คาดว่าเอไอจะสามารถให้บริการลูกค้าได้เช่นเดียวกับพนักงานแนะนำสินค้าภายในร้าน

โคซาเบลลา บริษัทจำหน่ายชุดชั้นในสัญชาติอิตาลี คือหนึ่งในบริษัทค้าปลีกที่เริ่มทดลองนำเอไอมาใช้ทำการตลาดและบริการลูกค้า โดย คอร์ทนี่ย์ คอนแนล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเปิดเผยว่า เอไอช่วยลดระยะเวลาในการทำแคมเปญโฆษณา และเพิ่มยอดขายได้ถึง 35%

แม้ว่าในขณะนี้ การนำเอไอมาใช้ในธุรกิจค้าปลีกยังอยู่ในขั้นการทดลอง แต่ความพยายามพัฒนาให้เอไอกลายเป็นแชตบอต ที่สามารถตอบโต้กับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์นั้น คาดว่าจะพลิกโฉมการซื้อของในร้านค้าปลีกแบบเดิม ซึ่งนอกจากจะลดรายจ่ายในการจ้างพนักงานแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยดึงผู้บริโภคกลับมาซื้อของในร้านค้าปลีกอีกครั้ง หลังจากที่ส่วนใหญ่นิยมหันไปซื้อของออนไลน์มากขึ้นในขณะนี้

 

Leave a comment