ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
28 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/467558

ขายออนไลน์ทุบสถิติ กดดันร้านค้าดั้งเดิม ส่วนรายย่อยขายเอกลักษณ์รอด หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
รีเทลเน็กซ์ บริษัทวิเคราะห์การค้าปลีก เปิดเผยว่า ยอดค้าออนไลน์ในช่วงวันแบล็กฟรายเดย์เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ปรับตัวขึ้นเหนือ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.05 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก สวนทางกับยอดขายจากร้านค้าทั่วไปปรับตัวลง 10.4% ในวันดังกล่าว และปรับลงรวม 5% เมื่อนับรวมวันที่ 24-25 พ.ย.
ขณะเดียวกัน อะโดเบ ดิจิทัล อินเด็กซ์ ดัชนีติดตามยอดค้าออนไลน์พบว่า ยอดขายออนไลน์ช่วงวันที่ 24-25 พ.ย.ที่ผ่านมาปรับขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 5,270 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.84 แสนล้านบาท) โดยในวันแบล็กฟรายเดย์ ยอดขายปรับขึ้น 21.6% ทำสถิติใหม่ที่ 3,340 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.16 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ดีลอยต์ เปิดเผยว่า ลูกค้า 73% เลือกที่จะจับจ่ายในร้านค้าที่แตกต่างกันออกไป โดย 2 ใน 3 วางแผนจะใช้จ่ายกับร้านค้าท้องถิ่นหรือธุรกิจท้องถิ่น และเกือบ 25% เตรียมใช้จ่ายกับร้านค้าประเภทซุ้มขายของ
นอกจากนี้ ดีลอยต์ ระบุว่า ร้านค้าแบบดั้งเดิมสูญเสียรายได้ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 ล้านล้านบาท) ในแต่ละปีให้กับธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งผลให้บรรดาร้านค้าปลีกรายใหญ่พยายามหาวิธีเพื่อแข่งขัน เช่น การโยกพนักงานลงสู่พื้นที่ขายเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าตัวต่อตัวมากขึ้น
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ โดยจากรายงานของกูเกิล เสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง ระบุว่า ผู้ใช้มีการค้นหาสินค้าซึ่งมีรูปแบบเฉพาะเพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับจำนวนลูกค้าที่ค้นหาสินค้าราคาถูกที่เพิ่มขึ้นเพียง 35%
สตีฟ บารร์ หัวหน้าฝ่ายค้าปลีกและลูกค้าของไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เปิดเผยกับซีเอ็นบีซีว่า พฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าวเป็นโอกาสสำหรับค้าปลีกรายย่อยที่มุ่งผลิตสินค้าที่ปรับแต่งได้ สินค้าท้องถิ่น และสินค้าแฮนด์เมด
“ผู้บริโภคกำลังบอกกับพวกเราว่าพวกเขาต้องการใช้จ่ายเพิ่ม และพวกเขากำลังบอกลักษณะเฉพาะของสิ่งที่พวกเขาต้องการ” บารร์ กล่าว
ทั้งนี้ ซีเอ็นบีซี ระบุว่า ค้าปลีกรายย่อยยังมีความท้าทายในด้านการค้าออนไลน์ที่แข่งขันสูง โดย อะโดเบ ดิจิทัล อินเด็กซ์ ระบุว่า นักช็อปมีความพร้อมที่จะจ่ายออนไลน์ในราคาแพงกว่ากับบริษัทที่ใหญ่และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งยอดค้าออนไลน์ของรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 16.6% เมื่อเทียบกับ 7% ของรายย่อย ส่งผลให้ค้าปลีกรายย่อยที่ไม่ปรับตัวรับยุคดิจิทัลจะไม่ได้ส่วนแบ่งจากการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาว
ภาพ…เอเอฟพี