ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/467218

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
แรกเห็นสาวหน้าหวาน แก้ม-วศินี อัคคชาติกุล หลายคนอาจหลงคิดว่าเธอเป็นบัณฑิตสาวจบใหม่ แต่พอเจ้าตัวเฉลยว่า เธอคือเจ้าของร้านอาหารและเชฟผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์เมนูอร่อยของร้าน แกรม (Gram) คาเฟ่สุดน่ารักที่ตอนนี้มีถึง 3 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 49 เอ็มควอเทียร์ และท่ามหาราช ก็ทำเอาตกใจไม่น้อย แถมยังเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า เมื่อเธอบอกว่าก่อนจะมาเปิดร้านอาหารเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เธอยังเคยเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า อิทส์ ไนน์ เอเอ็ม (It’s 9 am.)
ถามว่า การผันตัวเองจากเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้ามาสู่การเป็นเจ้าของร้านอาหาร คือสิ่งที่วาดฝันไว้หรือไม่ เจ้าของร้านคนสวยปฏิเสธทันควัน เธอว่าถึงจะชอบทำอาหาร แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสมาเปิดร้านของตัวเอง แต่เมื่อโอกาสและจังหวะพาไปก็พร้อมที่จะไขว่คว้า เพราะความสุขอย่างหนึ่งของเธอคือ การทำอาหาร แม้ทุกวันนี้ด้วยความที่ร้านขยายสาขามากขึ้น อาจไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนประจำการหน้าครัวเหมือนเคย แต่ถ้าได้แวะเวียนมาที่ร้านเมื่อไหร่ หลายครั้งก็ยังอดใจไม่ไหวที่จะต้องประจำการหน้าเคาน์เตอร์บาร์โชว์ฝีมือทำอาหารบ้าง

“แก้มรู้ตัวว่าชอบทำอาหาร แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเรามีอุปกรณ์ทำอาหารเยอะมาก เยอะพอที่จะเปิดร้านอาหารขายได้ (ยิ้ม) กระทั่งตอนที่กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วม แล้วแก้มต้องย้ายของจากที่เก็บของในบ้านไปอยู่ที่บริษัท มารื้อดูถึงได้รู้ว่าเรามีเครื่องครัวเยอะมาก ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนั้นเพื่อนแก้ม ซึ่งเปิดร้านอาหารชวนให้แก้มไปช่วย เลยมีโอกาสไปช่วยทำอาหารเสิร์ฟแขกบ้าง ทำให้เพื่อนกินบ้าง ทำไปทำมาก็เกิดไอเดียว่า ทำไมเราไม่เปิดร้านอาหารของตัวเอง ขายเมนูที่เราชอบกิน เลือกวัตถุดิบแบบที่เราทำให้ครอบครัวและเพื่อนกินซะเลย”
เมื่อมีไอเดียตั้งต้นและมีแพสชั่นเป็นแรงขับเคลื่อนแล้ว พอเชฟสาวคนเก่งหาพื้นที่ที่จะทำร้านอาหารเล็กๆของตัวเองได้ที่ซอยสุขุมวิท 49 จึงไม่ลังเลที่จะชิมลางเปิดร้านอาหารเช้าแบบ All-Day Breakfast เพื่อนำเสนอเมนูอาหารเช้าและขนมแบบง่ายๆ เธอบอกว่า ช่วง 3-4 เดือนแรกที่เปิดร้าน โลกทั้งใบของเธอแทบจะมีแต่ร้านอาหาร ทุกวันไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากอยู่หน้าเตา จนตอนหลังสเกลร้านใหญ่ขึ้น มีเมนูมากขึ้น จึงเริ่มฟอร์มทีมงาน กระทั่งพอเริ่มขยายสาขาจึงเริ่มมีระบบครัวกลาง
ในระหว่างที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำความฝันที่รักในการทำอาหารให้เป็นจริง แก้มบอกว่า ช่วงแรกเธอยังไม่ได้ทิ้งความรักที่มีต่อแฟชั่น ยังคงบริหารแบรนด์ควบคู่ไปด้วย จนกระทั่งได้รับการทาบทามจากศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ให้มาเปิดร้านอาหารที่นี่ จึงตัดสินใจปิดแบรนด์เสื้อผ้าที่สร้างมา เพราะอยากโฟกัสกับธุรกิจร้านอาหาร

“ตัดสินใจยากมั้ย ไม่เลย ใครจะรู้วันหนึ่งแก้มอาจจะกลับมาทำแบรนด์เสื้อผ้าอีกก็ได้ (ยิ้ม) เพราะในเมื่อตอนที่ทำแบรนด์เสื้อผ้า แก้มก็เริ่มต้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว วันข้างหน้าหากคิดอยากจะทำแบรนด์อีก แก้มก็มีพื้นฐานอยู่แล้ว ขณะเดียวกันถึงจะทำธุรกิจร้านอาหาร แต่แก้มก็ยังสามารถเอาความรู้ด้านแฟชั่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ตกแต่งร้าน การตกแต่งหน้าตาอาหารให้ดูดี รวมทั้งการออกแบบยูนิฟอร์มและผ้ากันเปื้อน
แก้มว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ คือ เราต้องมีแพสชั่น มีความเชื่อในสิ่งนั้น และไม่ว่าเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ เราก็พร้อมจะเผชิญเพื่อแก้ไขและสนุกไปกับสิ่งที่ทำ ตัวแก้มเองตอนเริ่มทำร้านอาหารก็ยังไม่มั่นใจ เลยยังทำสองธุรกิจไปคู่กัน แต่ก็บอกตัวเองว่าถ้าไม่ลองทำก็ไม่มีทางรู้ว่าทางข้างหน้าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่พอมั่นใจแล้ว แก้มก็เลือกที่จะโฟกัสกับธุรกิจร้านอาหาร”
แก้ม ทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ความสุขในการเข้าครัวทำอาหารทุกครั้งยังไม่เปลี่ยนแปลง มีความสุขทุกครั้งที่เห็นคนที่กินอาหารที่เธอปรุงหรือคิดสูตรขึ้นแล้วชมว่าอร่อย ในอนาคตเธอตั้งเป้าว่าจะปั้นธุรกิจนี้ให้เติบโต จะไม่เน้นขยายสาขา แต่จะเน้นเพิ่มไลน์ของอาหารและขนมเข้ามาเสริมทัพความอร่อยมากกว่า

Butternut Squash Quinoa Salad
ส่วนผสม
1.ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ลูก
2.พริกหวานสีเหลือง 1 ลูก
3.พริกหวานสีแดง 1 ลูก
4.เมล็ดคีนัว 80 กรัม
5.เฟตต้าชีส 30 กรัม
6.ผักร็อกเกต 2 กำมือ
ส่วนผสมน้ำสลัด
1.น้ำมันมะกอก 40 มิลลิลิตร
2.น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร
3.น้ำส้มสายชูไวน์แดง 15 มิลลิลิตร
4.โชยุ 20 มิลลิลิตร
5.หัวหอมใหญ่ 20 กรัม
6.เกลือและพริกไทย
วิธีทำ
1.นำฟักทองมาล้างให้สะอาด แล้วผ่าครึ่งคว้านไส้ในออก จากนั้นนำไปคลุกกับน้ำมันมะกอกแล้วนำเข้าเตาอบ อุณหภูมิประมาณ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 25-35 นาที ให้ฟักทองนิ่มทั้งด้านในและด้านนอก จากนั้นคว้านเฉพาะเนื้อแล้วหั่นเป็นลูกเต๋า
2.นำพริกเหลืองและพริกแดงมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วคลุกกับน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย นำไปย่างบนกระทะ หรืออบจนนิ่มประมาณ 15 นาที
4.นำเมล็ดคีนัวไปต้มในน้ำสุก หรือหุงในหม้อข้าว จากนั้นพักให้เย็น แล้วนำมาคลุกกับพริกหวานและฟักทองหั่นเต๋าที่เตรียมไว้
5.นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าเสิร์ฟในเปลือกฟักทอง แต่งจานด้วยเฟตต้าชีสและผักร็อกเกต ท็อปด้วยน้ำสลัด