ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
23 มกราคม 2560 เวลา 16:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/477259

โครงการยานสำรวจใต้ต้ำอัจฉริยะ ที่นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการทหารแล้ว ยังสามารถดำเนินภารกิจอื่นๆ เช่น การกู้ซากเครื่องบินได้อีกด้วย
ในประเทศอินเดีย การสำรวจใต้น้ำนั้นเกิดขึ้นเป็นสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศไอทีอื่นๆอย่าง จีน, สหรัฐอเมริกา หรือสิงคโปร์ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีของบอมเบย์ได้ทำงานอย่างหนักมาตั้งแต่ปี 2011 เพื่อพัฒนายานสำรวจใต้น้ำอิสระไร้คนขับ หรือที่เรียกย่อๆว่า AUV (Autonomous Underwater Vehicle) ด้วยความมุ่งหวังให้เป็นยานสำรวจอัจฉริยะ ที่สามารถทำงานได้โดยปราศจากการควบคุมของมนุษย์ ซึ่งโปรเจคดังกล่าวหากประสบความสำเร็จ จะเป็นการเปลี่ยนอนาคตของการป้องกันน่านน้ำอินเดีย ตลอดจนพัฒนาการสำรวจใต้ทะเลใหม่ๆ
ปัจจุบัน AUV ถูกใช้ในหลายประเทศที่มีความแข็งแกร่งของกองทัพเรือ และไม่ใช่ยานอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เพราะยังคงต้องใช้ผู้บังคับจากระยะไกล นั่นทำให้ยานดังกล่าวมีข้อจำกัดไม่สามารถเดินทางเข้าไปในน่านน้ำที่ไม่รู้จัก และไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ปกติ หรือการโจมตีจากข้าศึกได้ทันที
โปรเจค AUV ของอินเดียนี้มีชื่อว่า มัตสยา (Matsya) ซึ่งชื่อนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนึ่งในร่างอวตารของพระนารายณ์ โดยทางทีมงานตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
สำหรับทีมงานของโปรเจคนี้ประกอบไปด้วยนักศึกษาปริญญาตรีจำนวน 30 คน ในหลากหลายสาขาเช่น เครื่องกล, ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบไฟฟ้า และเครื่องยนต์ พวกเขาจะแบ่งเวลาจากการเรียนมาทำงานนี้ในช่วงค่ำคืน และใช้เวลาอย่างเต็มที่ตลอดวันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อพัฒนาโปรเจค ในแต่ละปีสมาชิกของทีมก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ พร้อมไอเดียและความสามารถใหม่ๆเข้ามาพัฒนาโปรเจค
โฉมหน้านักศึกษาผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจค
มัตสยาตัวต้นแบบในช่วงเริ่มแรกนั้นสามารถเคลื่อนที่จากวัตถุหนึ่ง ไปยังอีกวัตถุหนึ่ง และสามารถระบุสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้แบบคร่าวๆ ปัจจุบันหลังผ่านการพัฒนามากว่า 7 ปี มัตสยารุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 แล้วสามารถดำน้ำไปจอดได้ตามเครื่องหมายที่วางไว้, ยิงตอร์ปิโด, คว้าจับสิ่งของใต้น้ำ, ดักฟังเสียงใต้น้ำ ตลอดจนแยกแยะสี และรูปร่างใต้น้ำได้แล้ว นอกจากนั้นเจ้า AUV น้ำหนัก 42 กิโลกรัมนี้ยังสามารถดำน้ำได้ลึก 150 ฟุต เป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมงอีกด้วย
Leena Vachhani ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรม ผู้อยู่กับโครงการนี้มาตั้งแต่ตั้งไข่บรรยายมัตสยารุ่นต้นแบบนี้เอาไว้ว่า เป็นเหมือนกับมินิ AUV ที่เหมาะสำหรับใช้ในน้ำตื้น หรืออาจนำไปใช้ในการทำความสะอาดถังเก็บน้ำ หรือทะเลสาบ และคาดหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะสามารถพัฒนาระบบเทียบเท่ากับเรือดำน้ำจริงๆได้ เช่นการสำรวจก้นทะเล หรือแกะรอยและทำลายเรือดำน้ำของศัตรู
มัตสยา AUV ต้นแบบรุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน
โปรเจคมัตสยานี้นอกเหนือไปจากประโยชน์ทางการทหารแล้ว ทางทีมงานยังคาดหวังว่าจะสามารถนำไปใช้กับปฏิบัติการกู้ภัย เช่นการกู้คืนเศษซากของเครื่องบิน หรือกล่องดำเมื่อเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกขึ้น ตลอดจนตามหาเศษซากเครื่องบินเช่นกรณีของ MH370 เป็นต้น นอกจากนั้นในทางอุตสาหกรรมมัตสยายังสามารถใช้ตรวจสอบคุณภาพ หรือตรวจสอบท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถใช้มัตสยาในการสำรวจสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
และขณะนี้ทางทีมงานกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนามัตสยาต้นแบบรุ่นที่ 5 เพื่อเตรียมเข้าประกวดในการแข่งขัน The 20th Edition Of RoboSub ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ การแข่งขันถูกจัดขึ้นโดย กองทัพเรือสหรัฐ และสมาคมเครื่องร่อนนานาชาติ หรือ AUVSI องค์กรไม่แสวงหากำไรที่สนับสนุนการพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถร่วมบริจาคสนับสนุนพวกเขาได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้
แบบจำลองของมัตสยารุ่นที่ 5
โปรเจคนี้ต้องใช้เงินทุนถึง 2.5 ล้านรูปีเลยทีเดียว หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท (ในจำนวนนี้เกินกว่าครึ่งก็หมดไปกับการพัฒนาเซนเซอร์ และกล้องใต้น้ำแล้ว) และหากถามว่าขณะนี้โปรเจคมัตสยาดำเนินการถึงขั้นไหนแล้ว จากคะแนน 1-10 หาก 1 คือตัวต้นแบบแรก และ 10 คือมัตสยาที่สามารถใช้งานได้จริง ทางทีมงานบอกมาว่าพวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จแล้ว ด้วยคะแนนขณะนี้อยู่ที่ราว 6 – 7 และคุณผู้อ่านจะได้เห็นการปฏิวัติการสำรวจใต้น้ำรูปแบบใหม่ โดยอินเดีย ภายใน 4 ปีนี้อย่างแน่นอน
ร่วมสนับสนุนมัตสยาได้ที่นี่ https://www.ketto.org/fundraiser/AUV-IITB_Matsya