เต็มที่กับชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดร.สุชาดา วิจิตรวาณิชย์พงษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/478946

เต็มที่กับชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดร.สุชาดา วิจิตรวาณิชย์พงษ์

โดย…วราภรณ์ ภาพ : ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

โค้ชพลอย-ดร.สุชาดา วิจิตรวาณิชย์พงษ์ นักสร้างแรงบันดาลใจ ปัจจุบันเธอนั่งในตำแหน่ง Vice President-People Development บริษัท เอฟดับบลิว ประกันชีวิต นอกจากพูดได้น่าฟังมีเหตุมีผลแล้ว เธอยังพูดได้หลายภาษา เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น และภาษาจีนอีกด้วย สุชาดาจัดเป็นคนรักการเรียน โดยปริญญาโทเธอศึกษาจบ MBA ที่ Macquarie University ออสเตรเลีย และปริญญาเอกด้านอินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม เลิร์นนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเมนต์ จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรเลีย

หน้าที่ของ Vice President-People Development People Development คือ งานพัฒนามนุษย์แต่ละคนให้มีศักยภาพ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เอาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเองออกมา เพื่อพัฒนาตัวเอง คนอื่นและสังคม

“พลอยเชื่อว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่เราทำไม่ได้ เรามี 2 ทาง คือทำกับเดินจากไป กล่าวคือ มีสิ่งหนึ่งตรงหน้าเรา แต่เราเลือกทำให้สำเร็จ อีกทางคือ เลือกที่จะไม่ทำ แล้วเดินหาเส้นทางใหม่ๆ ที่เราอยากได้ เหมือนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราแล้ว แต่เราถอดใจไม่ทำ คิดว่ามันยาก ก็ไม่ทำแล้วเปลี่ยนไปหาเป้าหมายใหม่ ซึ่งหน้าที่ของพลอยคือ เราต้องสร้างวัฒนธรรมในองค์กรในรูปแบบที่จะพาบริษัทก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เราวางเป้าไว้ ซึ่งจะไปตรงนั้นไม่ได้ หากคนในองค์กรไม่พร้อมที่จะเดินไปถึงตรงนั้นด้วยกัน เพราะบริษัทจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ หากผู้บริหารคิดคนเดียว เราต้องทำให้ทุกคนในองค์กรพร้อมที่จะไป เราต้องสร้างวัฒนธรรมแบบเดียวกัน เราต้องมีมายเซตเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน เราต้องสร้างภาพสำเร็จให้คนมองเห็นได้”

การทำให้ทุกคนมีดีเอ็นเอที่เหมาะสมที่จะก้าวไปข้างหน้า พลอยมองว่า ในการที่จะทำให้บริษัทเหนือกว่าคู่แข่ง คือ การดึงศักยภาพของพนักงานออกมาใช้ให้ได้เต็มที่

 

“เราลองไปมองที่สมอง มันฉลาด ถ้าเราคิดว่าเราทำไม่ได้ สุดท้ายก็คือทำไม่ได้ เพราะพฤติกรรมมันจะซัพพอร์ตสมอง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือวิธีคิด วิธีคิดของเราเป็นอย่างไร ผลสำเร็จของงานจะเป็นไปตามนั้น เช่น วันนี้เราตื่นเช้า ถ้าเราคิดว่าเราไม่อยากไปทำงาน เพราะไม่อยากทำงานหนัก กลัวทำงานยากไม่ได้ ก็จะส่งผลไปที่เราไม่อยากไปทำงานเลย ผลงานที่เราทำในวันนั้นก็ออกมาไม่ได้ ในทางกลับกัน หากเราสั่งสมองว่า วันนี้เราจะได้แสดงความสามารถออกมาให้หัวหน้าได้รู้ เรารักงาน เราอยากทำงานให้ออกมาดี มันท้าทายจังเลย ร่างกายก็จะเกิดรีแอคต์ คือ อยากทำงานด้วยกำลังใจที่ดี

เราต้องหาความหมายชีวิตให้เจอ และยึดตรงนั้นมาเป็นเป้าหมายในการดำรงชีวิต และก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้  เช่น เราอยากประสบความสำเร็จในการทำงาน ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ หาแล้วสร้างมันขึ้นมา หากเรามีความสุขแล้วคนใกล้ตัวจะรับความสุขที่ออกจากตัวเราได้ แล้วเราจะสามารถส่งถ่ายความสุขออกไป คนรอบข้างก็มีความสุข สามารถส่งความสุขต่อๆ กันไป สังคมก็จะดี ต้นทางต้องมาจากความพอดีเสียก่อน เพราะหากคนเราคิดว่า เรายังได้ไม่พอ เราจะให้คนอื่นไม่เป็น”

การจะค้นพบศักยภาพที่มีอยู่ในตัว พลอยแนะจากประสบการณ์ของเธอเองว่า แต่ละคนมักมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ตัวเธอเองเติบโตมาในครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย แต่พ่อแม่มีวิธีสอนเธอที่ดีมากๆ เช่น วันเสาร์-อาทิตย์พ่อแม่ไม่ให้ค่าขนม อยากได้สตางค์ต้องตื่นเช้ามาช่วยพ่อแม่ทำงาน ด้วยหลักการสอนอันนี้จึงส่งผลให้เธอมีความมุ่งมั่น และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองให้ดี

“พลอยเชื่อว่าทุกอย่างมาจากวิธีคิด ซึ่งจะพาเราไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน เราเชื่อว่าเราทำได้ และเราเป็นอย่างนั้นได้ เราเชื่อว่าเราจะได้เรียนแบบนี้ อย่างพลอยไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย กว่าจะจบหลักสูตรต้องใช้เงินถึง 3 ล้านบาท แต่พลอยมีเงินเก็บแค่ 1 ล้านบาท ก็คิดว่าเราจะเก็บเงินเรียนเองโดยไม่รบกวนพ่อแม่ก็ต้องหางานพิเศษทำ พอไปถึงซิดนีย์วันแรกพลอยออกหางานทำเลย โดยได้ไปเสิร์ฟที่ร้านไทยก่อน ซึ่งพลอยไม่มีประสบการณ์เลย แต่พลอยก็บอกเขาว่า ลองให้โอกาสพลอยไปทำนะ พลอยจะทำอย่างเต็มที่แล้วคุณจะจ้างหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ แล้วเขาก็จ้างพลอย

ปรากฏทุกๆ งานที่พลอยได้ทำ ล้วนเป็นโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นให้ทั้งหมด เพราะตราบใดที่เราไม่ท้อ ถ้าเราสู้เราจะชนะ ตอนเรียนปริญญาโท พลอยทำงานพิเศษ 7 วัน ทำตั้งแต่เช้าจนถึง 4 โมงเย็น เพราะเริ่มเรียน 6 โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม แล้วในวันหนึ่งๆ พลอยทำงานหลายที่มากเพื่อส่งตัวเองเรียน และหลักอย่างหนึ่ง คือพลอยไม่อยู่กับคนไทยเพราะอยากได้ภาษา เรื่องภาษาเราพัฒนาได้ ขออย่างเดียวอย่ากลัว  เพราะความกลัวจะบดบังศักยภาพในทุกเรื่อง และเราต้องค้นหาตัวเองว่าเราต้องการอะไร อยากเรียนอะไร และชอบอะไร

แม่เคยสอนพลอยว่า อยากได้ต้องหาเอง อยากได้สตางค์ต้องตื่นมาทำงาน หากอยากได้รางวัลอะไรเราต้องแลกมา เพราะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ คือแม่พยายามสอนให้เราช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะแม่บอกว่าพ่อแม่ไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดชีวิต แม่สอนให้เรามีหน้าที่ มีความรับผิดชอบตั้งแต่เด็กๆ ตอนพลอยอยู่ซิดนีย์พลอยประหยัดมาก ขนาดจะกินขนมปังราคา 6 เหรียญออสเตรเลีย พลอยยังคิดแล้วคิดอีก ว่าขนมปังแบบนี้เราเคยกินแล้ว เราต้องนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่เราต้องทำตอนนี้ก่อน คือต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก่อน”

พลอยทำงานและส่งเสียตัวเองให้เรียนจนจบปริญญาโท โดยเธอเป็นมาแล้วทั้งพนักงานบัญชี ติวเตอร์สอนนักศึกษาคณะวิศวกรรมของสถาบันยูทีเอส หลังจบปริญญาโทตอนแรกเธอตัดสินใจทำงานที่ซิดนีย์ แต่คุณแม่อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย เธอจึงกลับเมืองไทย แต่ทำงานได้เพียงปีกว่าๆ เพราะเธอมีความใฝ่ฝันอีกอย่างที่ยังทำไม่สำเร็จคือ อยากศึกษาจนจบปริญญาเอก เธอเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้เธอเป็นอะไรก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น และต้องเป็นการเรียนปริญญาเอกที่ต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ทุนมากถึง 7 ล้านบาท เธอจึงสมัครขอทุน ในที่สุดก็ได้เป็นทุนวิจัย ซึ่งมีคู่แข่งจากทั่วโลก แต่เธอก็ได้รับคัดเลือก ในที่สุดเธอก็ศึกษาจบปริญญาเอก สาขาอินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม เลิร์นนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเมนต์

ผู้หญิงเก่งที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงได้ หลักการทำงานของเธอคือ การทุ่มเทให้การทำงานอย่างเต็มที่ “พลอยทุ่มเททำงาน 200% มากกว่าเงินเดือน 100% ที่เขาให้พลอย แม้เหนื่อย แต่คุ้ม เพราะพลอยเป็นคนที่จะไม่ลดคุณค่าของตัวเอง นี่คือการดำเนินชีวิตของพลอย

พลอยมั่นใจว่า เรามีศักยภาพ มีคุณค่า ดังนั้นการที่เรามีคุณค่า เขาจึงเลือกที่จะจ่ายจ้างเรา เพื่อให้เขาไม่รู้สึกผิดหวังที่เขาเลือกเรามาทำงาน นี่คือสูตรสำเร็จของพลอย เราต้องทำเต็มที่ในสิ่งที่เรามีโอกาส เพื่อวันหนึ่งผ่านไป เราจะได้ไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ”

เธอบอกว่า เธอจะอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด และที่มากกว่านั้นคือ เธอจะไม่กังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง “ทำปัจจุบันให้ดี อนาคตมันดีแน่ๆ แม้เป็นผู้หญิง แต่พลอยเชื่อว่า การทำงานไม่มีเพศมาจำกัด เพศไม่ใช่นิยามความสำเร็จ แต่หลักข้อหนึ่งคือ เราต้องตั้งใจเต็มที่และย้ำอีกครั้งว่าอย่ากลัว

อย่างที่พลอยบอกว่า เราต้องเชื่อก่อนว่าเราทำได้ แล้วเราจะขวนขวาย พลอยชอบพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่เคยรู้สึกเลยว่าเรารู้แล้ว แต่คิดเสมอว่าเรายังรู้ไม่พอ เราต้องรู้อีกเพราะเรายังไม่เก่ง มีคนเก่งกว่าเราอีกเยอะ พลอยจึงขวนขวายไปเรื่อยๆ สิ่งที่น่ากลัวคือ เราหลอกตัวเองว่าเรารู้แล้ว มันจะทำให้เรายืนอยู่จุดเดิมหรือถอยหลัง เพราะคนอื่นเขาเดินไปข้างหน้า”

ดร.สุชาดายังเชื่อเรื่อง Work Hard Pays Off แปลว่า รางวัลมีให้เสมอสำหรับคนไม่ย่อท้อ ถ้าเรามุ่งมั่นทำงานหนัก ผลที่ได้จะตอบแทนเราหนักเหมือนกัน

“พลอยไม่กลัวที่จะทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ไม่ทำร้ายใคร มันตอบแทนเรามาเสมอ สิ่งที่เราได้ เราได้ทันที มันจะทำให้เราภูมิใจว่างานเราสำเร็จแล้ว งานสำเร็จจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองตัวใหญ่ขึ้นด้วยความภูมิใจ พลอยจะไม่เอารางวัลตั้งก่อนแล้วค่อยทำ แต่เราจะทำก่อน ถ้าเราทำเต็มที่รางวัลนั้นจะเป็นของเราแน่ๆ”

 

Leave a comment