ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/480977

โดย…สมแขก ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
คํากล่าวที่ว่าน้ำเปล่าดีที่สุด ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ แต่คำว่าทางสายกลางก็ยังคงจริงแท้แน่กว่า การดื่มน้ำที่ถูกวิธีและในปริมาณที่พอดี จะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร แต่การดื่มน้ำเปล่าผิดวิธี เป็นระยะเวลานานๆ หรือหากดื่มในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปก็ส่งผลไม่ดีต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยอาจเป็นสาเหตุของโรคที่คุณคาดไม่ถึง เช่น กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ ปวดบวมตามอวัยวะต่างๆ ภาวะร่างกายบวมน้ำ เบาหวาน ฯลฯ นั่นเพราะการดื่มน้ำผิดวิธีจะส่งผลให้อวัยวะภายในต่างๆ ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลเสียต่อสมดุลของร่างกาย ทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าคนวัยเดียวกัน เมื่อร่างกายเสื่อม
โรคภัยต่างๆ ก็จะตามมา
จากข้อมูลหนังสือ คนไทยต้องไม่ป่วย และใครไม่ป่วยยกมือขึ้น โดย วีระชัย วาสิกดิลก (หมอแดง ดิอโรคยา) ระบุว่า การดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหารมากๆ ทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ไม่ดี ตามหลักของแพทย์แผนไทยและจีน ระบบย่อยอาหารจะอาศัยธาตุไฟในการย่อยจึงจะเรียกว่าทำงานได้ดี ดังนั้นการดื่มน้ำมาก หรือรับประทานอาหารฤทธิ์เย็นมากระหว่างรับประทานอาหาร เป็นเสมือนการนำฤทธิ์เย็นไปดับไฟ ซึ่งกำลังใช้ย่อยอาหาร ทำให้อาหารถูกย่อยไม่ดี การดูดซึมสารอาหารของร่างกายก็ทำได้ไม่เต็มที่ ทำให้เป็นโรคขาดสารอาหาร เป็นต้น การดื่มน้ำมากเกินไปจะทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานหนักโดยเฉพาะไต และทำให้ร่างกายบวมน้ำ ส่วนตัวอย่างของการดื่มน้ำน้อยเกินไปคือ ทำให้เลือดข้น เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ลำไส้ก็จะแห้ง ระบบขับถ่ายก็จะไม่ดี เป็นต้น
แล้วในหนึ่งวันควรดื่มน้ำกี่แก้ว? การดื่มน้ำให้เพียงพอสำหรับแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องสังเกตตัวเอง บางคนกินอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมากอยู่แล้ว ก็จะต้องการน้ำน้อยกว่าคนทั่วไป บางคนเสียเหงื่อมากเนื่องจากการออกกำลังกาย ร่างกายก็ต้องการน้ำมากกว่าคนปกติ แต่ปริมาณที่แพทย์แนะนำให้แต่ละวันคือ ผู้มีน้ำหนักตัว 45-50 กก. ควรดื่มน้ำประมาณ 7.5 แก้ว/วัน ผู้มีน้ำหนักตัว 50-55 กก. ควรดื่มน้ำประมาณ 8-9 แก้ว/วัน ผู้มีน้ำหนักตัว 60-70 กก. ควรดื่มน้ำประมาณ 10-11 แก้ว/วัน ผู้มีน้ำหนักตัว 80-90 กก. ควรดื่มน้ำประมาณ 13-15 แก้ว/วัน