ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 00:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/482044

โดย…วราภรณ์ เทียนเงิน
จากการรวมกลุ่มของทีมสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ “SP Smart Plants” ที่เห็นปัญหาของการทำเกษตรไทยที่มีมายาวนาน และต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการทำเกษตรแบบใหม่สู่การทำเกษตรอัจฉริยะ เกษตรกร 4.0 ภายใต้การพัฒนาซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม
“พิสิฐไชย สุวรรณเรือง” ผู้ร่วมก่อตั้ง เอสพี สมาร์ทแพลนท์ (SP Smart Plants) ระบบควบคุมการรดน้ำผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในชื่อ “SP Smart Plants” เปิดเผยว่า จากการที่ตนเองได้เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เอกคอมพิวเตอร์ และมีความชื่นชอบการเล่นเกมเกี่ยวกับการทำฟาร์ม จึงสนใจที่จะพัฒนาโปรแกรมสำหรับการเกษตรขึ้นมาใหม่ และมีเป้าหมายสำคัญคือ อยากนำความรู้ที่ได้เรียนมามาร่วมพัฒนาประเทศไทยให้ดีมากยิ่งขึ้น
“ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมปลูกผักเกมหนึ่ง ซึ่งในเกมเราสามารถควบคุมการปลูกพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งขายได้ด้วยตัวเราเองทั้งหมด ผมว่ามันน่าจะดีถ้าในชีวิตจริงเราสามารถควบคุมอะไรได้ง่ายเหมือนในเกม ทุกวันนี้คนใช้มือถือวันหนึ่งหลายชั่วโมง ถ้าเราย้ายสวนมาใช้บนมือถือ การดูแลต้นไม้มันน่าจะง่ายมากยิ่งขึ้น” พิสิฐไชย กล่าว
การพัฒนาโปรแกรมที่จะเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ควบคุมการรดน้ำของเกษตรกรในฟาร์มผ่านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนได้ โดยโปรแกรมมีความอัจฉริยะทั้งเป็นระบบวางแผนงานการปลูกพืช ทำให้เกษตรกรสามารถเลือกช่วงเวลาการรดน้ำตามต้องการ เลือกโซนรดน้ำและตั้งวันที่ไว้ล่วงหน้า มีการควบคุมเปิด-ปิดวาล์วน้ำตามเวลาที่ตั้งไว้ในแต่ละโซน โดยตั้งเวลาที่ต้องการหยุดไว้ ระบบก็จะทำงานให้อัตโนมัติ อีกทั้งระบบเราใช้เซ็นเซอร์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความชื้นในดิน ปริมาณการใช้น้ำของพืช และคำนวณหาระยะเวลาการปล่อยน้ำที่เหมาะสม นอกจากนี้จะแสดงรายงานการรดน้ำจากฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ทราบ เพื่อช่วยในการวางแผนสำรองน้ำในอนาคต
“ความสนใจพัฒนาโปรแกรมเริ่มตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยในช่วงปีสอง และที่บ้านก็มีสวนขนาดเล็กๆ จึงอยากทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาสู่ตลาดในปี 2558 ซึ่งหลังจากที่ได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยก็ได้เข้ามาทำสตาร์ทอัพอย่างเต็มตัว คาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโปรแกรมที่มีความสมบูรณ์สูงสุดสู่ตลาดได้อย่างจริงจังภายในปี 2560 นี้” พิสิฐไชย กล่าว

สำหรับการเริ่มต้นสตาร์ทอัพของ “พิสิฐไชย” ได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนจบมาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เอกคอมพิวเตอร์ ที่มี “พศิน เปี่ยมวิริยะ” ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยในปัจจุบันมีทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 4 คน
พร้อมกันนี้ยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ (สตาร์ทอัพ) ของหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการพัฒนาและสร้างธุรกิจ รวมถึงได้เข้าร่วมโครงการสตาร์ทอัพของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรแกรมได้มีการทดลองกับเกษตรกร เพื่อทดสอบการใช้งานและออกแบบโปรแกรมให้การใช้งานมีความสะดวกที่สุด ทุกคนสามารถใช้งานได้ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับเกษตรกรไทยสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยลดต้นทุนการทำเกษตร ลดการใช้แรงงานลง และประหยัดเวลาที่ไม่ต้องควบคุมการรดน้ำตลอดเวลา อีกทั้งยังพัฒนาโปรแกรมให้มีความแตกต่างจากเทคโนโลยีของผู้ประกอบการรายอื่น
“ภาพรวมเกษตรกรในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยถึง 55 ปี และแนวโน้มส่วนใหญ่จะมีอายุมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาให้เกษตรกรไทยปรับสู่การเป็นเกษตรกรที่มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น มีองค์ความรู้ใหม่ และการส่งเสริมนำเทคโนโลยีไปใช้ให้แก่เกษตรกร ต้องทำให้เกษตรกรสามารถใช้งานได้อย่างง่ายและสะดวกมากที่สุด” พิสิฐไชย กล่าว
สำหรับการลงมือทำสตาร์ทอัพในครั้งนี้ ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่ ต้องเรียนรู้ทั้งเรื่องของการสร้างธุรกิจควบคู่ไปยังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการทำงานจะมีอุปสรรคและความท้าทายหลายด้าน ต้องมีความอดทนในการทำงาน มีความตั้งใจอย่างมาก รวมถึงการมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากที่สุด โดยปัจจุบันได้ให้ข้อมูลและนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ www.spsmartplants.com และเฟซบุ๊ก “SP Smart Plants”

ในระยะต่อไป ทีมกำลังพัฒนาโครงการหลายด้าน ทั้งการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้วางแผนการปลูกพืชง่ายๆ ด้วยเครื่องสมาร์ทแพลนท์ รวมถึงการจัดทำเป็นศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมกลุ่มผลผลิตทางการเกษตร และการเปิดเป็นโรงเรียนสอนเกษตรกรยุคใหม่จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือการเกษตรที่ผสมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รองรับการเข้าสู่สมาร์ทฟาร์เมอร์
“พิสิฐไชย” กล่าวต่อว่า ในอนาคตต้องการทำให้ผลิตภัณฑ์ของ “SP Smart Plants” สามารถเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรได้ทุกคน ในทุกพื้นที่ ทุกตำบลและทุกอำเภอ เพื่อทำให้เครื่องมือที่ผสมกับเทคโนโลยีเป็นผลดีต่อเกษตรกร สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร เพราะเทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนแปลงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรและการทำเกษตรได้อย่างมาก
