ณพน เจนธรรมนุกูล หนุ่มผู้ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/481908

ณพน เจนธรรมนุกูล หนุ่มผู้ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ   เสกสรร โรจนเมธากุล

หนุ่มหน้าใสวัย 30 ปี รูปร่างสูงโปร่ง มีรอยยิ้มเขินอายระบายอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา เขาออกตัวว่าไม่ค่อยคุ้นเคยกับสื่อสักเท่าไหร่ แทบจะไม่เคยให้สัมภาษณ์อะไรอย่างเป็นทางการแบบนี้เลย แถมรีบออกตัวว่าพูดไม่ค่อยเก่งอีกด้วย แต่บนความเรียบง่ายน้อยๆ แต่งดงามของเขามันช่างน่าเอ็นดู ทำให้การสัมภาษณ์ในเวลา 1 ชั่วโมงจบไปด้วยดี แบบอบอุ่นสบายใจไม่กดดันทั้งคนถามและคนตอบ

ปอย-ณพน เจนธรรมนุกูล ผู้จัดการทั่วไปสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท สัมมากร ทางด้านการศึกษานั้น เขาจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านการบริหาร ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก สหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์การทำงานกว่า 5 ปี ที่ Investment Banking-Bualuang Securities และ Business Development-Rayong Purifier

หลังจากจบการศึกษาเขาได้เริ่มงานทางด้านการเงิน โดยทำงานเป็นวาณิชธนกิจอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงนานถึง 5 ปี ก่อนที่คุณพ่อจะชวนให้มาช่วยงานของธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจทางด้านโรงกลั่นน้ำมันคือ บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“คือทางครอบครัวของผมมองว่า ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมันถึงจุดอิ่มตัวแล้วอัตราการเติบโตอาจจะช้าๆ ลงในช่วงนี้ เราก็เลยมองหาธุรกิจใหม่ๆ เป็นการขยายไลน์ธุรกิจจากเดิมที่เราเคยทำมา โดยเรามองหาธุรกิจที่น่าสนใจมีอัตราการเติบโตที่ดี เราก็เลยมาซื้อหุ้นส่วนหนึ่งจากบริษัท สัมมากร เพราะในเรื่องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เขามีความเชี่ยวชาญอยู่มาก” เขาเล่าให้ฟังถึงการเข้ามานั่งทำงานในตำแหน่งล่าสุด

เขาเล่าต่อไปว่า หลังจากที่ทางครอบครัวเข้ามาซื้อหุ้นแล้ว เขาก็เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานที่บริษัท สัมมากร สักพักใหญ่แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นมาเป็นผู้จัดการมาดูแลรับผิดชอบงานทางด้านพัฒนาธุรกิจ ดูงานทางด้านพัฒนาโครงการ โดยการพัฒนาโครงการของบริษัทนั้นมีทั้งแบบที่มีที่เดิมอยู่ก่อน หรือซื้อที่ไว้แล้วค่อยมาคิดพัฒนาทีหลัง และแบบที่มีโครงการจะพัฒนามีรูปแบบแล้วค่อยไปหาที่ที่เหมาะสมเข้ามาสวมโครงการ

 

“คือพิจารณาตามความเหมาะสม ความลงตัวเป็นกรณีไป บางทีไปเจอที่ที่น่าสนใจและไม่แพงมากเราอาจจะซื้อที่เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยคิดรูปแบบโครงการเข้ามา ซึ่งแบบนี้จะมีน้อยเพราะเราไม่กล้าที่จะซื้อที่เก็บไว้มันทำให้เงินจม ส่วนใหญ่คือคิดโครงการให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปตามหาที่ที่เหมาะสมเข้ามาสวม ซึ่งแบบนี้เราจะทำบ่อยกว่าไม่เอาเงินไปจมกับที่ดินมากเกินไป เพราะหากว่าเราซื้อที่ล่วงหน้าเอาไว้นานๆ การมีแลนด์แบงก์ที่มากและนานเกินไป ทำให้คาดการณ์ยากกว่า เช่น คาดการณ์ว่าอีก 5 ปี รถไฟฟ้าจะมา แต่พอถึงเวลารถไฟฟ้ายังไม่มาหรือมาล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้แผนงานมีความเสียหายและล่าช้าเกินไป จะทำแล้วค่อยซื้อดีกว่าแม้ที่ดินอาจจะแพงขึ้นไปตามยุคสมัยแต่ก็ป้องกันความเสี่ยงได้ดีกว่าคือ รถไฟฟ้ามาแน่ ทางด่วนผ่านแน่ เราไม่ต้องไปปรับแผนมาก” เขาเล่าให้ฟัง

ณพน ยังเล่าถึงแผนงานระยะสั้นของปีนี้ให้ฟังว่า ในปี 2560 ทางบริษัท สัมมากร จะทำโครงการใหม่ประมาณ 3 โครงการ คือ ทาวน์โฮม 2 ชั้น โฮมออฟฟิศและทาวน์โฮมขนาดใหญ่ โดยจะดูแลทางด้านพัฒนาธุรกิจ ดูพื้นที่เช่า และการตลาด

เขากล่าวว่า จากเดิมที่สัมมากรจะถนัดบ้านเดี่ยว ตอนนี้ทางบริษัทจะเริ่มมาทำทาวน์โฮมมากขึ้น โดยมาเล่นตลาดทาวน์โฮมที่พื้นที่จะเริ่มเล็กลง เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่บ้านจะเล็กลงทุกปี เพราะครอบครัวเริ่มมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ครอบครัวรุ่นใหม่มีลูกเพียงคนเดียว บางคู่แต่งงานก็ไม่พร้อมจะมีลูก แล้วก็ไม่ได้อยากอยู่คอนโด เขาก็เลือกที่จะมาอยู่ทาวน์โฮมแทน เพราะคอนโดสมัยนี้แม้ไม่ได้อยู่กลางเมืองหรือเกาะแนวรถไฟฟ้ามากนักราคาก็ 3 ล้านกว่า ทาวน์โฮมก็ 3 ล้านกว่า เขาเลือกบ้านที่มีที่ดินมีบริเวณ

 

“ถือว่าเป็นการแตกไลน์ธุรกิจของสัมมากรที่มาจับตลาดเล็กลง เพื่อให้ครบวงจรและก็อาจจะมาจับตลาดกลุ่มคอนโดมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ทำมาเพียงโครงการเดียว เพราะที่ผ่านมาเราจับบ้านเดี่ยวเป็นหลัก โดยคอนโดก็พยายามจะเข้ามาในเมืองมากขึ้น คาดว่าปีนี้หรือต้นปีหน้าเราจะมีโครงการที่ซอยอารีย์ขนาด 100 ห้อง เป็นคอนโดแบบโลว์ไรส์สูง 8 ชั้น แต่เราจะไม่บุกคอนโดมากนักเพราะคิดว่าตลาดน่าจะเต็มแล้วเราทำเพื่อให้ครบวงจรของทุกตลาด และเลือกทำเลที่มั่นใจว่ายังมีศักยภาพที่ดีอยู่ แต่พวกบ้านเดี่ยวตลาดแนวราบยังพอไปได้อยู่ ส่วนตลาดที่เราคิดว่าน่าสนใจจริงน่าจะเป็นพวกทาวน์โฮมระดับไฮเอนด์ขนาด 1 ไร่ มี 20 ตึกแบบนี้ แบบจิ๋วแต่แจ๋วเพราะพื้นที่ขนาดนี้ในเมืองยังพอหาได้และตลาดยังพอมีกำลังซื้ออยู่” เขากล่าวอย่างตั้งใจ

ณพน กล่าวต่อไปว่า การเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานของเขาที่นี่ จะพยายามปรับรูปลักษณ์ของโครงการหมู่บ้านสัมมากรให้ออกแบบมาทันสมัยขึ้น เพราะที่ผ่านมาลูกค้าของสัมมากรจะเป็นวัยผู้ใหญ่ เขาอยากได้ลูกค้าในกลุ่มคนวัยทำงานระดับกลางๆ เพราะจุดแข็งของสัมมากรคือคุณภาพดีแต่ราคาถูกกว่าของแบรนด์อื่นๆ อยู่แล้วเพียงแต่กลุ่มเป้าหมายสูงวัยไปนิด เราจะขยายตลาดมายังลูกค้าที่อ่อนวัยมากขึ้นจากเดิมลูกค้าวัย 50 ก็ขอขยายมาที่ตลาดวัย 30 มากยิ่งขึ้น ซึ่งพยายามจะรีแบรนด์ให้มีความทันสมัย

ทางด้านหลักการทำงานของเขานั้น หลังจากที่ทำงานมาเกือบ 10 ปี เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษเพียงแต่ต้องพยายามเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีและความรู้นั้นมีเรื่องราวใหม่ๆเข้ามาทุกวัน ถ้าหยุดเปิดรับสิ่งใหม่ก็จะกลายเป็นคนล้าหลังไปโดยปริยาย ต้องทำตัวแอ็กทีฟอยู่เสมอ อย่าเฉื่อยชา โชคดีที่เขาทำงานทางด้านการเงินมาก่อน ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เลยทำให้เขาเป็นคนแอ็กทีฟอยู่ตลอดเวลา

 

พอเปลี่ยนสายงานมาทำด้านอสังหาริมทรัพย์ก็มีการปรับตัวบ้าง เพราะองค์กรการเงินกับอสังหาริมทรัพย์มีความแตกต่างกันพอสมควร เขาจึงต้องเรียนรู้งานแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเสมอการปรับตัวก็เป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน ยิ่งการเข้าไปในองค์กรใหม่ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอย่างอ่อนโยนและประนีประนอม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขององค์กรเป็นสำคัญ

เขาบอกว่าการทำงานทุกอย่างต้องเจออุปสรรคปัญหามากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเจอปัญหาเขาก็จะพยายามคิดบวกเข้าไว้ แล้วค่อยๆ มาแก้ปัญหาทีละเรื่องๆ แต่โชคดีว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนใจเย็นและเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ ทุกอย่างจึงไม่มีอะไรเลวร้ายเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ แม้ว่าจะทำงานหนักมากในช่วงนี้ แต่เขาก็พยายามแบ่งเวลาในการไปออกกำลังกายตอนเช้าเกือบทุกวันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง โดยเขาจะเข้าฟิตเนสสลับกับชกมวย

นอกจากนั้น เขามีงานอดิเรกในการอ่านหนังสือและสะสมหนังสือหลายประเภท หนังสือที่เขาชอบอ่านจะเป็นแนววิทยาศาสตร์ของไมเคิล ลูวิส หรือนิยายของมุราคามิ งานอดิเรกอีกอย่างที่เขาชื่นชอบคือ การเดินทางท่องเที่ยวแนวธรรมชาติลุยหน่อยแบบเดินป่า ปีนเขา เขาจะมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่ไปปีนเขาด้วยกันที่มาเลเซียระดับ 4,000 เมตร พร้อมถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกอีกอย่างที่ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

อดถามถึงคำถามสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการสัมภาษณ์ไม่ได้ว่า โสดหรือไม่ เขาตอบพร้อมรอยยิ้มว่ายังโสด อุ๊ย… ต้องถามต่อในทันที…แล้วสเปกสาวเป็นอย่างไร เขาตอบมาแบบกว้างๆ ว่าชอบสาวๆ ที่แลดูใจดีและมีอารมณ์ขัน

“ที่สำคัญต้องเรียบร้อยนะครับ” สาวเปรี้ยวๆ นั้นไม่ใช่สเปกของเขา!!

 

Leave a comment